หากกล่าวถึงสตรีผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นแห่งราชสำนักเอเชียในยุคปัจจุบัน พระนามของ “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” ย่อมติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทุกครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์มักทรงฉลองพระองค์ที่สะท้อนทั้งพระสิริโฉม ความสง่างาม และความเป็นไทยได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นที่กล่าวถึงในหมู่สื่อแฟชั่นระดับนานาชาติอยู่เสมอ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พระราชนิยมด้านแฟชั่นของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ มิได้เป็นเพียงเรื่องของความงดงามภายนอก แต่ยังทรงใช้ “ฉลองพระองค์” เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผ้าไทย งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาของคนไทยสู่สายตาชาวโลก ทุกลุคจึงไม่ใช่เพียงแฟชั่น หากแต่เป็น Soft Power อันทรงคุณค่าที่สะท้อนพระอัจฉริยภาพ และพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระราชินีแห่งแผ่นดินไทย
ลุคที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ เมื่อครั้งเสด็จเยือนสวีเดน ในฉลองพระองค์ชุดราตรียาวไหล่เดียว ปักประดับเลื่อมและดิ้นเงินระยิบระยับ ไฮไลต์คือ การทรง “เทียร่าเพชร” พร้อมกระเป๋าคลัทช์ทรงกระบอกทองคำขาวประดับพลอย (Moonstone) เพชร (Diamond) และพลอยสีน้ำเงิน (Sapphire) จนสื่อแฟชั่นยุโรปต่างยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “Best Royal Tiara Looks” ที่สมพระเกียรติและสง่างามดุจดั่งภาพวาด
ลุคที่สายแฟยกให้เป็นพระองค์มัม เมื่อครั้งเสด็จเยือนอิตาลี กับชุดฉลองพระองค์เสื้อคอเต่าสีดำแขนยาว จับคู่กับกระโปรงเอวสูงทรงบาน ความยาวระดับกลางน่อง ผลิตจากผ้าไหมลูกแก้ว ตัดสลับผ้ากำมะหยี่สีดำรอบตัวกระโปรง สวมทับด้วยโค้ทยาว ออกแบบโดยห้องเสื้อ MESHMUSEUM และแว่นตากันแดด เพิ่มมิติความหรูหรา
อีกหนึ่งลุคที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือฉลองพระองค์เคปยาวสีขาวนวล ตัดเย็บจากผ้าวูลเนื้อดี โดยห้องเสื้อ MESHMUSEUM โครงชุดเรียบโก้แบบมินิมอล ทรงจับคู่กับรองพระบาทสีครีมและเข็มกลัดไข่มุกควอตซ์ ทำให้ลุคนี้ดูหรูหราแบบ Quiet Luxury ตามสไตล์แฟชั่นยุโรปยุคใหม่ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปในการทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ ในการเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน หรูหราด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายพิกุลก้านแย่ง สีทองอ่อน ออกแบบโดยห้องเสื้อ “พิจิตรา” โดดเด่นด้วยงานปักสุดประณีต และทรงจับคู่กับเข็มกลัดเพชรโบราณ ทำให้ภาพลักษณ์ของผ้าไทยถูกถ่ายทอดสู่สายตานานาชาติอย่างงดงาม
ฉลองพระองค์ชุดสากลทรงเสื้อโค้ท ออกแบบโดย “พิจิตรา” เข้าชุดกับพระมาลาในวันที่เสด็จไปทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณและพระที่นั่งเหวินหวา ก่อนเสด็จกลับประเทศไทย เข้ากับอากาศหนาวเย็นของกรุงปักกิ่ง
เสด็จร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายพิกุลถมเกสร โทนสีเทาอมเขียวศิลาดล ทรงสายสะพายและเครื่องขัตติยราชวราภรณ์ ทรงพระสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์ พระปั้นเหน่งดวงตรามหาจักรีประดับเพชร และพระกุณฑลจักรี ลุคนี้สื่อต่างประเทศโหวตว่า เป็นหนึ่งในฉลองพระองค์ที่งดงามและถูกต้องตามกาลเทศะที่สุดในพิธี
ฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิตโทนสีม่วง เป็นเสื้อคอกลมกว้าง แขนกุด ปักดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด ผ้านุ่งจีบ ตัดเย็บจากผ้าไหมหรือผ้าไหมยกทองตามแบบการทอผ้าและปักผ้าเทคนิคชั้นสูง พร้อมเลือกสรรพระกุณฑลเพชรรูปจักรี มาประดับได้อย่างสมพระเกียรติ
ฉลองพระองค์ผ้าไหมมัดหมี่ลายหมากจับน้อย เชิงลายต้นสน ซ้อนชั้นด้วยผ้าลูกไม้โปร่งบาง จับเดรปเฉวียงองค์ รวบข้างที่บั้นพระองค์ ตรึงด้วยพระเข็มเพชรคู่รูปผึ้ง ทิ้งชายเป็นพู่ประดับ ศิลปะการทอผ้าพื้นเมืองอันประณีต
ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานโทนสีทอง ที่สะท้อนถึงความสุภาพ สง่างาม และเป็นทางการระดับสูงสุด พร้อมกระเป๋าย่านลิเภา งานหัตถศิลป์จากภูมิปัญญาไทย เสริมส่งความลงตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เสด็จเยือนอาณาจักรภูฏาน ทรงฉลองพระองค์และกระเป๋าทรงถือด้วยผ้าไหมแพรวา จากสมาชิกศิลปาชีพผ้าไหมแพรวา บ้านโพน จ.กาฬสินธุ์ ที่โดดเด่นด้วยการทอแบบ “จก” และ “ขิด” ผสานเส้นไหมหลากสีก่อเกิดลวดลายวิจิตร และพื้นผ้าที่เนียนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งผ้าไหม” อันเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินไทย


