xs
xsm
sm
md
lg

อัพเดต 15 ที่เที่ยวเวียดนามกลาง 2563

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เวียดนามเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวต่างประเทศที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวไทยต่างก็หลั่งใหลไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ “เวียดนามกลาง” เมืองเว้ ดานัง ฮอยอัน โดยเฉพาะคนที่ชอบท่องเที่ยวแนวสตรีทที่กำลังมองหาที่เที่ยวเวียดนามกลาง แต่ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ทัวร์ครับ (Tourkrub) เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์เที่ยวต่างประเทศที่ดีที่สุดไว้มากมาย จะมาอัพเดตที่เที่ยวเวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน ในปี 2563 ให้รู้ก่อนใคร ว่ามีพิกัดที่ไหนต้องตามไปเที่ยวบ้าง เที่ยวเวียดนามกลางก่อนใคร ก็ได้รูปสวยๆ เท่ก่อนแน่นอน


เมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Ancient Town)
พิกัดแลนด์มาร์คห้ามพลาดของเมืองท่าเก่าแก่อย่างฮอยอัน กับพื้นที่สุดคลาสสิค ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ริมแม่น้ำ ซึ่งโอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่สีเหลืองพาสเทลในแนวผสมผสานสุดคลาสสิคอันเป็นเสน่ห์ของเวียดนาม ที่ทำบริเวณนี้กลายเป็นเมืองมรดกโลกขององค์การ UNESCO ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างพากันมาเชยชมความสวยงามของทัศนียภาพ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมอันทรงเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นแก่นแท้ของเวียดนามกลางที่ ย่านเมืองเก่าฮอยอัน แห่งนี้โดยเฉพาะฮิปสเตอร์ทั้งหลายพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด

สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)
สัญลักษณ์แห่งการผสมผสานวัฒนธรรมของเมืองท่าสำคัญอันเก่าแก่อย่างฮอยอัน ที่ สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge) สะพานครึ่งไม้ครึ่งปูน ครึ่งลูกผสมระหว่างสถาปัตยกรรมเวียดนามและญี่ปุ่น ที่แม้จะเป็นสะพานเล็ก ๆ ข้ามคลองเล็ก ๆ ที่เชื่อมพื้นที่ย่านการค้าสำคัญของเมืองฮอยอันเอาไว้ด้วยกัน แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแปลกตา จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นพิกัดสุดฮอตของเมืองได้ไม่ยากเลย


บ้านเลขที่ 101 (Old house of Tan Ky)
บ้านไม้สองชั้นที่สวยงามและเก่าแก่ที่สุดในฮอยอัน ที่แม้ดูเผิน ๆ อาจไม่สะดุดตามากนักในปัจจุบัน แต่บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เรียกได้ว่าฉีกแหวกแนวจากบ้านของชาวเวียดนามทั่ว ๆ ไปที่รายล้อมอยู่โดยรอบ ด้วยเป็นบ้านที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมถึง 3 เชื้อชาติเอาไว้ได้อย่างลงตัว ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม อายุของบ้านตกราว ๆ มากกว่า 70 ปี แต่ยังคงอนุรักษ์โครงสร้างภายนอกและภายในไว้ได้เป็นอย่างดี เพื่อเปิดให้เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองผ่านข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่ช่วยตอกย้ำความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างชาติต่าง ๆ ในอดีตได้เป็นอย่างดี

สมาคมชาวจีนฮกเกี้ยน (Fukian Assembly Hall)
ตอกย้ำความสัมพันธ์เวียดนาม – จีนที่เคยมีมาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์กันที่ สมาคมชาวจีนที่เก่าแก่ที่สุดของฮอยอัน ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1792 ที่ถ้าดูจากภายนอกอาจมีรูปทรงคล้าย ๆ กับวัดจีน ซึ่งสืบเนื่องจากภายหลังการสร้างสมาคมแห่งนี้ ได้มีการสร้างวัดพร้อมทั้งอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาไว้ภายในบริเวณเดียวกันด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล จนทำให้สมาคมแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่แห่งศรัทธาของชาวฮอยอันมาอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบัน

เกาะจาม (Cham Islands)
เกาะอัญมณีแห่งฮอยอัน ซึ่งได้รับการยกให้เป็นพื้นที่สงวนทางชีวนิเวศน์โลกขององค์การ UNESCO อีกด้วย เป็นเครื่องการันตีความสวยงามของทัศนียภาพและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติของเกาะเล็ก ๆ ไม่ไกลจากชายฝั่งเมืองฮอยอัน ห่างปากแม่น้ำไปเพียงประมาณ 15 กิโลเมตร เดินทางสะดวก นอกจากทิวทัศน์สุดอลังการแล้ว เกาะแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ ๆ มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากอีกด้วย

ไปกันต่อให้ถึงที่สุดกับเมืองเก่าอันเป็นประวัติศาสตร์ของเวียดนาม ที่เมืองเว้ เมืองหลวงเก่าริมฝั่งแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม อันเป็นเมืองที่รวบรวมวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากจีนไว้อย่างแน่นแฟ้นจนได้รับการยกให้เป็นเมืองมรดกโลก


พระราชวังเมืองเว้ (Hue Imperial City)
พระราชวังต้องห้ามอันเป็นไฮไลท์ของเมืองเก่าแห่งนี้ นครของจักรพรรดิราชวงศ์เหงียนอันเป็นมรดกตกทอดมาสู่สายตาประชาชนในปัจจุบัน พระราชวังขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบตามความเชื่อของจีน มีกำแพงล้อมแน่นหนาถึง 3 ชั้น มีพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ถูกสร้างขึ้นด้วยการออกแบบและรูปแบบที่ซับซ้อน จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกด้านคุณค่าทางวัฒนธรรม ศาสนา และการเมือง ในปี ค.ศ. 1993

สุสานพระราชวงศ์เหงียน (The Nguyen Dynasty Tombs)
สุสานพระราชวงศ์เหงียน (The Nguyen Dynasty Tombs) หรือสุสานไคดิงห์ (Tomb of Khai Dinh) สุสานอันโดดเด่นของราชวงศ์เหงียน ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของกลุ่มอาคารสีดำ บนเนินเขาอันรายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวขจี อันเป็นแลนด์มาร์คแห่งเดียวที่มีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตกที่ชัดเจนที่สุด สร้างขึ้นในสมัยของจักรพรรดิไคดิงห์ เพื่อเป็นสุสานส่วนพระองค์เอง แต่ใช้ระยะเวลาสร้างร่วม 11 ปี จึงทำให้สุสานสร้างยังไม่ทันเสร็จพระองค์ก็เสียชีวิตไปซะก่อน

เจดีย์เทียนมู่ (Thien Mu Pagoda)
แลนด์มาร์คอันโดดเด่นอีกแห่งหนึ่งของเมืองเว้ อันเป็นพุทธศาสนสถานนิกายเซนที่ได้รับอิทธิพลของวัดนิกายมหายาน กับเจดีย์ 7 ชั้นทรงเก๋งแปดเหลี่ยมสไตล์จีน อันเป้นตัวแทนของภพชาติต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า มีความสูง 21 เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1601 ทางชายฝั่งตอนใต้ของแม่น้ำหอม เป็นที่รู้จักของคนไทยในนามเจดีย์นางฟ้า หรือวัดทเพธิดาราม

สะพานเหี่ยนเลือง (Hien Luong Bridge)
สะพานเหี่ยนเลือง (Hien Luong) สะพานไม้เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางข้ามแม่น้ำเบ๊นหาย อันเป็นจุดเชื่อมระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ จัดให้เป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อแสดงถึงความเป็นเอกภาพของเวียดนาม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเว้ ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ซึ่งต่อมาภายหลังได้สร้างเป็นสะพานเหล็กขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นคู่กันเพื่อความอำนวยความสะดวกในการคมนาคม

ภูเขาไฮเวิน (Han Van)
ภูเขาซึ่งกั้นพื้นที่ระหว่างเมืองดานังและเมืองเว้เอาไว้ อันเป็นเส้นทางสายหนึ่งที่สวยที่สุดของเวียดนาม ถนนสายเล็ก ๆ ที่ทอดตัวคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปตามแนวทะเลจีนใต้ของอ่าวดานัง ที่พาดผ่านภูเขาสูงอันเป็นพรหมแดนแบ่งเขตพื้นที่ของเมือง 2 เมืองในเวียดนามกลางออกจากกัน ทั้งยังเป็นทำเลที่ตั้งของจุดชมวิวทางธรรมชาติสุดปังอันสวยงามแห่งหนึ่งของเวียดนามกลางอีกด้วย

ข้ามเขากับรูทสวย ๆ มากันเพียงนิดเดียว ก็มาสู่เมืองใหม่สุดชิค อย่างเมืองดานัง ซึ่งจัดว่าเป็นเมืองที่ชิคที่สุด ฮิตที่สุดของเวียดนามกลาง ณ ตอนนี้เลย

บานาฮิลส์ (Ba Na Hills)
เมืองเทพนิยายอันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปังที่สุดของเมืองดานัง ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ความสูง 1,291 เมตร ห่างจากตัวเมืองดานังออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร ในบรรยากาศชิค ๆ สไตล์ฝรั่งเศส และอากาศเย็น ๆ ธรรมชาติสวย ๆ ของเนินเขา ที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก โรงแรม 5 ดาว สวนสนุก สวนดอกไม้ และหมู่บ้านฝรั่งเศส เป็นต้น

สะพานมือยักษ์ (The Golden Bridge)
สะพานลอยฟ้าสีทองที่วางตัวโค้งลับแนวไหล่เขาอันโดดเด่นสุดอลังการ พร้อมปะติมากรรมปูนปั้นรูปมือยักษ์ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นฐานยกชูตัวสะพานไว้ จึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ของเมืองดานังแห่งนี้ กลายเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวได้ไม่ยากด้วยรูปทรงที่โดดเด่นแปลกตามีความเฉพาะตัวไม่เหมือน ทั้งยังเป็นที่จุดชมทัศนียภาพบนยอดเขาของเมืองดานังสวย ๆ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ เย็นสบายที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก ๆ อีกด้วย จนต้องจัดให้เป็นหนึ่งไฮไลท์ของดานังทีเดียว


ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains)
เสพย์ธรรมชาติสวย ๆ ของดานังกันทางสายตาจากยอดเขาสูงไปแล้ว สายธรรมชาติที่ยังฟินไม่เต็มอิ่มก็ควรมาสัมผัสธรรมชาติสวย ๆ อย่างใกล้ชิดกันต่อที่ ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains) ขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองจำนวน 5 สูง มีความสูงถึง 500 เมตร ภายในตัวภูเขายังประกอบไปด้วยถ้ำทางธรรมชาติที่สวยงาม อันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของเมืองดานังอีกด้วย


วัดลิ่งอึ้ง (Linh-Ung Temple)
วัดลิ่งอึ้ง (Linh-Ung Temple) บนเกาะเซินตร่า (Son Tra) ตั้งอยู่บนยอดเขาสีเขียวขจีในสถาปัตยกรรมสไตล์จีน ที่โดดเด่นด้วยรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่หันหน้าออกทะเล ความสูงถึง 27 เมตร เด่นเป็นสง่าตัดกับฉากต้นไม้สีเขียว ๆ ที่โดดเด่นสุด ๆ ทั้งยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ของเมืองดานังจากมุมสูงแบบพาโนราม่าที่สวยเว่อร์อีกจุดนึงที่ระดับความสูงกว่า 200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

หาดน็อคเนือก (Non Nuoc Beach)
ก็มาประเทศริมทะเลอย่างเวียดนามทั้งที จะให้พลาดไม่รับชมความสวยงามของหาดทรายและท้องทะเลได้ยังไงจริงมั้ย กับหาดน็อคเนือก (Non Nuoc Beach) หรืออีกชื่อเรียกหนึ่งคือ หาดจีน ชายหาดสวย ๆ ทางตอนใต้ของเมืองดานัง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร สถานที่พักตากอากาศที่ได้รับความนิยมของทั้งชาวเวียดนามกลางและนักท่องเที่ยว ด้วยธรรมชาติอันสวยงาม และบรรยากาศสุดชิลล์ ของหาดทรายสีขาวเนื้อละเอียดที่ทอดตัวยาวสุดสายตา และท้องทะเลสีเทอร์ควอยซ์สวย ๆ สบายสายตา

จะเที่ยวต่างประเทศทั้งทีมันต้องมีแพลน จะได้ไม่พลาดพิกัดเด็ด ๆ แถมยังไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย ส่วนใครที่สนใจจะตามรอยเวียดนามกลาง ก็อย่าลีมแพลนเที่ยว 2563 จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมตัวทำการบ้านให้วุ่นวาย
กำลังโหลดความคิดเห็น...