ยามเช้าวันหนึ่งย่านสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเผิงปู่ เมืองเซี่ยงไฮ้ อู๋ตัน หนุ่มน้อยเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งต้องงงกับประกาศใบหนึ่งที่ติดไว้แถวนั้น ที่ระบุว่า “ ผู้โดยสารรถไฟไต้ดินที่เป็นสตรี กรุณาระมัดระวังเครื่องแต่งกายของท่าน ด้วยการไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่อวดเรือนร่างมากเกินไป เช่นเสื้อสายเดี่ยว " แล้วลงชื่อว่า “ผู้โดยสารชายที่ลำบากใจ” อู๋ตันยังสังเกตเห็นว่า เช้านั้น ผู้ชายที่มาใช้บริการรถไฟใต้ดินหลายคนแอบพยักหน้าเห็นด้วยกับประกาศดังกล่าว

พร้อมกันนี้ พบว่าประกาศแบบเดียวกันยังปรากฏที่ประตูทางออกด้านลานดิจิตอลไท่ผิงหยัง สถานีรถไฟใต้ดินสี่ว์เจี่ยฮุ่ย โดยหวังหมิง ชายหนุ่มที่ต้องผ่านสถานีนี้เป็นประจำบอกว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพียงแต่คิดว่าคนเขียนคงมีความอึดอัดใจอะไรอยู่ ซึ่งเขาก็รู้สึกเหมือนกัน เพราะในยามที่อากาศร้อน ผู้หญิงมักจะใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นและโชว์เนื้อหนังมังสา ซึ่งก็ไม่รู้จะเอาสายตาไปวางไว้ที่ไหน และถ้าหากมองมากๆ ก็จะกลายเป็นคนบ้ากามไปในทันที !
ต่อเหตุการณ์นี้ ชีกว่างหรง รองประธานสมาคมแพทย์แผนจีนนานาชาติ แผนกบุรุษเพศ และหัวหน้าศูนย์วิจัยโรคบุรุษเพศแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ อธิบายว่า เป็นเพราะผู้ชายไม่ค่อยมีความสามารถในการบังคับตัวเอง ซึ่งตัวเขาเองมีความเห็นว่า ในสถานที่สาธารณะ ผู้หญิงควรให้ความสำคัญกับการแต่งกาย อย่าเปิดเผยให้มากนัก รวมถึงไม่ควรแต่งหน้าจัดหรือฉีดน้ำหอมจนฉุน เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นเพศชาย นอกจากนั้น พวกหื่นกามทั้งหลายก็มักจะจับจ้องผู้หญิงกลุ่มนี้ “ แน่นอนไม่มีใครจะจำกัดสิทธิของผู้หญิงหรอก และที่เสนอก็เพื่อให้ป้องกันตัวเองมากกว่า “

ด้านศาสตราจารย์อี๋ว์ไห่ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น กลับมีความเห็นว่า เรื่องราวดังกล่าวเป็นแค่เรื่องสนุกๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะผู้หญิงเซี่ยงไฮ้ไม่ได้ใจกล้าถึงขนาดนั้น และในต่างประเทศก็ยังแต่งตัวกันยิ่งกว่านี้ด้วยซ้ำไป “ คนเราไม่สามารถปฏิเสธผู้หญิงแต่งตัวสวยตามสมัยนิยมได้หรอก และไม่ใช่แฟชั่นหรอกหรือที่บอกว่าอะไรคือโป๊เกินไป “ อี้ว์ไห่บอก พร้อมเสริมว่าประกาศที่สถานีรถไฟใต้ดินก็เป็นแค่ผลงานเตือนที่แฝงด้วยอารมณ์ขันเท่านั้นเอง
และแล้ว ก็ต้องมีการติดตามว่า ใครคือ “ผู้โดยสารชายที่ลำบากใจ” คนนั้น....
นักข่าวของตงฟางเดลี่ แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ออกตระเวนสอบถามเพื่อหาต้นตอของประกาศฉบับนี้ จนได้พบเบาะแสจากคุณป้าไช่ ผู้ขายอาหารเช้าอยู่บริเวณดังกล่าว คุณป้าบอกว่า เวลาประมาณ 7 โมงของเช้าวันหนึ่งมีชายหนุ่มใส่แว่นตาท่าทางสุภาพเรียบร้อยมาติดประกาศ แต่เนื่องจากต้องวุ่นอยู่กับการขายอาหาร ป้าจึงไม่เข้าไปเดินดูว่าประกาศถึงอะไร เห็นไกลๆ แค่เพียงตัวหนังสือสีแดง ต่อมาเมื่อเห็นคนมุงดูกันมากขึ้น จึงได้ถามคนแถวนั้นถึงรายละเอียดของประกาศ
ป้าไช่บอกว่าที่สังเกตเห็นพ่อหนุ่มคนนี้ก็เพราะเขาเคยมาซื้ออาหารเช้าที่ร้านคุณป้าหลายครั้ง คาดว่าเขาคงอาศัยอยู่แถวนี้ แต่เมื่อนักข่าวของตงฟังเดลี่ออกค้นหาชายหนุ่มนิรนามคนนี้ในหลายเขตชุมชน ก็ยังไม่มีวี่แววของเขาเลย

พร้อมกันนี้ เพื่อยืนยันข้อกล่าวหาของ“ผู้โดยสารชายที่ลำบากใจ” ตงฟังเดลี่ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้โดยสารรถไฟใต้ดิน 50 คน จาก 4 สถานี คือ สถานีถนนส่านซีหนัน ลานจัตุรัสเหรินหมิน วัดจิ้งอัน และถนนสือเหมินอี ได้ผลสรุปว่า 80% ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นเพศหญิงและชายเท่าๆ กัน มีความเห็นว่า ผู้หญิงมีสิทธิที่จะแต่งกายได้ตามชอบ และการสวมสายเดี่ยวก็เป็นเรื่องปกติในหน้าร้อน ไม่ถือว่าโป๊ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปสนใจคำเรียกร้องในประกาศฉบับดังกล่าว
นอกจากนั้น ในซีกของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงบางคนยังแสดงทัศนะว่า การใส่สายเดี่ยวไม่น่าจะทำให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ ยกเว้นแต่ว่าฝ่ายตรงข้ามมีใจสกปรกอยู่แล้ว อันตรงกันข้ามกับกลุ่มตัวอย่างชายบางรายที่บอกว่า การแต่งกายล่อแหลมในระดับหนึ่งนั้นย่อมล่อใจเสือป่าแน่นอน โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ใช้น้ำหอมหนักมือจนฉุน แต่ที่น่าขำคือ ผู้ชายส่วนใหญ่คิดว่า หญิงอื่นแต่งล่อแหลมอย่างไรไม่เป็นไร แต่ขออย่าให้เป็นแฟนตัวเองก็พอ อย่างเช่น คุณเสิ่น ที่ระบุว่า “ ผู้หญิงใส่เสื้อผ้าสายเดี่ยวก็ดูสวยดี แต่ว่าจะดีที่สุดถ้าแฟนผมไม่ต้องเปิดโชว์ด้วย “
ต่างฝ่ายก็ต่างมีเหตุผลที่ดี แต่ก็อยากฝากทิ้งท้ายไว้เป็นอุทาหรณ์นิดหนึ่งว่า ในบางประเทศของยุโรป หากเกิดคดีที่ผู้หญิงแต่งกายโป๊และถูกข่มขืน ทนายของฝ่ายตรงข้ามสามารถนำการแต่งตัวของโจทก์มาเป็นข้อโต้แย้งได้ และโยนความรับผิดชอบในการถูกข่มขืนไปให้ผู้หญิง และผู้ชายก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับว่าฝ่ายหญิงต่างหากที่กระตุ้นให้เกิดการข่มขืนขึ้น !!
เรียบเรียงจาก ตงฟางเดลี่
พร้อมกันนี้ พบว่าประกาศแบบเดียวกันยังปรากฏที่ประตูทางออกด้านลานดิจิตอลไท่ผิงหยัง สถานีรถไฟใต้ดินสี่ว์เจี่ยฮุ่ย โดยหวังหมิง ชายหนุ่มที่ต้องผ่านสถานีนี้เป็นประจำบอกว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพียงแต่คิดว่าคนเขียนคงมีความอึดอัดใจอะไรอยู่ ซึ่งเขาก็รู้สึกเหมือนกัน เพราะในยามที่อากาศร้อน ผู้หญิงมักจะใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นและโชว์เนื้อหนังมังสา ซึ่งก็ไม่รู้จะเอาสายตาไปวางไว้ที่ไหน และถ้าหากมองมากๆ ก็จะกลายเป็นคนบ้ากามไปในทันที !
ต่อเหตุการณ์นี้ ชีกว่างหรง รองประธานสมาคมแพทย์แผนจีนนานาชาติ แผนกบุรุษเพศ และหัวหน้าศูนย์วิจัยโรคบุรุษเพศแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ อธิบายว่า เป็นเพราะผู้ชายไม่ค่อยมีความสามารถในการบังคับตัวเอง ซึ่งตัวเขาเองมีความเห็นว่า ในสถานที่สาธารณะ ผู้หญิงควรให้ความสำคัญกับการแต่งกาย อย่าเปิดเผยให้มากนัก รวมถึงไม่ควรแต่งหน้าจัดหรือฉีดน้ำหอมจนฉุน เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นเพศชาย นอกจากนั้น พวกหื่นกามทั้งหลายก็มักจะจับจ้องผู้หญิงกลุ่มนี้ “ แน่นอนไม่มีใครจะจำกัดสิทธิของผู้หญิงหรอก และที่เสนอก็เพื่อให้ป้องกันตัวเองมากกว่า “
ด้านศาสตราจารย์อี๋ว์ไห่ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น กลับมีความเห็นว่า เรื่องราวดังกล่าวเป็นแค่เรื่องสนุกๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะผู้หญิงเซี่ยงไฮ้ไม่ได้ใจกล้าถึงขนาดนั้น และในต่างประเทศก็ยังแต่งตัวกันยิ่งกว่านี้ด้วยซ้ำไป “ คนเราไม่สามารถปฏิเสธผู้หญิงแต่งตัวสวยตามสมัยนิยมได้หรอก และไม่ใช่แฟชั่นหรอกหรือที่บอกว่าอะไรคือโป๊เกินไป “ อี้ว์ไห่บอก พร้อมเสริมว่าประกาศที่สถานีรถไฟใต้ดินก็เป็นแค่ผลงานเตือนที่แฝงด้วยอารมณ์ขันเท่านั้นเอง
และแล้ว ก็ต้องมีการติดตามว่า ใครคือ “ผู้โดยสารชายที่ลำบากใจ” คนนั้น....
นักข่าวของตงฟางเดลี่ แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ออกตระเวนสอบถามเพื่อหาต้นตอของประกาศฉบับนี้ จนได้พบเบาะแสจากคุณป้าไช่ ผู้ขายอาหารเช้าอยู่บริเวณดังกล่าว คุณป้าบอกว่า เวลาประมาณ 7 โมงของเช้าวันหนึ่งมีชายหนุ่มใส่แว่นตาท่าทางสุภาพเรียบร้อยมาติดประกาศ แต่เนื่องจากต้องวุ่นอยู่กับการขายอาหาร ป้าจึงไม่เข้าไปเดินดูว่าประกาศถึงอะไร เห็นไกลๆ แค่เพียงตัวหนังสือสีแดง ต่อมาเมื่อเห็นคนมุงดูกันมากขึ้น จึงได้ถามคนแถวนั้นถึงรายละเอียดของประกาศ
ป้าไช่บอกว่าที่สังเกตเห็นพ่อหนุ่มคนนี้ก็เพราะเขาเคยมาซื้ออาหารเช้าที่ร้านคุณป้าหลายครั้ง คาดว่าเขาคงอาศัยอยู่แถวนี้ แต่เมื่อนักข่าวของตงฟังเดลี่ออกค้นหาชายหนุ่มนิรนามคนนี้ในหลายเขตชุมชน ก็ยังไม่มีวี่แววของเขาเลย
พร้อมกันนี้ เพื่อยืนยันข้อกล่าวหาของ“ผู้โดยสารชายที่ลำบากใจ” ตงฟังเดลี่ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้โดยสารรถไฟใต้ดิน 50 คน จาก 4 สถานี คือ สถานีถนนส่านซีหนัน ลานจัตุรัสเหรินหมิน วัดจิ้งอัน และถนนสือเหมินอี ได้ผลสรุปว่า 80% ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นเพศหญิงและชายเท่าๆ กัน มีความเห็นว่า ผู้หญิงมีสิทธิที่จะแต่งกายได้ตามชอบ และการสวมสายเดี่ยวก็เป็นเรื่องปกติในหน้าร้อน ไม่ถือว่าโป๊ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปสนใจคำเรียกร้องในประกาศฉบับดังกล่าว
นอกจากนั้น ในซีกของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงบางคนยังแสดงทัศนะว่า การใส่สายเดี่ยวไม่น่าจะทำให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ ยกเว้นแต่ว่าฝ่ายตรงข้ามมีใจสกปรกอยู่แล้ว อันตรงกันข้ามกับกลุ่มตัวอย่างชายบางรายที่บอกว่า การแต่งกายล่อแหลมในระดับหนึ่งนั้นย่อมล่อใจเสือป่าแน่นอน โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ใช้น้ำหอมหนักมือจนฉุน แต่ที่น่าขำคือ ผู้ชายส่วนใหญ่คิดว่า หญิงอื่นแต่งล่อแหลมอย่างไรไม่เป็นไร แต่ขออย่าให้เป็นแฟนตัวเองก็พอ อย่างเช่น คุณเสิ่น ที่ระบุว่า “ ผู้หญิงใส่เสื้อผ้าสายเดี่ยวก็ดูสวยดี แต่ว่าจะดีที่สุดถ้าแฟนผมไม่ต้องเปิดโชว์ด้วย “
ต่างฝ่ายก็ต่างมีเหตุผลที่ดี แต่ก็อยากฝากทิ้งท้ายไว้เป็นอุทาหรณ์นิดหนึ่งว่า ในบางประเทศของยุโรป หากเกิดคดีที่ผู้หญิงแต่งกายโป๊และถูกข่มขืน ทนายของฝ่ายตรงข้ามสามารถนำการแต่งตัวของโจทก์มาเป็นข้อโต้แย้งได้ และโยนความรับผิดชอบในการถูกข่มขืนไปให้ผู้หญิง และผู้ชายก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับว่าฝ่ายหญิงต่างหากที่กระตุ้นให้เกิดการข่มขืนขึ้น !!
เรียบเรียงจาก ตงฟางเดลี่


