xs
xsm
sm
md
lg

ก่อนจะถึงชี่กง DCP

เผยแพร่:   โดย: สันติ ตั้งรพีพากร

ต้องขอสารภาพว่า ผู้เขียนเป็นคนที่ไม่อิ่มกับการแสวงหา ด้วยหลักปรัชญาที่ว่า "ชีวิตคือการค้นพบ"

การแสวงหาจะทำให้เราค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่ให้ความหมายใหม่ๆ แก่ชีวิต สำหรับการพัฒนาคุณค่าของชีวิต ทั้งชีวิตตนและชีวิตผู้อื่น

โดยนัยดังกล่าว ชีวิตแท้จึงต้องมีความเป็นพลวัตในตัว ไม่หยุดนิ่ง จึงต้องแสดงออกมาในรูปของการแสวงหา และให้คำตอบแก่ชีวิตอย่างไม่ขาดสาย

สำหรับชีวิตที่ผ่านฤดูกาลต่างๆ มาแล้วกว่า 60 รอบ ผู้เขียนพอจะได้ข้อสรุปแล้วว่า สิ่งที่ตนเองแสวงหาและพยายามให้ "คำตอบ" นั้น แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือสิ่งนอกตน และสิ่งในตน

ส่วนที่หนึ่ง สิ่งนอกตน

ก็คือสังคมและมนุษย์ ซึ่งได้ปรากฏออกมาเป็นการแสวงหาเส้นทางพัฒนาการของสังคมมนุษย์ไปสู่ความก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น เพื่อเสริมส่งให้ชีวิตโดยรวมของมวลมนุษย์ดีขึ้นเรื่อยๆ

ในส่วนนี้ มีการเชื่อมโยงเข้าด้วยกันของหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและปรัชญามาร์กซิสม์ แล้วนำเสนอออกมาเป็นชุดบทความเรื่อง "อริยสัจการเมืองจีน" รวม 26 บท (บทที่ 26 ซึ่งเป็นบทสุดท้าย ได้นำเสนอไปแล้วเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมาในเว็บไซต์ผู้จัดการ และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันฉบับวันพฤหัสฯ ที่ 7 เมษายน)

ในนั้น ผู้เขียนได้ไฮไลต์ คือดึงเอาจุดเด่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสำคัญระดับโลก ขึ้นมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงเข้ากับการเมืองโลกและการเมืองไทย

จุดเด่นของพรรคฯ จีน ที่ผู้เขียนค้นพบ ก็คือความเป็น "พรรคเหนือทุน" (ท่านที่สนใจที่จะทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งในเรื่องนี้ โปรดเข้าไปดูในคอลัมน์ "อริยสัจการเมืองจีน" ของ "มุมจีน" ในเว็บไซต์ผู้จัดการ www.manager.co.th) ซึ่งมีความเป็น "สากล" ยิ่ง โดยเฉพาะหลักยึดสำคัญที่เรียกว่า "ตัวแทน 3 ประการ" และการกำหนดภารกิจสูงสุดไว้ที่การพัฒนาความเป็นมนุษย์อย่างรอบด้าน

นั่นหมายความว่า พรรคการเมืองใดจะใช่หรือมิใช่พรรคการเมืองชนชั้นกรรมาชีพก็ตาม ที่มีอุดมการณ์เพื่อประเทศชาติและประชาชน ล้วนอยู่ในฐานะที่นำเอาหลัก "ตัวแทน 3 ประการ" และการมุ่งหมายพัฒนาความเป็นมนุษย์อย่างรอบด้าน เป็นหลักชี้นำการกำหนดนโยบายและการบริหารประเทศของตนได้อย่างเป็นจริง

ในความเข้าใจของผู้เขียน คุณสมบัติของความเป็นพรรคเหนือทุน คือกุญแจไขประตูไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติและประชาชน เป็นคุณสมบัติของพรรคการเมืองคุณภาพยุคใหม่ที่สังคมโลกเชื่อมโยงกันเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่ง โดยเฉพาะทางด้านข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ

ในสภาวะเช่นนี้ ประเทศใดที่มีพรรคการเมืองที่ดี มีประสิทธิภาพทำหน้าที่บริหารประเทศชาติ ก็จะพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์มาก สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างรอบด้าน ยืนหยัดอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีในสังคมโลก

ดังเช่นกำลังปรากฏอยู่ในประเทศจีนและในบางประเทศ อันสืบเนื่องจากพรรคบริหารประเทศ มีคุณสมบัติของความเป็นพรรคเหนือทุน

เมื่อประยุกต์เข้ากับสังคมไทยแล้ว "พรรคเหนือทุน" ก็มีสถานภาพเป็นพรรคการเมืองที่สังคมไทยพึงประสงค์ สามารถเป็นต้นแบบให้พรรคการเมืองต่างๆ ในประเทศไทยดำเนินการปฏิรูปและพัฒนาตนเองได้

ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า การเกิดขึ้นของพรรคเหนือทุนไทย คือ "กุญแจ" ไขประตูไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมไทยในอนาคต เพื่อการพัฒนาตนเองอย่างรอบด้านของประเทศไทยและคนไทยทุกคน

มาบัดนี้ ผู้เขียนได้ "ให้คำตอบ" แก่สังคมไทยเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปจะขอให้คำตอบแก่ชีวิต "ใน" ตนบ้าง

ส่วนที่สอง สิ่งในตน

ส่วนนี้นับว่าเป็นการแสวงหาเพื่อพัฒนาชีวิตของมนุษย์ในระดับปัจเจกบุคคลโดยตรง แต่ไม่ได้ตัดขาดจากการพัฒนาโดยรวมของสังคมและมนุษย์ ตรงกันข้าม กลับเป็นส่วนเสริมเพิ่มให้กับการพัฒนาโดยรวมของสังคมและมวลมนุษยชาติ

มองอย่างเชื่อมโยงในระดับองค์รวม เราจะเห็นได้ไม่ยากว่า การพัฒนาของสังคมและมนุษย์โดยรวม คือเงื่อนไข หรือสภาวะแวดล้อม สำหรับการพัฒนาตนเองในระดับปัจเจกบุคคล

เช่นเดียวกัน การพัฒนาตนเองในระดับปัจเจกบุคคล ก็จะส่งผลกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาของสังคมและมนุษย์โดยรวม

สังคมใด ประเทศใดมีการพัฒนาของมนุษย์ทั้งในระดับองค์รวมและระดับปัจเจกบุคคล ก็จะเป็นสังคมดีงามและดีเลิศ สามารถชักนำให้สังคมโลกพัฒนาตามไปด้วย

การพัฒนาในระดับองค์รวม ต้องการปัจจัยแกนเป็น "กุญแจ" ซึ่งผู้เขียนได้นำเสนอว่า ปัจจัยแกนที่ว่าก็คือ "พรรคเหนือทุน"

เช่นเดียวกัน การพัฒนาในระดับปัจเจกบุคคล ก็จำเป็นต้องมีปัจจัยแกนเป็น "กุญแจ"

กระนั้น จนถึงทุกวันนี้ สำหรับผู้เขียน ก็ยังมีความแตกต่างระหว่างการแสวงหา "คำตอบ" ให้แก่การพัฒนาในระดับองค์รวมของสังคมและมนุษย์ กับการแสวงหา "คำตอบ" ให้แก่ตนเองในระดับปัจเจกบุคคล

นั่นคือ เมื่อได้ให้คำตอบแก่สังคมไปแล้วในเรื่องของพรรคเหนือทุน ก็จำเป็นต้องยุติลงเพียงแค่นั้น จะไม่นำเสนออะไรเพิ่มเติม ทั้งนี้เพราะสิ่งที่จะดำเนินต่อไปนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติ จะต้องใช้การปฏิบัติกรุยทางไปสู่ความรับรู้ใหม่ๆ สำหรับการขับเคลื่อนของพรรคเหนือทุน

ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นเพียงผู้คิด ไม่ได้ลงมือปฏิบัติโดยตรง ไม่ได้มีส่วนในการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองใดๆ การนำเสนอ "คำตอบ" จึงจำกัดอยู่แต่ในกรอบของ "อดีต" จนถึง "ปัจจุบัน" เท่านั้น ส่วน "อนาคต" ซึ่งก็คือความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นต่อไป จะต้องให้ผู้ดำเนินการเคลื่อนไหวปฏิบัติจริงเป็นผู้ให้ "คำตอบ" ซึ่งก็คือจะต้องให้ผลการปฏิบัติมาเป็นคำตอบ มิใช่แสวงหาคำตอบจากตำราหรือ "มันสมอง" ของใครอื่นใด

นั่นหมายความว่า ผู้เขียนจะไม่นำเสนอแนวคิดเรื่องการเคลื่อนไหวปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่พรรคการเมือง "เหนือทุน" ใดๆ เด็ดขาด ตราบใดที่ตนเองยังอยู่วงนอกของการเคลื่อนไหวปฏิบัติที่เป็นจริง

อีกนัยหนึ่ง การแสวงหาคำตอบให้แก่การพัฒนาของสังคมและมนุษย์โดยรวมของผู้เขียน ได้จบสิ้นลงแล้ว

ตรงกันข้าม การแสวงหาคำตอบให้แก่ชีวิตตน จะไม่มีวันสิ้นสุดลงเลย จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ

เกาะกระแสธรรมดำเนินชีวิต

บนเส้นทางชีวิตที่ผันผ่านขวบวัยที่ 60 ไม่นานนัก ผู้เขียนได้สัมผัสกับ "ธรรม" ในรูปแบบต่างๆ ในท่ามกลางบรรยากาศและสภาพแวดล้อมต่างๆ มาเป็นลำดับ

ในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่เชื่อมั่นศรัทธาในความดีและความถูกต้อง แต่อ่อนไหวไกวเอนไปตามกระแสดึงดูดของโลกธรรม ทำให้ผู้เขียนสัมผัสกับหลักธรรมคำสอนของพระศาสดา (หลักๆ ก็คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) เป็นบางด้านในบางระยะ ทำให้มีแนวคิดชี้นำการปฏิบัติชีวิตในกรอบแห่งคุณธรรมได้เป็นพื้นฐาน

จนกระทั่งได้ศึกษาและรับรู้หลักทฤษฎีมาร์กซิสม์ จึงเกิดการเชื่อมโยงกันเข้าของอุดมคติและปรัชญาแห่งพุทธกับปรัชญาและอุดมการณ์มาร์กซิสม์ในระดับ "ธรรม" (ท่านที่สนใจทำความเข้าใจ โปรดเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ผู้จัดการคอลัมน์ "อริยสัจการเมืองจีน")

"ธรรม" คือ "กฎธรรมชาติ" ที่ขับเคลื่อนสรรพสิ่งทั่วทั้งสากลโลก มิเว้นแม้แต่ภายในจิตใจของคนเรา

การปฏิบัติตาม "ธรรม" หรือ "กฎธรรมชาติ" เป็นหน้าที่ของมวลมนุษย์ สำหรับการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าสูงสุด

ในทางสังคม เรามีหน้าที่ต้องพัฒนาสังคมไปตามกฎเกณฑ์ของมัน ให้สอดคล้องกับขั้นตอนพัฒนาของสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ นั่นคือ สร้างปัจจัยและเงื่อนไขให้เอื้อต่อการพัฒนาของพลังการผลิตมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ (ลัทธิมาร์กซิสม์เห็นว่า พลังขับดันเบื้องต้นของพัฒนาการสังคมและมนุษย์ก็คือพลังการผลิต)

ในทางชีวิต เรามีหน้าที่ชำระสะสางจิตใจให้สะอาด ละเลิกการยึดติดในตัณหา อุปาทาน ลดทุกข์ (ซึ่งจะเพิ่มสุขไปในตัว) ในทุกลมหายใจของชีวิต เสริมสร้างเจตนาอันเป็นกุศล เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติกุศลกรรมอย่างต่อเนื่องและอย่างรอบด้านเสมอไป

การปฏิบัติทางสังคมและการปฏิบัติต่อชีวิตไปในทางเช่นว่านี้ ก็คือวิถีชีวิตอันประเสริฐ จะยังความเจริญรุ่งเรือง และเป็นสุขในทั้งระดับสังคมและปัจเจกบุคคล

"วิถีชีวิตอันประเสริฐ" ที่ว่านี้ ก็คือสิ่งที่ผู้เขียนพยายาม "เกาะยึด" มาโดยตลอด และนำไปสู่การได้คำตอบเป็นขั้นๆ ให้แก่สังคมมนุษย์ และชีวิตของตน

ในด้านสังคมก็คือสิ่งที่ได้นำเสนอไปแล้ว

ในด้านชีวิตตน ก็คือสิ่งที่ผู้เขียนจะทยอยนำเสนอต่อไป ในหัวข้อ "ชี่กง DCP"

ท่านที่สนใจ โปรดติดตามได้ในเว็บไซต์ผู้จัดการ (คอลัมน์ "ชี่กง DCP") และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน (คอลัมน์ "บนเส้นสตาร์ทเดียวกัน") ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน นี้ เป็นต้นไป

******
หมายเหตุ : ปัจจุบัน ผู้เขียนเป็นวิทยากรประจำในโครงการ "ผู้จัดการสุขภาพ" (man-nature) ทำการอบรมวิชา "ชี่กง DCP" ให้แก่บุคคลทั่วไป ท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานใหญ่ บ้านเจ้าพระยา ถ. พระอาทิตย์ บางลำพู หรือโทร. 0-2629-2211 ต่อ 1117, 1118,1151,1152)
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น