ใครที่ชอบเล่นแอปพลิเคชั่นยอดนิยม อย่าง "อินสตาแกรม" น่าจะคุ้นชินกับเธอผู้นี้ "บูบี-วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์” เจ้าของไอจี @bubee_k เซเลบริตีสาวหน้าสวย ด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อม ทั้งหน้าตาน่ารัก สไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่น แถมไลฟ์สไตล์ระดับ A-list ทำให้ไอจีของเธอมีคนติดตามมากกว่าสองแสนหกหมื่นคน นับเป็นหนึ่งใน Influencer ที่กำลังมาแรงแห่งยุค ภาพต่างๆ ในหน้า Feed ของเธอ เรามักจะเห็นภาพที่เธอโพสต์สวยๆ กับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ การไปเที่ยวต่างแดน และอีกส่วนที่สำคัญคือ ภาพเธอกับรถสปอร์ตและซูเปอร์คาร์หลากสไตล์ ประหนึ่งเปลี่ยนรถไม่เว้นแต่ละวัน
นั่นเพราะว่าตอนนี้นอกจากสาวสวยคนนี้จะเป็นดาวเด่นในแวดวงแฟชั่น จากการเป็นเจ้าของ “Varithorn Boutique” แบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ที่โด่งดังไปไกลถึงต่างแดน ที่เธอทำร่วมกับพี่สาว “เปเป้-วาริธร กันท์ไพบูลย์” ที่ทำมากว่า 7 ปีแล้ว เธอก็กำลังสร้างชื่อในวงการยานยนต์ ต่อยอดจากแพสชั่นที่หลงใหลในซุป'คาร์ และก้าวข้ามจากการเป็นผู้บริโภคมาสู่การทำธุรกิจรถยนต์ในนาม The Ultimate Rides ที่เป็นสื่อกลางในการซื้อ-ขายรถยนต์ระดับลักชัวรีโดยเธอเริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงซุป'คาร์ ในฐานะแฟนพันธุ์แท้รถสปอร์ต เป็นสมาชิกคลับรถแบรนด์ดัง ที่นับได้ว่าเป็นสาวๆ เพียงไม่กี่คน ท่ามกลางเหล่าชายหนุ่มที่หลงใหลในความเร็วและรูปทรงมานานแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มลงมือทำเป็นธุรกิจ
เธอเล่าถึงแรงบันดาลใจในการเปิด The Ultimate Rides ให้ทาง Celeb Onlineฟังว่า “บูบีชอบรถมาตั้งแต่เด็กค่ะ อาจเพราะด้วยความที่คุณพ่อเป็นคนชอบรถ ตั้งแต่จำความได้ ก็จะเห็นคุณพ่อเปลี่ยนรถใหม่เสมอ ไม่ว่าจะรถสปอร์ต รถซูเปอร์คาร์รุ่นอะไรใหม่ๆ ออกมา ก็จะมีมาจอดที่บ้านเสมอ(หัวเราะ) แต่ละคันคือขับแป๊บๆ แค่จากป้ายแดงพอจะเปลี่ยนเป็นป้ายขาวก็เปลี่ยนคันอีกแล้ว เลยเป็นเหตุผลให้บีได้สัมผัสกับรถเยอะมาก บวกกับศึกษาเรื่องรถมาตลอด จนพอคิดจะเริ่มขับรถ ทุกอย่างเลยกลายเป็นเรื่องง่าย ขับเป็นเองโดยไม่ต้องไปเรียน ไปสอบใบขับขี่ก็ครั้งเดียวผ่านเลย(หัวเราะ) จากความชอบและความรู้ที่ซึมซับมาตลอด มันทำให้เราอินกับเรื่องนี้ไปโดยปริยาย พอโตขึ้นก็ได้เข้าร่วมกลุ่มกับกิจกรรมของคลับรถยนต์ต่างๆ ก็ทำให้รถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราค่ะ
และพอโตมาเราก็เริ่มเห็นว่า ทุกครั้งที่พ่อเปลี่ยนรถก็ขาดทุนไม่น้อย อย่างบางคันซื้อมา 5 ล้าน ขายไป 3 ล้าน ขับไม่เท่าไหร่เองทำเงินหล่นไปเป็นล้านแล้ว คือคุณพ่อท่านไม่ได้มานั่งโฟกัสตรงนี้ เพราะนั่นคือความสุขของเขา เป็นแพสชั่นเขา แต่บูบีเห็นแล้วเสียดายเงินแล้วก็มองเห็นช่องทางธุรกิจขึ้นมา ว่าทำไมเราต้องไปจ่ายส่วนต่างให้คนอื่น ต้องไปผ่านคนกลางในการหาผู้ซื้อ ก็เลยเริ่มหันมาเทรดเอง ขายเองเลยค่ะ จากตอนแรกเริ่มที่รถของคุณพ่อ ตอนหลังก็ขยับขยายจนมาเป็นธุรกิจจริงจัง”
บูบีอธิบายถึงการทำงานของ The Ultimate Rides ว่า “เรารับซื้อ-ขายซูเปอร์คาร์ พูดง่ายๆ เป็นตัวกลางให้คนอยากขายกับอยากซื้อมาเจอกัน ใครที่อยากส่งต่อหรือปล่อยรถ ก็ติดต่อมาที่เรา หรือใครที่กำลังหารถรุ่นไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถมาบอกเราได้ บีอาศัยว่ารู้จักคนในแวดวงนี้เยอะ ทำให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ รวมไปถึงบางทีบีเจอรถที่สภาพดี ราคาโอเค ก็ซื้อมาสต็อกเก็บไว้ เผื่อเวลาลูกค้าถามหา เราจะได้มีพร้อมส่งมอบได้เลย ไม่ต้องรอควานหาในตลาดอย่างเดียว ยิ่งตอนนี้กำลังทำบ้านใหม่ หลังบ้านบีก็ได้เตรียมทำที่จอดไว้พร้อมรับได้เต็มที่เลยค่ะ
รถทุกคันนั้นบีดูเองหมด ต้องผ่านมาตรฐานเราก่อน ถึงจะกล้าโพสต์ขายออกไป หลักการทำธุรกิจของบีคือ เลือกรถที่สภาพดี ในวงการเขาเรียกกันว่า “สภาพนางฟ้า” เท่านั้น ไม่เปลี่ยนหลายมือ ประวัติดี ไม่มีการชน เรื่องเครื่องยนต์บีก็ดูให้ เพราะเรามีความรู้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นก็ตีราคารถไม่ถูก ที่สำคัญหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอด”
ในฐานะที่เป็นผู้หญิง กับวงการรถยนต์บูบีเองไม่ได้มองว่าเป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย “บีมองว่ามันเป็นข้อดีมากกว่านะ เพราะมีผู้หญิงที่รู้จริงในวงการนี้ไม่กี่คน จึงทำให้เราโดดเด่นกว่าคนอื่น แต่จะว่าไปเท่าที่สัมผัส บีว่าผู้หญิงชอบรถเยอะนะ ส่วนใหญ่ลูกค้าบีก็เป็นผู้หญิง ซึ่งพอมาเจอกันเลยยิ่งคุยกันง่าย เหมือนเพื่อน เข้าใจสไตล์ง่ายกว่า โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะเป็นแนวอยากซื้อมากกว่า อยากได้รุ่นนี้ รุ่นนั้น หน้าที่ของบีคือไปหามาให้อย่างที่เขาต้องการ”
ในด้านการตลาด นอกจากการเป็นที่รู้จักในแวดวงแล้ว เธอยังเน้นช่องทางออนไลน์ที่ไม่ต้องมีต้นทุนสูงเป็นหลัก โดยรู้จักใช้โซเชียลมีเดีย อย่าง อินสตาแกรม ที่เธอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว มาช่วยทำการประชาสัมพันธ์ มีสื่อกลางอย่าง @theultimate_rides ค่อยโพสต์รถคันใหม่ๆ ที่เข้ามาในสต็อก
“ทำมาได้เกือบ 2 ปีแล้วค่ะ ก็กำลังไปได้สวยเลยนะคะ ทั้ง 2 ธุรกิจ เสื้อผ้าและรถยนต์ ทุกวันนี้ก็วุ่นอยู่กับการตอบลูกค้าค่ะ เพราะอย่างที่บอก เราขายแบบออนไลน์มันต้องพร้อมตอบ พร้อมแสตนด์บายตลอดเวลา ขนาดตอนเดินทางท่องเที่ยวก็พร้อมตอบ LINE ตลอด เรียกได้ว่า 24 ชั่วโมงของบีไม่เคยพอ เวลาอยู่เมืองไทยก็กลับบ้านดึกตลอด ยิ่งตอนนี้บีกำลังทำบ้านใหม่ ที่ว่าจะมีที่จอดรถด้านหลังนี้ ซึ่งบีเข้ามาดูเรื่องอินทีเรียเองด้วย เลือกทุกอย่างเองหมด ก็เลยยิ่งยุ่งหนักขึ้นไปอีก ซึ่งกว่าจะเรียบร้อยน่าจะกลางปีหน้าค่ะ”
สาวสวยอมยิ้มเมื่อเล่าถึงบ้านหลังใหม่ในย่านพัฒนาการ ที่มีข่าวว่าจะเป็นเรือนหอของเธอกับแฟนหนุ่ม เราเลยอดเอ่ยปากถามไม่ได้ว่า จะมีข่าวดีเมื่อไหร่ บ้านเสร็จแล้วจะแต่งงานเลยไหม เธอส่ายหน้ายิ้มๆ พร้อมบอกว่า “ยังไม่มีกำหนดค่ะ คงเป็นเรื่องของอนาคต บีอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ซึ่งบีว่าการสร้างบ้านก่อนแต่งงานเป็นเรื่องดีนะ ทำให้เราได้เรียนรู้กันมากขึ้น เป็นการทบทวนเช็กลิสต์อีกทีก่อนแต่ง เพราะหลายคู่นี่แหละที่ทะเลาะกันตอนทำบ้าน มันมีรายละเอียดเยอะให้เราได้ตัดสินใจร่วมกัน ได้ศึกษากันไปอีกขั้น”
เธอเปิดใจเรื่องความรักแบบไม่กั๊ก แถมยังเผยแบบแมนๆ ว่า “ถึงทำบ้านเรียบร้อยแต่ไม่ได้แต่งก็ไม่ใช่ปัญหานะ บีมองว่าเรื่องของอนาคต ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเราไม่แต่งก็ไม่มีอะไรเสีย เพราะอย่างไรมูลค่าบ้าน มูลค่าที่ดินไม่ได้หายไปไหน แถมยังมีแต่ขึ้นอีกด้วย นับได้ว่าเป็นการลงทุนอีกอย่างหนึ่ง คือปีนี้บีอายุ 28 ปีแล้ว ตั้งใจอยู่แล้วว่าเป็นวัยที่ต้องเริ่มสร้างครอบครัว ซึ่งไม่ได้หมายถึงการแต่งงาน แต่หมายถึงการมีบ้านของตัวเอง สร้างบ้านของเราเอง สร้างทรัพย์สินของตัวเองที่ไม่ใช่ของพ่อแม่ เหมือนเราได้เติบโตไปอีกสเต็บ”
เอาเป็นว่า สุดท้ายแล้วกลางปีหน้าสาวคนนี้จะมีข่าวดีให้ร่วมยินดีหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เธอนิยามชีวิตช่วงนี้ว่า “เหนื่อยแต่สนุกสุดๆ ไปเลยค่ะ”


