xs
xsm
sm
md
lg

งิ้วคุนซัน อุปรากรสูงศักดิ์แห่งเทือกเขาคุนซัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มื่อหลายร้อยปีก่อน ตามลำคลองสายหลักในเมืองแถบเทือกเขาคุนซันยังเต็มไปด้วยขบวนเรือน้อยใหญ่ของคณะงิ้วพเนจรที่พายมาจอดพักตามท่าเรือ พวกเขาร้องงิ้วคุนฉี่ว์กันได้ทุกคน จนถึงเดี๋ยวนี้ที่ผู้เดินทางหันมาใช้ถนนแทนคูคลอง แต่คณะงิ้วคุนซันแห่งซูโจว(苏州昆剧团) ก็ยังคงเปิดสอนงิ้วคุนซันสร้างนักแสดงงิ้วเยาวชนรุ่นใหม่ และอาคารพิพิธภัณฑ์อุปรากรคุนฉี่ว์แห่งคุนซัน ยังคงทำหน้าที่อวดขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ชาวจีนอพยพส่วนใหญ่ในท้องที่ก็ยังรู้จักงิ้วคุนซันนี้น้อยมาก รวมถึงคนนอกอย่างเรา


แหล่งชมงิ้วคุนซันในเจียงซู

งิ้วคุนซัน (昆曲-คุนฉี่ว์) หรืออุปรากรที่ถือกำเนิดแถบเทือกเขาคุนซัน (昆山) ในมณฑลเจียงซู มีการแสดงนิยมแพร่หลายในมณฑลริมฝั่งทะเลทางตะวันออกของประเทศนี้มานานหลายศตวรรษ ปัจจุบัน เราสามารถหาชมงิ้วคุนซันได้ในเมืองซูโจว และโจวจวง โดยเฉพาะที่โจวจวง งิ้วคุนซันได้กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่ลูกชาวนาในหมู่บ้านนำมา‘ขาย’เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมือง

ไช่เส้าหัว ผู้อำนวยการโรงงิ้วคุนซันแห่งเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู เปิดเผยว่า มีการแสดงงิ้วคุนซันของดารางิ้วอาชีพในตำบลโจวจวง เมืองเก่าในซูโจว อย่างน้อย 2-3 รอบทุกวัน โดยมักจะเล่นอยู่ไม่กี่องก์ที่ดังๆ เช่น 《闹学》(เน่าเสียว์) 《游园》 (โหยวหยวน) 《惊梦》 (จิงเมิ่ง) เป็นต้น

‘ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในโจวจวงราว 2,500,000 คนต่อปี หากว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้มาเข้าชมการแสดงคุนฉี่ว์ที่โรงละครเก่า ก็เท่ากับว่าพวกเรามีผู้ชมกว่า 1,500,000 คนแล้ว ซึ่งเราจะได้ใช้โอกาสนี้สืบทอดงิ้วคุนซันให้มีชีวิตต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังปั้นนักแสดงรุ่นใหม่ๆออกมาได้มากขึ้นอีกด้วย’ ไช่เส้าหัว กล่าว

โจวฉิน นักวิชาการจากศูนย์วิจัยอุปรากรคุนฉี่ว์แห่งชาติ กล่าวว่า  ทุกวันนี้ในเมืองซูโจวมีสมาคมคณะงิ้วคุนซันใหญ่ๆอยู่เพียง 2 คณะ มีการแสดงทุกวันที่สวนโบราณแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของเมือง คณะหนึ่งแสดงทุกวันบ่ายวันพฤหัส ที่สวนเฮ่อหยวน (鹤园) อีกคณะหนึ่งแสดงทุกบ่ายวันอาทิตย์ ที่สวนอี๋หยวน (怡园) นอกนั้นก็มีแสดงตามสวนต่างๆในเมือง อาทิ สวนหลิว (留园) มีการร้องงิ้วคุนซันโชว์ทุกวันราว 80 รอบ ส่วนที่สวนหวั่งซือ (网师园) ก็มีร้องโชว์ทุกค่ำ

เล่าอดีตงิ้วคุนซัน

โจวฉิน เล่าถึงงิ้วคุนซันในอดีตว่า  คณะละครงิ้วคุนซันยุคเริ่มต้นมักกินอยู่ในบ้านคหบดีหรือขุนนางผู้มีฐานะ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) ห้ามไม่ให้เอกชนมีการเลี้ยงคณะละครหรือกลุ่มคนต่างๆเพื่อสร้างความบันเทิงส่วนตัว  คณะละครเหล่านี้จึงกระจัดกระจายออกมาทำมาหากินกันเอง แต่เนื่องจากความนิยมของชนชั้นสูงที่มักจัดแสดงงิ้วเมื่อมีงานมงคลต่างๆยังคงมีอยู่ งิ้วคุนซันจึงสามารถยังชีพด้วยการรับจ้างแสดงงิ้วเพื่อลูกค้ากลุ่มนี้ต่อมาได้

เขาเสริมอีกว่า  ยุคที่งิ้วคุนฉี่ว์รุ่งเรืองสูงสุดอยู่ในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง มีคณะงิ้วรายใหญ่รายย่อยอยู่ในเมืองซูโจวมากถึง 47 คณะ ที่มีการแสดงงิ้วคุนซันทุกวัน

เหยาไป๋ฟาง ผู้เชี่ยวชาญด้านงิ้วคุนซันอีกท่านหนึ่ง อธิบายว่า  งิ้วคุนซันมีการออกตระเวนแสดงตามเมืองต่างๆแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ซูโจว สายเหนือตระเวนไปแสดงตามเมืองอู๋ซี – เจียงอิน – อี๋ซิง ส่วนสายใต้จากคุนซัน – อู๋เจียง – หูโจว – หังโจว สมัยก่อนเมื่อไปถึงเมืองหนึ่งหรือหมู่บ้านหนึ่งจะปักหลักแสดงอยู่ราว 1- 3 วัน ทั้งปีรับงานเป็น 1,000 กว่ารอบ

กู้ตู่หวง เจ้าของและผู้ก่อตั้งคณะงิ้วคุนซันแห่งซูโจวอีกคณะหนึ่ง ผู้เรียนมาทางด้านละครพูดแต่กลับมาหลงรักงิ้วคุนซัน ครอบครัวของกู้เป็นผู้มีฐานะได้เคยรวบรวมเพื่อนซึ่งล้วนมาจากครอบครัวตระกูลสูงศักดิ์ในซูโจวและคุนซัน เปิดสำนักศึกษางิ้วคุนซันเพื่อถ่ายทอดและอนุรักษ์อุปรากรท้องถิ่นที่โรงงานทอผ้าเจียงหนัน ตั้งแต่ปี 1921

กู้ ชี้แจงว่า สำนักศึกษางิ้วคุนซันก่อตั้งขึ้นเพื่อหวังว่าจะเปิดสอนนักเรียนที่เมื่อจบการศึกษาแล้วก็จะให้เข้าทำงานในโรงงานไปด้วยและเล่นละครไป แต่ไม่กี่ปีต่อมา เมื่อโรงงานเกิดล้มละลายเจ้าของก็ต้องเปลี่ยนมือไป แต่สำนักละครงิ้วคุนซันก็ยังคงดำเนินกิจการต่อมา

กู้ตู่หวง ย้อนถึงวันเก่าๆให้ฟังว่า  แรกๆการแสดงงิ้วคุนซันที่เปิดการแสดงในเมืองซูโจวส่วนมากเล่นตามสมาคมหรือโรงน้ำชา นั่งเรือไปเล่นตามหมู่บ้านต่างๆ ต่อมาเมื่อมีการสร้างโรงละครในยุคสาธารณรัฐจีน เจ้าของคณะก็เริ่มมีรายได้จากการขายตั๋วตามที่นั่ง เมื่องิ้วคุนซันเป็นที่นิยมอย่างมากนักแสดงหน้าใหม่ๆมีฝีมือก็เกิดขึ้นมากตามไปด้วย ทำให้นักแสดงงิ้วกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเช่นกัน

กู้ อ้างว่า รายได้ของนักแสดงงิ้วอาชีพสูงมาก ตัวอย่าง เหมยหลันฟาง ดารางิ้วที่มีชื่อเสียงไปแสดงที่เซี่ยงไฮ้ครั้งเดียวได้ค่าตัวอย่างน้อย 20,000 หยวน ซึ่งสูงกว่าเงินเดือนของพนักงานออฟฟิศสมัยนั้น

สำนักงิ้วคุนซันของตระกูลกู้และเพื่อนได้รับความนิยมสูงสุดพร้อมกับชัยชนะหลังสงครามจีนต่อต้านญี่ปุ่น (ค.ศ.1945) คราวหนึ่งมีการจัดแสดงงิ้วคุนซันติดต่อกัน 4 วันที่เซี่ยงไฮ้ ได้เชิญเหมยหลันฟางและดารางิ้วดังๆไปเล่น จนราคาบัตรเข้าชมในตลาดมืดถีบตัวขึ้นสูงมาก ผู้มีอันจะกินจากทุกสารทิศก็ยังตามไปดูกันอย่างเนืองแน่นเต็มโรงงิ้วเหม่ยฉี โรงละครใหญ่ของเซี่ยงไฮ้

‘คุนฉี่ว์’ งิ้วโบราณชั้นสูงของจีน

‘เมื่อพระนางซูสีไทเฮาหันไปฟังงิ้วปักกิ่งไม่ฟังคุนฉี่ว์ อุปรากรแห่งเขาคุนซันก็ถึงยุคตกต่ำ เปลี่ยนมือจาก ‘ของเล่น’ ของขุนนางมหาเศรษฐีมาเป็นของสามัญชน เหมือนเช่นปัจจุบันที่ผู้คนหันไปฟังเพลงป๊อบและเลิกฟังงิ้วปักกิ่ง มันก็มาจากหลักเหตุผลเดียวกัน’ กู้ตู่หวง ผู้ที่ทั้งชีวิตคลุกคลีอยู่กับบทเพลงและศิลปการแสดงคุนฉี่ว์ กล่าว

คุนฉี่ว์ นาฏกรรมที่มีบทร้องและเพลงเป็นหลักจากเทือกเขาคุนซัน หรือ งิ้วคุนซัน หรือที่รู้จักในชื่อ คุนจี้ว์ (昆剧) ในปัจจุบัน มีกำเนิดมากว่า 600 ปี เคยมีกล่าวถึง ท่วงทำนองหรือเสียงคุนซัน (昆山腔-คุนซันเชียง) เรียกย่อว่า 昆腔 (คุนเชียง) ในประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยปลายราชวงศ์หยวน-ต้นราชวงศ์หมิง ซึ่งกำเนิดและค่อยๆพัฒนาท่วงทำนองกลายเป็นเพลงที่เป็นระบบมากขึ้นในสมัยต่อๆมา จนแพร่หลายไปถึงปักกิ่งและทั่วประเทศ (มาในสมัยราชวงศ์ชิง นิยมเรียก คุนฉี่ว์)

ปลายสมัยจักรพรรดิคังซี แห่งราชวงศ์ชิง เพลงคุนซันเริ่มพัฒนาขึ้น ทั้งเนื้อร้อง ท่วงท่าการแสดง บทบาท และการแต่งกายของนักแสดงก็พิถีพิถันมากขึ้นด้วย และเริ่มมีลักษณะเป็นอุปรากรมากขึ้น

อุปรากรคุนซันโดยส่วนใหญ่เป็นที่นิยมในหมู่เจ้านายตระกูลสูงศักดิ์ และข้าราชการชั้นสูง เป็นอุปรากรเก่าแก่ที่ชาวจีนยกให้เป็นงิ้วชั้นสูง(雅部) มีขนบการแสดง บทบาทตัวละครและท่าทางการร่ายรำที่มีรายละเอียดซับซ้อน ท่วงทำนองการร้องอ่อนหวาน นุ่มนวลจับใจ ศัพท์แสงที่ร้องเป็นคำชั้นสูง ชาวบ้านทั่วไปจึงเข้าถึงยาก

งิ้วคุนซันต้องปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่อีกครั้งเมื่อกระแสงิ้วชาวบ้าน ที่เรียกว่า ฮวาปู้จูเชียง (花部诸腔) ที่มีเรื่องราวตื่นเต้นเร้าใจกว่า เน้นเรื่องตลกโปกฮาถูกใจชาวบ้าน และยังใช้ภาษาท้องถิ่นเข้าใจง่าย ได้รับความนิยมขึ้นมาแทน (ในสมัยชิง) งิ้วคุนซันจากเดิมที่เคยแสดงเต็มเรื่อง จึงตัดตอนมาแสดงเฉพาะบางตอนแบบที่เรียกว่า เจ๋อจื่อซี่ (折子戏) ทำให้ได้อรรถรสมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับทำให้การแสดงเชื่องช้าลง ขาดความสดใหม่ จนในที่สุดเริ่มเสื่อมความนิยมลงเรื่อยๆ และมาได้รับการฟื้นฟูอนุรักษ์อย่างจริงจังจากรัฐบาลเอาเมื่อสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว

วันที่ 18 พฤษภาคม 2001 องค์การยูเนสโกได้มีมติยกให้งิ้วคุนซันเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ประเภทเรื่องที่เป็นมุขปาฐะและไม่จัดอยู่ในโบราณวัตถุสถาน

ปัจจุบัน กระแสการฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีพื้นบ้านของทางการ ทำให้งิ้วคุนซันยังคงสามารถสืบทอดและเปิดการแสดงในพื้นที่ต่างๆในจีน อาทิ มณฑลเจ้อเจียง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง หนันจิง(นานกิง) โดยมีคณะงิ้วเป็นของตนเองในท้องถิ่นด้วย.

เรียบเรียงจาก  นิตยสาร ‘เซิงหัวโจวคัน’ 生活周刊 / ซีซีทีวี / zhongguoxijuchang.com