xs
xsm
sm
md
lg

ฉงชิ่งจัดเปิบซูชิบนร่างหนุ่มเปลือย ล้างแค้นปาร์ตี้ปลาดิบฉาวที่คุนหมิง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งจะมีข่าวฮือฮาว่าภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในเมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนัน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้เสิร์ฟปลาดิบแบบพิสดารบนร่างเปลือยของหญิงสาว ซึ่งทางการได้สั่งห้ามบริการนี้ไปแล้ว มาวันนี้ ที่นครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้เป็นข่าวอื้อฉาวซ้ำด้วยการ “เปิบซูชิบนร่างเปลือยของชายหนุ่ม”

หลังจากที่นิตยสาร ‘หญิงยุคใหม่’ (新女性) แสดงความเห็นอย่างเผ็ดร้อนต่อเรื่องปลาดิบบนร่างเปลือยของหญิงสาวว่าเป็นการกดขี่ทางเพศในสังคมที่เพศชายเป็นใหญ่ไปแล้ว นิตยสารสำหรับผู้หญิงหัวก้าวหน้าฉบับนี้ดูจะไม่หนำใจเพียงเท่านั้น ยังต้องการให้เพศชายได้ลิ้มรสการเป็นผู้ถูกกระทำด้วย จึงได้วางแผนจัด “เปิบพิสดารบนร่างเปลือยหนุ่ม” ขึ้นมา เป็นกิจกรรมที่ไม่หวังรายได้ แต่ก็ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับสังคมในฉงชิ่งพอดู

หวังจี้ บรรณาธิการใหญ่ของ ‘หญิงยุคใหม่’ ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวจีนเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านว่า อันที่จริง 'เปิบพิสดารบนร่างเปลือยหนุ่ม' เป็นการเสียดสี 'เปิบพิสดารบนร่างเปลือยสาว' ที่คุนหมิงในอีกรูปแบบ

โดยตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม เมื่อทางนิตยสารเผยแพร่ข่าวการจัดกิจกรรมดังกล่าวออกไป ได้มีชายหนุ่มมากถึง 43 คนแสดงความสนใจสมัครเข้ามา แต่เมื่อได้รับการอธิบายว่าต้อง 'กึ่งเปลือย และถูกถ่ายภาพ' ตลอดจนถูกเรียกร้องให้ทำตัวเป็น 'ถาดอาหาร' หนุ่มเหน้าเหล่านั้นต่างกระเจิดกระเจิงกลับไป สุดท้ายเหลือเพียงตี๋หล่อใจกล้าเพียงรายเดียว นามว่า หวังเสี่ยวปอ วัย 21 นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากอาชีวะแห่งหนึ่งในนครฉงชิ่ง ซึ่งเป็นที่ถูกใจของทีมผู้จัดอย่างมาก ด้วยส่วนสูง 186 เซนติเมตร ร่างกายกำยำเช่นนักกีฬา ชอบเล่นฟุตบอล และยังเคยคว้าแชมป์วิ่งแข่งมหาวิทยาลัยระดับเมืองมาแล้ว หลังจากที่หวังเสี่ยวปอรับทราบว่าเนื้อตัวของเขาจะถูกแปรสภาพเป็น 'ถาดอาหาร' หวังอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบตกลงในที่สุด

ส่วนผู้หญิงที่เชิญมาเป็น 'แขก' รับประทานเปิบพิสดารครั้งนี้หาได้ง่ายกว่า แต่ทางนิตยสารก็ได้วางมาตรฐานในการคัดเลือกว่าต้องเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ มีการศึกษา ยอมรับสิ่งแปลกใหม่ได้ง่าย เช่น โหลวเหยียน ผู้จัดการสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานแห่งหนึ่ง เฉินซินอี้ เจ้าของร้านอาหาร และนักศึกษาที่กำลังจะจบรวม 6 คน ส่วนสถานที่จัดได้แก่ร้านสเต็กโกเบ ในเมืองนั่นเอง ซึ่งเจ้าของร้านเผยว่าก่อนที่คุนหมิงจะมีการเปิบพิสดารดังกล่าว ทางร้านก็เคยคิดที่จะจัดเช่นกัน

สำหรับตัวเอกของกิจกรรมเปิบพิสดารในครั้งนี้ หนุ่มหวังเสี่ยวปอมีความคิดง่ายๆ ในการตัดสินใจร่วมกิจกรรมนี้ เพียงแค่อยากลองหาประสบการณ์ให้กับชีวิตเท่านั้น จึงไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะมองหรือคิดกับเรื่องนี้อย่างไร และออกจะประหลาดใจด้วยซ้ำที่เรื่องนี้กลายเป็นข่าวครึกโครม

ในวันที่ 5 มิถุนายน หลังจากที่พระเอกของเราได้เตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว ขบวนการแปลงโฉมหนุ่มในกล้าของเราให้เหมาะกับการเป็นถาดเสิร์ฟซูชิก็เริ่มขึ้น โดยหวังเสี่ยวปอได้เล่าพร้อมบรรยายความรู้สึกว่า “เวลา 09.20 น. ของเช้าวันนั้น ช่างตัดผมได้เริ่มลงมือตัดผมให้ “ผมรู้สึกผ่อนคลายมาก แต่ช่างตัดผมซึ่งต้องอยู่หน้ากล้องกลับออกอาการตื่นเต้นอย่างยิ่ง มือของเขาสั่นเทาตลอดเวลา แต่ในที่สุดผมก็ได้ทรงผมสุดเท่ห์ดังใจ”

“ต่อมาในเวลาราว 10.40 น. มีผู้หญิงถึง 3 คนช่วยกันถอนขนตลอดร่างกายของผม เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกเคอะเขินที่สุด ได้แต่ร้องด้วยความเจ็บปวดเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน แต่ใบหน้าที่แดงกร่ำของผมก็ไม่สามารถปิดบังความเขินอายได้ ในที่สุดพวกเขาตัดสินใจให้ผู้ชายที่เป็นหมอนวดมาทำหน้าที่แทน แต่ผมกลับตื่นเต้นกว่าเดิม ผมยืนยันว่าอย่างไรเสียก็จะไม่ให้เขาถอนขนของผม”

“11.04 น. เริ่มมาร์สผิว พนักงานเสริมสวยเริ่มทาครีมทั่วตัว มันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ซึ่งในขั้นตอนนี้ผมต้องอำลาจากเส้นขนของผม ต่อมาพวกเขาได้เอาน้ำมันอโรมาสีเหลืองอ่อนทาทั่วตัวของผมและเริ่มนวด ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกชินกับการถูก ‘มะรุมมะตุ้ม’ และไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกแล้ว”

“11.30 น. หลังจากนวดเสร็จแล้ว รู้สึกว่าผิวหนังที่เคยหยาบกร้านกลับเนียนนุ่มอย่างผิดหูผิดตา ขนที่มือและแขนถูกถอนออกจนไม่เหลือสักเส้น หนำซ้ำยังรู้สึกถึงกลิ่นหอมจางๆ ทั่วร่างกาย ราวกับไม่ใช่ตัวเองที่ปกติจะมีแต่กลิ่นเหงื่อ”

“12.15 น. ผมถูกพามายังสถานที่จัดปาร์ตี้ซูชิ ณ ร้านสเต็กโกเบ เพื่อแต่งหน้า ทำผม และถูกขอร้องไม่ให้รับประทานน้ำหรืออาหาร เพื่อไม่ให้มีกลิ่นกาย”

“ประมาณบ่าย 2 ผมนอนเหยียดยาวอยู่บนโต๊ะไม้ ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้อีก ต่อมาไม่นานกุ๊กชาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนก็เริ่มจัดเรียงอาหารบนร่างกายของผม เนื้อปลาแซลมอนชิ้นแรกถูกวางลงบนตัว ต่อมาก็มีไข่ปลาแซลมอน ปูอลาสก้าและอาหารอื่นๆ ก็ถูกวางจนเต็มตัวผม”

“อาหารถูกจัดวางอย่างสวยงามจนทั่วร่างของผม เมื่อแขกพิเศษสาวสวยทั้ง 6 คนมาถึง ทุกคนต่างเก้อเขินที่จะเป็นคนคีบอาหารคนแรก คงเพราะว่าพวกเขาไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน แต่สุดท้ายทุกคนก็ลงมือพร้อมกัน ผมเห็นว่ามือที่คีบตะเกียบของพวกเธอสั่น และไม่ยอมมองหน้าผมเลย”

“เวลาผ่านไปได้ราว 40 นาที ถ้าเป็นที่คุนหมิงที่คิดราคา 1,000 หยวนต่อ10 นาที ป่านนี้อาหารมื้อนี้ก็เท่ากับ 24,000 หยวนแล้วสำหรับ 6 คน แต่เวลาก็ช่วยให้พวกเขาจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แถมยังถามผมว่าหิวไหม ที่จริงผมท้องกิ่วมาเกือบ 20 ชั่วโมงแล้ว ถามแบบนี้เหมือนเป็นการซ้ำเติม จึงได้แต่ตอบไปด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า ‘ผมหิว ผมหนาว’ บรรดาหญิงสาวเหล่านั้น พากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน”

“สุดท้าย หญิงสาวเหล่านี้แสดงน้ำใจด้วยการคีบอาหารที่เหลืออยู่ไม่มากป้อนใส่ปากผมทีละชิ้น แต่ผมไม่ได้รู้สึกกับรสชาติของอาหารราคาแพงเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย กินแล้วเหมือนไม่ได้กิน”

“และแล้วในที่สุดผมก็ได้ปลดเปลื้องภารกิจทั้งหมดในระยะเวลา 1 ชั่วโมงกับ 5 นาที แต่เวลานั้นความเย็นจากน้ำแข็งที่ละลายอยู่บนตัวทำให้ผมหนาวจับใจ”.

เรียบเรียงจาก พีซีป็อบดอทคอม