xs
xsm
sm
md
lg

“รภัสสา ภณเศรษฐ์” อินเนอร์เรื่องความงาม จึงต่อยอดจากธุรกิจรถยนต์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ด้วยลุคสาวมั่นที่ต่อให้เจ้าตัวไม่เฉลยก็เดาได้ไม่ยากว่า “แพม-รภัสสา ภณเศรษฐ์” คืออีกหนึ่งตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ ที่ใม่ใช่แค่รักสวยรักงาม แต่เน้นดูแลตัวเองอย่างมีความรู้ ศึกษาลงลึกอย่างถึงแก่น จนไม่แปลกใจเลยที่วันนี้เธอแนะนำตัวในฐานะเอ็มดีคนเก่ง ผู้ก่อตั้ง The Sign Laser and Aesthetic Clinic สถาบันเสริมความงาม ที่ไม่เพียงตั้งอยู่ในโลเกชั่นหรูกลางเมือง อย่าง ทองหล่อ แต่ยังชูจุดเด่นที่ลูกค้ายุคนี้ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบริการที่ครบวงจร เทคโนโลยีที่พร้อมช่วยแก้ไขปัญหาผิวอย่างตรงจุด เพื่อผลของการรักษาอย่างดีที่สุด ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นราวกับบ้าน มีเลานจ์และซาลอนไว้ให้บริการอย่างครบครัน จนทำให้ผู้มาเยือนแทบลืมไปเลยว่า เดินเข้ามาใช้บริการยังสถาบันเสริมความงาม

อย่างไรก็ตาม นอกจากอาณาจักรความงามที่เธอถักทอจากแพสชั่น จนทำให้อดชื่นชมในความละเอียดลออแล้ว สิ่งที่พาให้แปลกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อแพมเฉลยว่า นอกจาก 1 ปีที่ผ่านมา เธอจะตั้งหน้าตั้งตาปลุกปั้นธุรกิจที่เธอนิยามว่า เกิดจากความชอบและความรัก จนทำให้ต้องศึกษาลงไปถึงแก่นไม่พอ แต่ยังอยากนำเสนอสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้ลูกค้า อีกบทบาทหนึ่ง เธอยังสวมบทกรรมการผู้จัดการที่ บริษัท สยามนิสสัน ในเครือมหานคร ตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ญี่ปุ่นกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว โดยเธอรับหน้าที่ดูแลในส่วนของฝ่ายขายและบริการ

“ตอนนี้แพมทำ 2 งานควบคู่กันไปค่ะ ก็สนุกกันคนละแบบ จริงๆ หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ แพมก็กลับมาช่วยสานต่อธุรกิจที่บ้านอยู่ 1 ปี แล้วถึงตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทที่คณะเดิม เพิ่มเติมคือ แพมมีไอเดียอยากเปิดสถาบันความงาม เพราะส่วนตัวเป็นคนรักสวยรักงามแต่เด็ก ตั้งแต่เล็กก็มักตามคุณแม่เข้าคลินิกความงาม คุ้นชินกับเครื่องไม้เครื่องมือ การให้บริการ การตกแต่งสถานที่ ไปจนถึงการดูแลลูกค้า

จนโตเป็นสาว แพมก็เริ่มศึกษาเทคโนโลยีด้านความงามแบบเจาะลึก สมมติถ้าพูดถึงเครื่องยกกระชับใบหน้า แพมศึกษาลงลึกไปถึงว่ามีกี่แบรนด์ กี่ประเทศที่ขึ้นชื่อ หรือถ้าพูดถึงเครื่องที่แก้ปัญหาผิว ต้องแบรนด์ไหน ของประเทศไหนดีที่สุด ยิ่งรู้ก็ยิ่งอิน จนเกิดไอเดียว่าอยากจะนำเข้าสิ่งที่ดีที่สุดมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า เลยกลายเป็นที่มาของ The Sign Laser and Aesthetic Clinic”


งานนี้สาวสวยไม่พูดเปล่า แต่ยังเล่าอย่างออกรสว่า “เชื่อมั้ยว่า คลินิกนี้แพมลงรายละเอียดเองตั้งแต่การตกแต่ง จนกระทั่งเป็นหนูทดลองเอง นอกจากจะทำการบ้านศึกษาอย่างดีถึงเครื่องมือแต่ละเครื่องที่จะนำมาใช้ ยังทดลองประสิทธิภาพของยาชา เจลสำหรับทำทรีตเมนต์ และการทำงานของทุกเครื่องด้วยตัวเอง แน่นอนว่ากว่าจะได้เจอสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด ก็เจ็บมาเยอะ แพ้มาไม่น้อย ซึ่งแพมก็อาศัยค่อยๆ ทดลองไปเรื่อยๆ จนเจอที่ดี และเห็นผลถึงเลือกมาใช้”

1 ปีแล้วกับการสวมบทเจ้าของสถาบันเสริมความงาม แพมเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า ฟีดแบคค่อนข้างดี จัดว่าอยู่ในระดับที่เกินความคาดหวัง ซึ่งเธอย้ำว่าหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจคือ ความจริงใจ และการสร้างความเชื่อมั่นจากภายใน

“แพมเชื่อมั่นในเครื่องมือที่นำเข้ามาทุกตัวว่า คัดสรรอย่างดี ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพที่ดี แพมใช้อินเนอร์ของการเป็น end user ที่มองหาของดีที่สุดอยู่เสมอ จนวันนี้แพมอยากจะนำเสนอสิ่งนั้นให้กับลูกค้า ซึ่งแพมเชื่อว่าความมุ่งมั่นที่เรามี สามารถส่งต่อไปยังพนักงานขาย ที่ทำให้เขาสามารถเป็นด่านหน้าในการให้ข้อมูลกับลูกค้าได้อย่างมั่นใจ เราเชื่อว่าลูกค้ายุคนี้เขามาปรึกษาเราพร้อมข้อมูลที่มีอยู่ประมาณหนึ่ง ดังนั้น เราต้องมีความจริงใจ ไม่จำเป็นต้องปิดบังลูกค้า แต่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่

ถามว่าอายุยังแค่ 20 กว่าๆ แต่ต้องขับเคลื่อนสองธุรกิจที่ดูแตกต่างอย่างสุดขั้ว ผู้บริหารสาวเก่งมีเคล็ดลับในการจัดสรรเวลาอย่างไร แพมเฉลยแบบไม่กั๊กว่า เน้นการวางแผนจัดตารางชีวิตล่วงหน้า

“แพมเป็นคนวางแผนล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ อย่างน้อยแพมต้องรู้ล่วงหน้าว่าวันจันทร์ อังคารหน้าต้องทำอะไรบ้าง จริงๆ ช่วงที่มาทำงานแรกๆ ก็ยังจัดตารางชีวิตได้ไม่ดี ชีวิตมีเสียสมดุลไปบ้างเหมือนกัน เอาแต่ทำงานอย่างเดียว จนไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้ดูแลตัวเอง แต่ตอนหลังแพมจัดตารางชีวิตใหม่ ก็เริ่มเข้าที่ มีเวลาให้ทั้งงาน ครอบครัว และตัวเอง ซึ่งส่วนตัวแพมเป็นคนผิวแพ้ง่าย แถมยังเป็นผดร้อน ดังนั้น ที่ผ่านมาแพมจะไม่ค่อยแต่งหน้า เพราะต่อให้เลือกเครื่องสำอางออร์แกนิกก็ยังแพ้ เลยต้องเน้นดูแลผิวเป็นพิเศษ”

ยิ่งชวนคุย ยิ่งสัมผัสได้ถึงอินเนอร์เรื่องความสวยความงามของแพมอย่างไม่ต้องสงสัย เลยถือโอกาสนี้ เจาะลึกถึงมุมมองที่สาวเก่งมีต่อวงการความงามบ้านเรา ที่มีตัวเลือกมากมายเพื่อเป็นข้อคิดให้กับคนยุคใหม่ที่ไม่ละเลยการดูตัวเอง

“ถ้าในมุมมองลูกค้า แพมมองว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนไทยหันมาสนใจในเรื่องของการดูแลตัวเองมากขึ้น ลูกค้ามีการศึกษานวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดี จะได้ไม่ถูกหลอก และมีข้อมูลในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ในมุมมองของเจ้าของสถาบันความงาม ต้องบอกว่า ทุกวันนี้มีสถาบันเสริมความงามให้เลือกมากจริงๆ ไปทางไหนก็เจอ แต่สิ่งที่แพมมองว่าสำคัญกว่าปริมาณคือ คุณภาพการเลือกใช้อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจริงๆ ยังไม่สามารถการันตีได้ทั้งหมด สุดท้ายเลยต้องกลับมาที่ตัวลูกค้าว่า ต้องเลือกอย่างมีวิจารณญาณ”

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้นอกจากงานหลัก แพมยังดูแลตัวเองอย่างดีด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยส่วนใหญ่จะเลือกเล่น weigh training กับเทรนเนอร์ส่วนตัว เพราะไม่มีเวลาเข้าคลาส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ช่วยคลายเครียดที่ขาดไม่ได้คือ การทำฟาร์มหมา และการท่องเที่ยว

“แพมชอบเดินทางค่ะ แต่ละปีมีโอกาสได้เดินทางค่อนข้างบ่อย ส่วนใหญ่จะเน้นทริปกิน ชอบหาร้านอาหารใหม่ๆ เพื่อไปเปิดประสบการณ์ แต่ที่ฟินยกกำลังสองในการเดินทางคือ สามีชอบถ่ายรูป เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะทริปไหนก็มีช่างภาพส่วนตัวอยู่แล้ว” งานนี้เพื่อเพิ่มดีกรีความหวานให้สาวๆ ตาร้อนผ่าว สาวแพมยังบอกด้วยว่า ถึงจะเปลี่ยนสเตตัสเป็นศรีภรรยาเมื่อต้นปี แต่ตารางชีวิตยังเหมือนเดิม คือวางแผนทุกอย่างล่วงหน้า เพิ่มเติมคือวันอาทิตย์ขออุทิศเวลาทั้งหมดให้ครอบครัว

สำหรับอนาคต สาวเก่งยังมีไอเดียจะต่อยอดธุรกิจไปอีกเรื่อยๆ แต่ยังขออุบไว้ก่อนว่าจะเป็นธุรกิจแบบไหน

“สำหรับธุรกิจหลักอย่างรถยนต์ ซึ่งคุณพ่ออยากให้แพมกลับมาสานต่อ อันนี้คงมองหาโอกาสทางธุรกิจต่อไป ส่วน The Sign Laser and Aesthetic Clinic แพมมีไอเดียว่าอยากต่อยอดไปไกลกว่าเรื่องความสวยความงาม แต่ครบวงจรในรูปแบบเวลเนส ต่อยอดไปสู่ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ของทั่วโลก”

เห็นมาดสาวเก่ง คล่องตัว พูดจา ฉะฉานแบบนี้ อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณพ่อซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจมากฝีมือมีคำสอนอะไรที่สาวแพมใช้เตือนใจอยู่เสมอหรือไม่ งานนี้ แพมตอบได้แบบไม่ต้องเสียเวลาคิดว่า คำสอนที่คุณพ่อย้ำเตือนอยู่เสมอ คือ พนักงานต้องมีความสุข ลูกค้าต้องมีความสุข แล้วสุดท้ายความสุขเหล่านั้น ถึงจะกลับมาถึงบริษัท สำหรับแพมมองว่าเป็นหลักในการทำธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดไม่ว่าจะใช้กับธุรกิจไหน ซึ่งทุกวันนี้แพมก็นำมาใช้เป็นหลักในการบริหารองค์กร ดูแลพนักงานตลอดจนการให้บริการลูกค้า”


กำลังโหลดความคิดเห็น...