ข่าวคราวที่เป็นที่ติดตามตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องการที่ราชวงศ์ไทยเยือนประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ โดย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส
หนึ่งในเรื่องที่ชาวเน็ตเฝ้ารอชมก็คือ ลุคต่างๆ ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินตามเสด็จพ่อ กับลุคที่ทรงเผยพระสิริโฉมงดงามในแบบฉบับของพระองค์ ซึ่งสอดแทรกความสวยงามของผ้าไหมไทยในแบบแฟชั่นระดับโลก จนทุกคนยกย่องในความปังทุกลุค
เริ่มจากลุคแรกกับ ฉลองพระองค์ชุดกลางวันลายจุด (Polkadot) ตัดเย็บจากผ้าไหม ผลงานของศิลปินแห่งชาติ ธีรพันธ์ วรรณรัตน์ แห่งห้องเสื้อ Tirapan ในการเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ลุคนี้ได้รับแรงบันดาลพระทัยมาจาก ฉลองพระองค์ชุดกลางวัน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ออกแบบโดย “ปิแอร์ บัลแมง” จากห้องเสื้อบัลแมง (Pierre Balmain) ตัดเย็บด้วยผ้าไหมพิมพ์ลาย โดยพระองค์ทรงคัดเลือกจากคอกเลกชันฤดูใบไม้ผลิปี 2503 ของห้องเสื้อบัลแมง และโปรดเกล้าฯ ให้ปรับเปลี่ยนลายผ้าจากภาพร่างเดิม เสื้อชั้นนอกผ่าด้านหลังตรงกลางจนถึงชายด้านล่าง เมื่อเคลื่อนไหวระหว่างสวมใส่จะเห็นชุดเข้ารูปที่อยู่ข้างใน
ลุคต่อมากับ ฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ สีตะกั่ว ผ้ายกดอกปักประดับเลื่อม ตัดเย็บโดย ธีรพันธ์ วรรณรัตน์ ในการเสด็จฯ ร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อนุสรณ์สถาน โอแตล เด แซ็งวาลิด (Hôtel des Invalides) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศสูงสุดทางการทหาร ที่รัฐบาลฝรั่งเศสใช้จัดรัฐพิธีต้อนรับประมุขต่างประเทศอย่างสมพระเกียรติ
ลุคที่ 3 ยังคงเผยความเป็นไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ กับฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิต ในการเสด็จฯ ร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ (State Dinner) ณ พระราชวังเอลีเซ ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมลายแก้วชิงดวงเล็ก ย้อมครามธรรมชาติ จากฝีมือการทอของกลุ่มจันทร์โสมา โดย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ตัดเย็บและปักประดับอย่างวิจิตร โดยห้องเสื้อ Tirapan ด้วยลักษณะเด่นของเสื้อคอกว้างไม่มีแขน กุ๊นขอบคอและปักประดับที่ตัวเสื้อ ผสานผ้านุ่งจีบหน้ามีชายพก ทำให้ชุดไทยดุสิตเป็นหนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม สำหรับงานพิธีค่ำและใช้ในงานพระราชพิธีที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศ
ต่อมากับลุคที่มีความสบายๆ ผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อประทับเรือพระที่นั่งล่องแม่น้ำแซน เพื่อชมทัศนียภาพและศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองปารีส กับแนวคิด “ปารีสแห่งความยั่งยืน” ทรงฉลองพระองค์ในชุดจากผ้าไหมจกสีงาช้าง ลวดลายดอกพุดตานทอด้วยเทคนิคการจกไล่นำหนักของสีในดอก โดยเกสรของดอกใช้สีเหลืองอ่อนนวล กลีบดอกใช้สีฟ้าอ่อนและสีครามซึ่งกระจายตัวบนผืนผ้า ทอโดย จักรวรรดิวัตร ปรีจำรัส กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ จ.กาฬสินธุ์ และตัดเย็บโดย พลัฏฐ์ พลาฎิ แห่งแบรนด์ Pyvet
ลุคที่ 5 กับลุคต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté - Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity“ ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงฉลองพระองค์ชุดเดรสคอกลมแขนยาวระดับศอก ตัดเย็บจากผ้าเจอร์ชีย์สีน้ำเงินเข้ม กระโปรงตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ลายแต้ม ด้วยเทคนิคการมัดลายและทอมืออย่างประณีต จับเดรปช่วงสะโพกอย่างประณีต สร้างสรรค์ผืนผ้าโดย ทวีศักดิ์ จัตุวัน กลุ่มทอผ้าไหม CHATTUWAN Thaisilk จ.ร้อยเอ็ด และตัดเย็บโดย พลัฏฐ์ พลาฎิ
สวยสะกดใจกับลุคที่ 6 ชุดเดรสของแบรนด์ GIVENCHY
และปิดท้ายด้วยลุคที่ 7 กับฉลองพระองค์ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมทอลายพระราชทานลาย “สิริราชพัสตราภรณ์” ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ ตัดเย็บโดย ธีระพันธ์ วรรณรัตน์
ทั้งนี้ นอกจากฉลองพระองค์อันงดงามแล้ว ก็ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังความงามอีก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งพระพักตร์โดย ภูธดา พรธรรมฉัตร Make Up Artist ระดับปรมาจารย์ และแต่งพระเกศาให้เข้ากับทุกลุคโดย สมพร ธิรินทร์ ช่างทำผมระดับบรมครู ช่วยคอมพลีทลุคสุดเฟอร์เฟกต์ออกสู่สายตาชาวไทยและชาวโลก


