xs
xsm
sm
md
lg

จากเซเลบคนดัง...เบนเข็มสู่การเป็นพิธีกร-ผู้ประกาศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ท่ามกลางสงครามยุคทีวีดิจิทัล และงานอีเวนต์ที่มีการแข่งขันกันดุเดือด จึงต้องมีการงัดกลยุทธ์ขึ้นมาต่อสู้กัน และหนึ่งในกลยุทธ์เด็ดที่ดึงดูดผู้ชมได้นั้นก็คือ ตัวพิธีกร หรือผู้ประกาศ ที่นอกจากจะต้องมีความสวย-หล่อแล้ว ยังต้องมีความสามารถรอบด้าน วันนี้ Celeb Online จะพาไปรู้จักกับเซเลบริตีคนดังที่มุ่งหน้าไปเป็นพิธีกรงานอีเวนต์ และผู้ประกาศข่าวอย่างเต็มตัว ว่าต้องพิสูจน์ตัวเองกันอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนยอมรับในความสามารถ นอกจากการหน้าสวย-หล่อ และตระกูลดังแล้ว


จากที่ไม่ได้ตั้งใจจะยึดอาชีพการเป็นพิธีกร แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้ “จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์” กลายมาเป็นพิธีกรรายทีวี และครองไมค์เจ้าแม่พิธีกรงานอีเวนต์มายาวนานกว่า 17 ปี

จูนเล่าว่า เดิมทีไม่เคยคิดฝันว่าจะมารับงานพิธีกร เพราะเรียนอยู่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แต่ด้วยเพราะผู้ใหญ่ให้ความเมตตา จึงชักชวนมาทำงานพิธีกรรายการทีวี ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ

“ตอนนั้นจูนเคยไปประกวดหนุ่มสาวแพรว แล้วภรรยาพี่กบ-ทรงสิทธิ์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่คณะรัฐศาสตร์ ได้ไปดูการประกวดด้วย เขาเห็นแววเราจึงติดต่อให้ทำพิธีกรทีวี รายการ Z-too คู่กับ คุณเหวิน-ปฤษฐ ชุมสาย ณ อยุธยา และคุณเพลิน-ประทุมมาศ ภรรยาคุณณพ พรชำนิ ซึ่งออกอากาศทางช่อง itv ขณะนั้น และตอนนั้นจูนก็ทำงานพิธีกรรายการทีวีอย่างเดียว เพราะขึ้นปี 4 ไม่สามารถขาดเรียนได้ แล้วที่บ้านก็ไม่สนับสนุน จึงต้องไม่ทำให้เสียการเรียน”

พอเรียนจบสาวจูนจึงได้เข้าสู่การเป็นพิธีกรงานอีเวนต์อย่างเต็มตัว โดยประเดิมงานแรกคือ งานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ อันเป็นงานแรกที่เธอประทับใจและติดใจจนมาถึงทุกวันนี้

“พิธีกรอีเวนต์งานแรกคือเปิดตัวโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่า โชคดีมาก เพราะเป็นงานทางการมาก ทุกอย่างเป๊ะ อยู่ในสคริปต์ มีโพเดียมให้ยืนพูด ไม่ต้องเกร็งว่าจะยืนอย่างไร และไม่ต้องเอนเตอร์เทนกับผู้ร่วมงาน ความกดดันจึงน้อย จึงรู้สึกประทับใจงานพิธีกร”

พิธีกรสาวคนเก่งเล่าว่า การทำงานพิธีกรทุกงานล้วนเป็นงานที่ให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ เป็นการฝึกให้เราต้องคอยติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงาน

“ก่อนที่จูนจะรับงานพิธีกร จูนจะต้องศึกษาข้อมูลก่อนทุกครั้ง และต้องทำความเข้าใจกับสคริปต์อย่างถ่องแท้ ซึ่งนอกจากเราจะพูดได้อย่างแม่นยำแล้ว ยังเล่าและอธิบายให้คนฟังเข้าใจได้ง่ายอีกด้วย” พิธีกรสาวแนะเคล็ดลับความสำเร็จ

ขณะที่ “เอ็ด-อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ” เอ็มซีคิวทองที่กำลังเนื้อหอม เพราะไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังมาพร้อมความสามารถครบเครื่อง ทั้งเรื่องภาษาและการจับประเด็น โดยเอ็ดเริ่มฝึกปรือฝีมือจากการเป็นนักข่าวภาคสนาม ไต่เต้าสู่การเป็นผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการข่าว จนทุกวันนี้ชายหนุ่มยอมรับว่าตกหลุมรักงานพิธีกรเข้าอย่างเต็มเปา

เอ็ดเล่าว่า ตัวเองจบทางด้านเศรษฐศาสตร์ จึงอยากเรียนรู้การทำงานในหลายรูปแบบ การตัดสินใจเข้ามาโลดแล่นในวงการไร่ส้ม จึงเริ่มต้นขึ้น

“ตอนน้ันผมเกิดความคิดว่า อยากรู้จักและเรียนรู้อุตสาหกรรมหลายภาคส่วน การเข้ามาสู่สนามข่าวด้วยการเป็นผู้สื่อข่าว จึงเป็นสิ่งที่เหมาะที่สุด เพราะได้ทำข่าวหลากหลายประเภท ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ ช่วงนั้นผมได้เรียนรู้งานจากการเป็นนักข่าวหลายอย่าง และรู้สึกโชคดีเสมอที่ได้ทำงานที่ชอบ และตั้งใจทำทุกงานให้ออกมาดีที่สุด”

จากความตั้งใจที่จะทำทุกงานให้ดีที่สุด ผ่านการสะสมชั่วโมงบินทีละน้อย หนุ่มหล่อโปรไฟล์เริ่ดจึงตัดสินใจหันหลังให้กับงานพิธีกร และผู้ประกาศข่าวภาคสนามทางหน้าจอทีวี และหันมาสานต่อการเป็นพิธีกรงานอีเวนต์ อันเป็นสิ่งที่เขาชอบมาตั้งแต่แรก

“ผมชอบการเป็นพิธีกรงานอีเวนต์อยู่แล้ว เพราะท้าทาย เราต้องพูดสดๆ ต่อหน้าผู้ชม ไม่สามารถกลับมาเทคใหม่ได้เมื่อพูดผิดพลาด และเป็นงานที่มีเสน่ห์ ทำให้เราได้เรียนรู้และผ่านการทำงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานโปรโมตสินค้า ท่องเที่ยว การตลาด อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่งานแฟชั่น ความงาม เราก็มีโอกาสได้ทำ สิ่งเหล่านี้ตรงกับที่ผมเคยฝันว่า อยากทำงานหลายรูปแบบ”

ถือเป็นอีกหนึ่งเอ็มซีคิวทอง เมื่อถามว่างานไหนที่ตัดสายสะดือสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง เอ็ดตอบด้วยน้ำเสียงสดใสว่า งานพิธีกรอีเวนต์ไม่ได้เหมือนนักแสดง ที่เล่นละครเรื่องนี้แล้วดังเป็นพลุแตกคนรู้จักทั่วเมือง หากแต่ต้องหมั่นสะสมชั่วโมงบินไปเรื่อยๆ อาศัยการบอกปากต่อปากของออแกไนซ์ และลูกค้า

“งานพิธีกรอีเวนต์ไม่ใช่ว่าทำงานเดียวแล้วจะดังได้ มันต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เมื่อลูกค้าที่เขาเคยจ้างเราแล้วเห็นคุณค่าเรา เขาก็จะกลับมาจ้างเราอีก หรือแม้แต่ออกาไนซ์ที่เคยว่าจ้างเรา เมื่อถึงเวลามีงานเขาก็จะนึกถึงเราอยู่ตลอดเวลา”

เอ็ดเผยถึงเคล็ดลับความสำเร็จว่า สิ่งแรกที่เขาต้องเตรียมทุกครั้งก่อนขึ้นเวทีคือ การศึกษาหาข้อมูลมาก่อน และต้องมาถึงงานก่อนเวลาเสมอ

“แต่ละงานที่ได้รับเชิญให้เป็นพิธีกร ก่อนเริ่มงานหนึ่งวันผมจะศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรืองานนั้นอย่างถ่องแท้ก่อน ว่าจุดขายของสินค้าเขาอยู่ที่ไหน แล้วทำความเข้าใจในตัวสคริปต์ เพื่อที่เราจะได้อธิบายตัวสินค้าได้อย่างลึกซึ้ง ที่สำคัญ ควรเตรียมตัวก่อนถึงเวลางานสักหนึ่งถึงสองชั่วโมง ไม่ใช่งานเริ่มบ่ายสามเรามาจับไมค์ขึ้นเวทีตอนบ่ายสามเลยก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องมีการเตรียมตัว เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์เสมอ” ชายหนุ่มแจกแจง

ส่วนอีกหนึ่งสาวโปรไฟล์เริ่ด “ลูกเกด-ร่มเกล้า อมาตยกุล” หลังติด 1 ใน 8 สาว KBANK e-Girls The 3rd Generation รุ่น 3 ที่ ธนาคารกสิกรไทยจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาสาวสวยและเก่งเพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์พิเศษ จึงทำให้เธอค้นพบตัวเองว่า งานด้านการพูดและงานพิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง จึงเลือกเส้นทางชีวิตที่ชอบ จนขึ้นแท่นผู้ประกาศข่าวและพิธีกรข่าวสุดฮอตแห่งสถานีโทรทัศน์ช่อง 8

แม้ในวัยเด็กจะค่อนข้างขี้อาย แต่เมื่อผ่านเวทีประกวด KBANK e-Girls ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยน ประสบการณ์จากการทำงาน ช่วยให้เธอมั่นใจมากขึ้น กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ พอทำต่อเนื่องก็เริ่มหลงรักและรู้ตัวว่าชอบพูดให้คนฟัง จึงคิดว่างานพิธีกรหรือผู้ประกาศข่าว น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง จึงตั้งเป้าว่า หมดภารกิจกับธนาคารกสิกรไทยแล้ว จะเป็นพิธีกร หรือไม่ก็ผู้ประกาศข่าว

“ตอนนั้นเกดเพิ่งจบด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็ตั้งใจจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา พอมีภารกิจ KBANK e-Girls ก็เลยพับโครงการไปรอจนหมดสัญญาจึงไปเรียนต่อ จบกลับมาก็ไปสมัครเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 5 ติดแค่รอบ 10 คนสุดท้าย แต่ก็ไม่เสียใจนะคะ เพราะช่วงคัดเลือก 10 คน เกดมีโอกาสได้เห็นการทำงานของผู้ประกาศรุ่นพี่ที่นั่น ก็ได้วิชามาเยอะ ได้รู้ว่าการจะเป็นผู้ประกาศมืออาชีพต้องทำอย่างไร จากตรงนั้นก็มีคนมาชวนไปทำงานที่ VOICE TV และสุดท้ายก็ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ให้มาทำงานที่ช่อง8 ค่ะ"

สาวผิวสีน้ำผึ้งเล่าถึงเสน่ห์การทำงานเป็นพิธีกรข่าวว่า เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรู้รอบตัวสูง และต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา เพื่อมาถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้ชมได้รับรู้และเข้าใจแบบง่ายๆ

“เกดทำงานเป็นผู้ประกาศมานานกว่า 5 ปีแล้ว ตกหลุมรักอาชีพนี้มาก ไม่คิดจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ทุกวันนี้แม้ว่าต้องทำงานตลอดทั้ง 7 วันก็ไม่เคยเบื่อ กลับมีความสุขทุกครั้ง เพราะการเป็นผู้ประกาศข่าวช่วยให้มีสมาธิ มีระเบียบวินัย สอนให้โตขึ้นในทุกๆ เรื่อง เปลี่ยนมุมมองความคิด และทำให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อทุกสิ่งรอบตัว”

นอกจากนี้ ยังมีเซเลบและดาราดังอีกหลายคน ที่ตกหลุมรักในงานพิธีกร ผู้ประกาศข่าวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ว่าเป็นหลานสาวอดีตนักการเมืองชื่อดัง “แจน-ศิรนุช โรจนเสถียร” ที่หันหลังให้กับวงการงานอีเวนต์ แล้วมาเอาดีกับการเป็นพิธีกรข่าว ผู้ประกาศข่าวให้กับช่อง GMM 25 ที่คอยนำเสนอข่าวอยู่หน้าจอให้แฟนข่าวได้เห็นหน้าอยู่ตลอดเวลา

“อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน” ไฮโซหนุ่มคิวทองที่ตอนนี้รับทั้งพิธีกรงานอีเวนต์ รวมถึงพิธีกรรายการโทรทัศน์ ที่เจ้าตัวทำให้กับช่อง GMM 25 เรียกว่าเช้าสายบ่ายค่ำ ทุกคนเป็นต้องได้ยินเสียงคุณพ่อลูกหนึ่งคนนี้ ทั้งงานอีเวนต์ งานวิทยุ รวมไปถึงหน้าจอทีวี


“อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์” เริ่มต้นเข้าวงการด้วยการเป็นนางแบบและนางเอกมิวสิควิดีโออยู่หลายเพลง ความเปล่งปลั่งของเธอยังได้มีโอกาสเล่นละครด้วย ก่อนที่เธอจะหันมาเอาดีในอาชีพพิธีกร และกลายเป็นผู้ประกาศข่าวชื่อดัง

“มิลล์-เขมสรณ์ หนูขาว” เป็นอีกคนที่เริ่มต้นเข้าวงการด้วยการเป็นนักแสดง ผลงานละครมากมาย แต่ปัจจุบันกลายเป็นผู้ประกาศที่โดดเด่นแห่งช่องไทยรัฐทีวี

สุดท้ายที่นางเอกเจ้าน้ำตา “ดร.หมวย-อริสรา กำธรเจริญ” แล้วมาเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งตั้งใจเรียนกระทั่งเป็นด็อกเตอร์ได้สำเร็จ และเป็นอีกหนึ่งผู้ประกาศสาวที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง


กำลังโหลดความคิดเห็น...