ซินหัวเน็ต22/06/05 – ถือเป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในชื่อดัง และมีผลงานที่ประทับใจคอนิยายจีนหลายต่อหลายเรื่อง สำหรับ 'จาเหลียงยง' ผู้เฒ่าวัย 81 ปี พูดถึงชื่อนี้ หลายคนอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่า จาเหลียงยง คนนี้ คือเจ้าของนามปากกา 'กิมย้ง' (จินยง) ปรมาจารย์นิยายกำลังภายใน ผู้ประพันธ์เรื่อง มังกรหยก แปดเทพอสูรมังกรฟ้า และ อุ้ยเสี่ยวป้อ แล้วล่ะก็ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเป็นแน่
ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซินหัวได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ กิมย้ง ที่เพิ่งได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์มาหมาดๆ โดยเขาเริ่มต้นเล่าว่า คุณแอลิสัน ริชาร์ด ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ได้อ่านนิยายกำลังภายในของเขาเรื่อง “อุ้ยเสี่ยวป้อ” ภาคภาษาอังกฤษ แล้วรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก จึงได้เสนอชื่อเขาแก่คณะกรรมการให้พิจารณามอบปริญญาดังกล่าวให้ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ถือเป็นปริญญาระดับสูงสุดของแคมบริดจ์ และไม่ใช่ได้กันง่ายๆ
แม้ว่า กิมย้งจะสามารถคว้าปริญญาสูงสุดมาครอบครองแล้ว แต่เขาก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ เพราะเขายังคิดที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกอีก แม้ปัจจุบันอายุอานามจะปาเข้าไป 81 ปีแล้วก็ตาม
“ผมไม่หวังปริญญา แค่อยากได้ความรู้เท่านั้น ผมดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสถาบันวรรณกรรม มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง แต่มีคนพูดว่า ความรู้ของผมยังไม่ดี ไม่เหมาะที่จะนั่งตำแหน่งนี้ เขาตำหนิผม ผมเถียงไม่ออก หนทางเดียวก็คือ ต้องเพิ่มความรู้ให้กับตัวเอง ตอนนี้ผมได้ทำเรื่องลาหยุดกับทางมหาวิทยาลัยแล้ว เพื่อที่จะมาเรียนต่อที่แคมบริดจ์”
หรือการที่กิมย้งหันมาเรียนต่อก็เพื่อต้องการลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้
“ผมไม่ได้เรียนหนังสือเพื่อคนอื่น คนอื่นวิจารณ์ผม ถ้าผมมีข้อเสียจริงก็พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุง คนเราล้วนมีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น การเรียนหนังสือก็เพื่อประโยชน์ของตัวเองน่ะ” โดยกิมย้งเองคาดว่าจะใช้เวลา 4 ปี ในการศึกษาระดับปริญญาโท 1 ปี และปริญญาเอก 3 ปี แต่ขณะนี้ ทางแคมบริดจ์ยังไม่ได้รับกิมย้งเข้าศึกษาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมองว่า เขาได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดแล้ว ถ้าหากกลับมาเป็นนักเรียน เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน แต่อย่างไรเสีย ปรมาจารย์นิยายกำลังภายในท่านนี้ก็ยังยืนยันความตั้งใจของตัวเอง และหวังว่าทางแคมบริดจ์จะไฟเขียวให้เขาได้เข้าเรียน
ส่วนเรื่องงานเขียนนั้น เขาตั้งใจว่าอยากจะเขียนหนังสือประวัติศาสตร์จีนที่เข้าใจง่าย ให้นักเรียนมัธยมอ่าน โดยกิมย้งรู้สึกว่า ปัจจุบันคนที่เขียนตำราประวัติศาสตร์นั้น เขียนลึกซึ้งเกิน แม้แต่นักศึกษามหาวิทยาลัยยังอ่านไม่เข้าใจ นอกจากงานเขียนตำราแล้ว ระหว่างศึกษาที่แคมบริดจ์ กิมย้งก็อาจจะเขียนงานอื่นๆ ด้วย
แต่สำหรับนิยายกำลังภายในนั้น เจ้าตัวยืนยันว่า จะไม่เขียนอีกแล้ว โดยให้เหตุผลว่า “ผลงานนิยายกำลังภายในของผมเยอะมาก เรื่องยาวมีถึง 15 เรื่อง อ่านทีก็ต้องใช้เวลามากพอสมควร สำหรับนักเขียน สามารถเขียนได้ถึง 15 เรื่อง ถือว่าไม่ผิดต่อผู้อ่านแล้ว มีน้อยคนนักที่ทำได้แบบนี้ ผมอายุปูนนี้ไม่มีความสามารถในการจินตนาการแล้ว ปล่อยให้คนหนุ่มสาวเขาเขียนเถอะ”
“ผมรู้ว่า มีพวกเด็กรุ่นหลังบางคนมาขโมยคัดลอกงานผม ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายนะ แต่ผมไม่คิดจะเอาเรื่องพวกเขาหรอก ผมหวังว่านักเขียนรุ่นใหม่จะไม่ก็อปปี้งานของผม.....ในฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ล้วนมีกฎหมายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสิ้น ถ้าแผ่นดินใหญ่ไม่สามารถควบคุมตรงนี้ได้ก็จะขายหน้าคนอื่นเขา”"
ในระหว่างการสนทนานักข่าวตั้งข้อสังเกตว่า กิมย้งท่าทางดูเป็นสุภาพชน ทำไมจึงสามารถสร้างจอมยุทธที่ชอบซดเหล้าชามโตๆ อ้าปากกว้างๆ กินอาหาร ได้
“การเขียนนิยายถือเป็นการทดแทนส่วนที่ขาดหายไปอย่างหนึ่ง ผมดื่มเหล้าไม่เป็น จึงได้สร้างตัวละครอย่าง เฉียวฟง ที่มีความสามารถในการดื่มเหล้าขึ้นมา อะไรที่ผมไม่มี ผมก็จะเขียนขึ้นในนิยาย ในบรรดาตัวละครที่ผมแต่งขึ้นมา ไม่มีตัวไหนที่เหมือนผมเลย บางตัวนิสัยดีมาก ผมอยากจะทำให้ได้อย่างพวกเขา อย่าง ต้วนอี้ เตียบ่อกี้ ซึ่งเป็นตัวละครที่เวลามีใครมาคุกคาม ก็มักจะยิ้มแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เก็บเอามาใส่ใจ ผมรู้สึกอิจฉาคนแบบนี้มาก”
ส่วนตัวเอก 'อุ้ยเสี่ยวป้อ' นั้น แตกต่างจาก พระเอกในเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง “อุ้ยเสี่ยวป้อ ถือเป็นตัวแทนของชาวจีนนิสัยแย่ ในสังคมที่ไร้ระเบียบ ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง แต่การกระทำของเขาก็เป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไปในจีนยุคนี้ เขาติดสินบนคนอื่น แล้วก็รับสินบนด้วย เรื่องอะไรไม่ดีก็ทำหมด ไม่ใช่คนดี”
ดังนั้น ก่อนหน้านี้จึงมีข่าวว่า กิมย้งคิดแก้เผ็ดอุ้ยเสี่ยวป้อ ด้วยการปรับแก้ตอนจบ ให้ไม่สมหวังอย่างในต้นฉบับเดิม โดยจะให้อุ้ยเสี่ยวป้อติดการพนัน ผลาญสมบัติเกือบหมด บรรดาภรรยาต่างตีจาก จาก 7 คนเหลือเพียง 1-2 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ กิมย้งก็ยังไม่ได้ปรับแก้แต่อย่างใด โดยเขาให้เหตุผลว่า “ผมขอความคิดเห็นจากผู้อ่าน หลายคนไม่เห็นด้วยให้เปลี่ยนแบบนี้”
พร้อมเล่าต่อว่า “ตอนนี้ ผมได้ปรับแก้เรื่อง ‘8 เทพอสูรมังกรฟ้า’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้นฉบับเดิมระบุว่า ต้วนอี้ชื่นชอบหวังอี่ว์เยียน เพราะหน้าตาที่สดสวยงดงาม แต่ที่จริงแล้วเธอนิสัยไม่ดี หลังจากปรับแก้แล้ว ต้วนอี้ในที่สุดจะตาสว่าง แล้วก็ไม่ชอบหวังอี่ว์เยียนอีกต่อไป”
สุดท้ายนักข่าวได้สอบถามถึงชีวิตปัจจุบันของกิมย้ง ซึ่งเขาเล่าว่า “ตอนนี้ก็นับว่าดี มีอิสรเสรี มีความสุขดี ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือหาความรู้ รู้สึกสบายใจ ถ้ามีพระเจ้าจริงๆ ผมก็รู้สึกว่าท่านดีต่อผมไม่น้อยเลย”


