ไปไหนมาไหนทุกวันนี้ มักเจอะเจอกับผู้คนที่มีสีหน้าอมทุกข์ ถึงบางคนเห็นแล้วจะมีสีหน้ายิ้มอยู่บ้างก็ดูเหมือนจะเป็นยิ้มแห้งๆ แฝงความโศกเศร้าอยู่ลึกๆ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งน่าจะมีที่มาจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกสะเก็ดจากผลพวงของราคาน้ำมันแพง
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ว่า หากจะดับทุกข์ย่อมต้องพิจารณาดับที่ต้นเหตุอันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
เมื่อเราทราบว่าสาเหตุสำคัญของการที่ผู้คนหน้าตาเศร้าหมองเพราะของแพงอันเนื่องมาจากน้ำมันแพงเป็นต้นเหตุ ทางแก้ง่ายที่สุดก็คืออย่าใช้น้ำมัน หรือถ้าจำเป็นจะต้องใช้ก็ควรใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด แล้วถ้าไม่ใช้น้ำมันจะให้ใช้อะไรหรือครับ
คำตอบนี้ง่ายนิดเดียว อยู่ที่ว่าจะทำได้หรือไม่เท่านั้น
สำหรับตัวกระผมเองนั้นปฏิบัติมานานเป็นปกติวิสัยแล้วครับ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่ใช้น้ำมันเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันอะไรทั้งนั้น
น้ำมันชนิดแรกที่กระผมไม่ต้องใช้สักนิดคือ .. น้ำมันใส่ผม !!!
เนื่องจากกระผมตัดปัญหาเรื่องนี้ไปนานแล้ว ด้วยการโกนผมบนศีรษะให้เกลี้ยงเกลาหมดจดเป็นประจำวันเว้นวัน จึงไม่ต้องใช้น้ำมันใส่ผมแม้สักนิดเดียว เพียงแต่ใช้ใบมีดโกนแทนเท่านั้นก็ไม่ต้องเสียเวลากับการหวีผม แต่งผม สระผม แล้วยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเป็น “เหา” อีกด้วย
นับเป็นการประหยัดทั้งเงินทั้งเวลา สามารถนำเวลาที่เคยหมดเปลืองไปมากมายกับการจัดแต่งดูแลทรงผม ไปใช้ในการทำงานอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่นการท่องเที่ยว การอ่านหนังสือ การเรียนหนังสือ การเขียนหนังสือ การสอนหนังสือ ฯลฯ
รวมทั้งไม่ต้องเสียเวลาซักปลอกหมอนบ่อยครั้งเหมือนสมัยก่อนที่ต้องซักบ่อยๆ เพราะปลอกหมอนมักเปื้อนน้ำมันใส่ผม ซึ่งหากไม่ซักบ่อยๆ ก็จะสะสมมีกลิ่นเหม็นหืนไม่น่านอนหนุน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันใส่ผมราคาแพงแค่ไหนก็ตาม หากสะสมค้างคืนค้างวันมักมีกลิ่นไม่โสภาสถาพรทั้งนั้น ยังทำให้ฝันร้ายมากกว่าฝันดีด้วย
น้ำมันอีกอย่างที่สามารถประหยัดได้คือน้ำมันปรุงอาหาร ควรกินอาหารที่ต้องใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด กระผมไม่ทอดไข่ด้วยน้ำมันมานานแล้ว อยากกินไข่ดาวก็ใช้น้ำต้มให้เดือดแล้วตอกไข่ใส่ลงไป กระผมเรียก “ไข่ดาวเทียม” เพราะหน้าตาเหมือนไข่ดาวที่ทอดด้วยน้ำมันแต่อร่อยกว่ากันเยอะ
กลับมาคุยเรื่องน้ำมันซึ่งใช้เติมเครื่องยนต์ต่างๆ อันเป็นต้นเหตุให้ราคาสิ่งของอื่นๆ ต้องแพงขึ้นตามกันทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ฯลฯ คำตอบของกระผมในการแก้ปัญหาน้ำมันแพง ก็คือ น้ำมันแพงก็ใช้น้ำเราสิครับ ถูกกว่ากันเยอะเลย
ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นน้ำมันเป็นของผู้อื่น ย่อมต้องเสียเงินซื้อจากเขาหรือจากมันนั่นแหละ เมื่อมีคนต้องการมากแต่ของมีน้อย ผู้เป็นเจ้าของย่อมกำหนดราคาขายได้ตามความพอใจ เพราะไม่ต้องง้อคนซื้อ มีแต่คนซื้อต้องไปง้อให้เขาช่วยขายให้หน่อยนะ
กระผมจึงเสนอให้ใช้น้ำมันแต่น้อยๆ แล้วใช้น้ำเราให้มากๆ อย่านึกว่ากระผมพูดเล่นนะครับ เพราะกระผมชอบพูดทีเล่นทีจริง เพื่อไม่ให้เรื่องจริงๆ นั้นเคร่งเครียดซีเรียสเกินไป รู้จักเล่นหัวกันบ้างหรือมีอารมณ์ขันกันหน่อยจะทำให้ลดความกดดันเรื่องน้ำมันแพงลงได้เยอะแยะ น้ำเราที่กระผมเสนอแนะพูดง่ายๆ ก็คือ “น้ำแรง” นั่นเอง
จึงขอเสนอคำขวัญในการแก้ปัญหาน้ำมันแพงให้จำกันง่ายๆ ดังนี้
“น้ำมันแพง น้ำแรงถูก” คำว่าถูกในที่นี้ยังมีความหมายมากกว่าคำ “ถูก” ที่หมายถึงราคาถูก เพราะยังหมายถึง “ถูกต้อง”
อยากให้ใคร่ครวญกันสักนิดว่าทุกวันนี้เราจ่ายเงินซื้อน้ำมันมาใช้มากเกินความจำเป็นหรือไม่ ในขณะที่เราเป็นประเทศที่มีน้ำมันไม่พอเพียงกับการใช้สอย ต้องซื้อจากประเทศอื่นๆ ในราคาแพงลิบลิ่วจำนวนมหาศาล
กระผมสามารถใช้น้ำพักน้ำแรงหรือน้ำเราของตนเองเดินทางไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องใช้น้ำมันมากนัก มิหนำซ้ำยังรีดน้ำมันออกจากร่างกายได้อีกมากด้วย เพราะการไปไหนมาไหนโดยการใช้น้ำเราหรือน้ำแรง ทำให้น้ำมันในตัวลดลงได้ตั้งเยอะ
ในระยะทางประมาณไม่เกินห้ากิโลเมตรกระผมชอบเดินเท้า ถ้าไปไกลกว่านั้นมักใช้วิธีขี่จักรยาน หรือไกลมากกว่านั้นและต้องไปให้ทันเวลานัดหมาย ก็พึ่งพาระบบขนส่งมวลชนซึ่งเดี๋ยวนี้สะดวกรวดเร็วกว่าแต่ก่อนมากถ้าไม่เจอะแจกพอตเสียก่อน
การเดินหรือการใช้แรงของตนเองในการเดินทางบ่อยๆ เป็นประจำไม่เพียงแต่ประหยัดน้ำมันได้มากแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพของตนเองแข็งแรง กระปรี้กระเปร่าอย่างวิเศษ ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วยเสียเงินค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย
บางคนไม่ชอบออกกำลังกายนั่งแต่รถยนต์ที่ต้องใช้น้ำมันแพงๆ กระทั่งร่างกายอุดมด้วยไขมันแล้วก็ต้องไปให้หมอเชือดเฉือนก้อนน้ำมันออกจากตัว นี่แหละครับผลอันเกิดจากไม่รู้จักใช้น้ำเราหรือน้ำแรงของตนเอง เพราะใช้แต่น้ำมันนั่นเอง
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ว่า หากจะดับทุกข์ย่อมต้องพิจารณาดับที่ต้นเหตุอันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
เมื่อเราทราบว่าสาเหตุสำคัญของการที่ผู้คนหน้าตาเศร้าหมองเพราะของแพงอันเนื่องมาจากน้ำมันแพงเป็นต้นเหตุ ทางแก้ง่ายที่สุดก็คืออย่าใช้น้ำมัน หรือถ้าจำเป็นจะต้องใช้ก็ควรใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด แล้วถ้าไม่ใช้น้ำมันจะให้ใช้อะไรหรือครับ
คำตอบนี้ง่ายนิดเดียว อยู่ที่ว่าจะทำได้หรือไม่เท่านั้น
สำหรับตัวกระผมเองนั้นปฏิบัติมานานเป็นปกติวิสัยแล้วครับ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่ใช้น้ำมันเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันอะไรทั้งนั้น
น้ำมันชนิดแรกที่กระผมไม่ต้องใช้สักนิดคือ .. น้ำมันใส่ผม !!!
เนื่องจากกระผมตัดปัญหาเรื่องนี้ไปนานแล้ว ด้วยการโกนผมบนศีรษะให้เกลี้ยงเกลาหมดจดเป็นประจำวันเว้นวัน จึงไม่ต้องใช้น้ำมันใส่ผมแม้สักนิดเดียว เพียงแต่ใช้ใบมีดโกนแทนเท่านั้นก็ไม่ต้องเสียเวลากับการหวีผม แต่งผม สระผม แล้วยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเป็น “เหา” อีกด้วย
นับเป็นการประหยัดทั้งเงินทั้งเวลา สามารถนำเวลาที่เคยหมดเปลืองไปมากมายกับการจัดแต่งดูแลทรงผม ไปใช้ในการทำงานอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่นการท่องเที่ยว การอ่านหนังสือ การเรียนหนังสือ การเขียนหนังสือ การสอนหนังสือ ฯลฯ
รวมทั้งไม่ต้องเสียเวลาซักปลอกหมอนบ่อยครั้งเหมือนสมัยก่อนที่ต้องซักบ่อยๆ เพราะปลอกหมอนมักเปื้อนน้ำมันใส่ผม ซึ่งหากไม่ซักบ่อยๆ ก็จะสะสมมีกลิ่นเหม็นหืนไม่น่านอนหนุน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันใส่ผมราคาแพงแค่ไหนก็ตาม หากสะสมค้างคืนค้างวันมักมีกลิ่นไม่โสภาสถาพรทั้งนั้น ยังทำให้ฝันร้ายมากกว่าฝันดีด้วย
น้ำมันอีกอย่างที่สามารถประหยัดได้คือน้ำมันปรุงอาหาร ควรกินอาหารที่ต้องใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด กระผมไม่ทอดไข่ด้วยน้ำมันมานานแล้ว อยากกินไข่ดาวก็ใช้น้ำต้มให้เดือดแล้วตอกไข่ใส่ลงไป กระผมเรียก “ไข่ดาวเทียม” เพราะหน้าตาเหมือนไข่ดาวที่ทอดด้วยน้ำมันแต่อร่อยกว่ากันเยอะ
กลับมาคุยเรื่องน้ำมันซึ่งใช้เติมเครื่องยนต์ต่างๆ อันเป็นต้นเหตุให้ราคาสิ่งของอื่นๆ ต้องแพงขึ้นตามกันทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ฯลฯ คำตอบของกระผมในการแก้ปัญหาน้ำมันแพง ก็คือ น้ำมันแพงก็ใช้น้ำเราสิครับ ถูกกว่ากันเยอะเลย
ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นน้ำมันเป็นของผู้อื่น ย่อมต้องเสียเงินซื้อจากเขาหรือจากมันนั่นแหละ เมื่อมีคนต้องการมากแต่ของมีน้อย ผู้เป็นเจ้าของย่อมกำหนดราคาขายได้ตามความพอใจ เพราะไม่ต้องง้อคนซื้อ มีแต่คนซื้อต้องไปง้อให้เขาช่วยขายให้หน่อยนะ
กระผมจึงเสนอให้ใช้น้ำมันแต่น้อยๆ แล้วใช้น้ำเราให้มากๆ อย่านึกว่ากระผมพูดเล่นนะครับ เพราะกระผมชอบพูดทีเล่นทีจริง เพื่อไม่ให้เรื่องจริงๆ นั้นเคร่งเครียดซีเรียสเกินไป รู้จักเล่นหัวกันบ้างหรือมีอารมณ์ขันกันหน่อยจะทำให้ลดความกดดันเรื่องน้ำมันแพงลงได้เยอะแยะ น้ำเราที่กระผมเสนอแนะพูดง่ายๆ ก็คือ “น้ำแรง” นั่นเอง
จึงขอเสนอคำขวัญในการแก้ปัญหาน้ำมันแพงให้จำกันง่ายๆ ดังนี้
“น้ำมันแพง น้ำแรงถูก” คำว่าถูกในที่นี้ยังมีความหมายมากกว่าคำ “ถูก” ที่หมายถึงราคาถูก เพราะยังหมายถึง “ถูกต้อง”
อยากให้ใคร่ครวญกันสักนิดว่าทุกวันนี้เราจ่ายเงินซื้อน้ำมันมาใช้มากเกินความจำเป็นหรือไม่ ในขณะที่เราเป็นประเทศที่มีน้ำมันไม่พอเพียงกับการใช้สอย ต้องซื้อจากประเทศอื่นๆ ในราคาแพงลิบลิ่วจำนวนมหาศาล
กระผมสามารถใช้น้ำพักน้ำแรงหรือน้ำเราของตนเองเดินทางไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องใช้น้ำมันมากนัก มิหนำซ้ำยังรีดน้ำมันออกจากร่างกายได้อีกมากด้วย เพราะการไปไหนมาไหนโดยการใช้น้ำเราหรือน้ำแรง ทำให้น้ำมันในตัวลดลงได้ตั้งเยอะ
ในระยะทางประมาณไม่เกินห้ากิโลเมตรกระผมชอบเดินเท้า ถ้าไปไกลกว่านั้นมักใช้วิธีขี่จักรยาน หรือไกลมากกว่านั้นและต้องไปให้ทันเวลานัดหมาย ก็พึ่งพาระบบขนส่งมวลชนซึ่งเดี๋ยวนี้สะดวกรวดเร็วกว่าแต่ก่อนมากถ้าไม่เจอะแจกพอตเสียก่อน
การเดินหรือการใช้แรงของตนเองในการเดินทางบ่อยๆ เป็นประจำไม่เพียงแต่ประหยัดน้ำมันได้มากแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพของตนเองแข็งแรง กระปรี้กระเปร่าอย่างวิเศษ ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วยเสียเงินค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย
บางคนไม่ชอบออกกำลังกายนั่งแต่รถยนต์ที่ต้องใช้น้ำมันแพงๆ กระทั่งร่างกายอุดมด้วยไขมันแล้วก็ต้องไปให้หมอเชือดเฉือนก้อนน้ำมันออกจากตัว นี่แหละครับผลอันเกิดจากไม่รู้จักใช้น้ำเราหรือน้ำแรงของตนเอง เพราะใช้แต่น้ำมันนั่นเอง


