xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันสำรอง &油&储&量

เผยแพร่:   โดย: สุขสันต์ วิเวกเมธากร

ทั้งที่ราคาน้ำมันพุ่งพรวดๆ ยิ่งกว่าจรวดอยู่ทุกวัน แต่ผู้คนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวยังมีให้เห็นอยู่เช่นกัน ไม่เชื่อลองดูรถป้ายแดงยังมีให้เห็นเกลื่อนถนน แสดงว่าคนจนกำลังลดน้อยลงทุกที สอดคล้องกับนโยบายที่จะทำให้คนจนหมดไปในเวลาไม่กี่ปี

ส่วนจะหมดไปเพราะเหตุใดนั้น คงต้องวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อไป

มาดูโลกแห่งความจริงกันดีกว่า

สถิติจากวงการน้ำมันบอกว่า ตั้งแต่ ค.ศ.๑๙๙๔-๒๐๐๔ ทั่วโลกได้ผลิตใช้น้ำมันสำรองนั้นไปแล้ว ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาร์เรล ทำให้สิ้นปี ค.ศ. ๒๐๐๔ ทั้งโลกมีปริมาณน้ำมันสำรองเหลือรวมกัน ๑,๑๘๙,๐๐๐ ล้านบาร์เรล

หากยังใช้กันโครมๆ อยู่อย่างนี้ในเวลาอีกประมาณ ๔๐-๕๐ ปีข้างหน้า น้ำมันจะหมดไปจากโลกนี้

ถึงเวลานั้น หากไม่มีพลังงานทดแทนอื่นๆ เกิดขึ้นมาใหม่ผู้คนส่วนใหญ่คงต้องกลับไปดำรงชีวิตแบบโลกโบราณด้วยการเดินทางไปไหนมาไหนด้วยเท้าของตนเอง ก็คงเก๋ไปอีกแบบ ถ้าวันนั้นโลกนี้ยังมีอยู่

เฉพาะปี ค.ศ.๒๐๐๔ ที่ผ่านมา ชาวโลกช่วยกันล้างผลาญน้ำมันไปวันละ ๘๒ ล้านบาร์เรล และคาดว่าใน ค.ศ.๒๐๐๕ นี้จะผลาญอีกวันละ ๘๓.๘ ล้านบาร์เรล และหากยังผลาญกันไม่หยุดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คาดว่าใน ค.ศ.๒๐๒๕ ชาวโลกผู้เจริญทางวัตถุแต่ยังด้อยพัฒนาทางจิตใจจะเขมือบน้ำมันถึงวันละ ๑๑๑ ล้านบาร์เรล

หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่า แต่ละวันชาวโลกทำงานหนักหนาสาหัสเพื่อซื้อน้ำมันกินยิ่งกว่าซื้ออาหารกิน

ปัจจุบันนี้ ประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็น ๑๐ อันดับแรกประกอบด้วย

ซาอุดิอาเรเบีย,อิรัก,อิหร่าน,คูเวต,สหรัฐอาหรับเอมิเรต,รัสเซีย,เวเนซุเอล่า,ไนจีเรีย,ลิเบีย,สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งรวม ๑๐ ประเทศนี้แล้วมีปริมาณสำรองทั้งหมด ๘๓๖,๒๐๐ ล้านบาร์เรล

ถึงแม้สหรัฐอเมริกา อภิมหายักษ์ใหญ่ของโลกจะไม่ติดกลุ่มอยู่ใน ๑๐ อันดับแรกของประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุด แต่พี่เบิ้มรายนี้กลับเป็นผู้ใช้น้ำมันมากที่สุดของโลก โดยมีจีนจี้ตามหลังมาติดๆ จากการเร่งรัดพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว

มีสถิติบอกว่า สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ผลาญน้ำมันมากที่สุดของโลก ตั้งแต่ ค.ศ.๒๐๐๓ กินน้ำมันวันละ ๒๐ ล้านบาร์เรล และหากเป็นอย่างนี้ไปอีกโดยไม่มีการแก้ไขพฤติกรรม ใน ค.ศ.๒๐๒๕ สหรัฐอเมริกาจะผลาญน้ำมันวันละ ๒๗.๙ ล้านบาร์เรล

สาธารณรัฐประชาชนจีนก่อตั้งเมื่อเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๔๙

เมื่อ ค.ศ.๑๙๕๙ อันเป็นโอกาสที่จีนใหม่กำเนิดขึ้นครบ ๑๐ ปี จึงมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างเอิกเกริก และที่น่ายินดีอย่างยิ่งคือการที่ปีนั้นได้มีการสำรวจพบแหล่งน้ำมันมหาศาลที่มณฑลเฮยหลงเจียง 黑龙江 Hei long jiang ซึ่งเป็นมณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือสุดของจีนมีพรมแดนติดกับรัสเซียโดยมีแม่น้ำเฮยหลงเจียงชื่อเดียวกับมณฑลเป็นเส้นแบ่ง

ทางการจึงตั้งชื่อแหล่งน้ำมันแห่งนั้นว่า ต้าชิ่งโหยวเถียน 大庆油田Da qing you tian หมายถึงทุ่งน้ำมันต้าชิ่ง อันหมายถึงการเฉลิมฉลองใหญ่เพราะพบแหล่งน้ำมันนี้ในโอกาสการเฉลิมฉลองใหญ่ครบรอบทศวรรษ

แหล่งน้ำมันต้าชิ่ง ทำให้จีนกลายเป็นประเทศส่งออกน้ำมันใน ค.ศ.๑๙๖๓ แต่เมื่อมีการระดมพัฒนาประเทศอย่างเต็มสูบ พอถึง ค.ศ.๑๙๙๓ จีนกลับต้องเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันอีกครั้งหนึ่ง และต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นทุกๆปีจากปริมาณความต้องการในการพัฒนาประเทศที่เติบโตอย่างรั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่

โดยเฉพาะนายทุนสำคัญจากสหัฐอเมริกาซึ่งถนัดนักในการผลาญน้ำมัน ได้เข้าไปลงทุนอย่างเอิกเกริกในประเทศจีน ซึ่งแน่ละนายทุนเหล่านั้นต้องนำนิสัยการกินผลาญน้ำมันอย่างไม่บันยะบันยังไปใช้ในประเทศจีนด้วย

ขณะนี้จีนมีปริมาณน้ำมันสำรอง ๒,๓๐๐ ล้านตัน หากไม่มีการควบคุมปริมาณการใช้อย่างเหมาะสมก็จะใช้หมดในเวลาอีก ๑๔ ปีข้างหน้า ถึงจะมีแหล่งทรัพยากรอื่นๆ อีกมากพอสมควรก็คงไม่พอกับการพัฒนาประเทศที่ทวีความต้องการมากขึ้น

ประเทศจีนจึงต้องหาทางผลิตทรัพยากรทดแทนอื่นๆ ให้มากที่สุด เร็วที่สุด การสร้างเขื่อนซานสยา 三峡 San xia ซึ่งเป็นเขื่อนยักษ์ใหญ่ที่สุดของโลกจึงต้องเกิด ขึ้นและจะเสร็จสิ้นตามโครงการใน ค.ศ.๒๐๐๙

รวมทั้งการสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานต่างๆ ซึ่งรวมถึงพลังนิวเคลียร์ก็ต้องนำมาดำเนินการกันทุกวิถีทาง เพราะจะอาศัยพึ่งพาเพียงน้ำมันอย่างเดียวย่อมไม่ได้การแน่นอน