xs
xsm
sm
md
lg

ฝันที่เป็นจริงของ “อินทร์-กษิดิศ” แต่งรถจนได้เงินล้าน!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หลังจากจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตามที่ครอบครัวต้องการแต่ด้วยความหลงใหลเรื่องเครื่องยนต์ การแต่งรถ ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วัยทีน ทำให้ “อินทร์-กษิดิศ ดุลยจินดา” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “คุณพ่อสุรัศมิ์พรรณ และ ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา” ขอโลดแล่นไปในเส้นทางที่รัก แม้จะเคยถูกสกัดดาวรุ่ง เบรกความคึกคะนองด้วยการยึดบัตรเครดิต ถูกตำหนิ ซึ่งหากเปรียบเทียบวงการแต่งรถเป็นหญิงสาว ก็คงต้องบอกว่าเป็นรักแรกและรักเดียว ที่อินทร์พยายามพิสูจน์ตัวเองมาตลอดว่า ตัวเองดีพอและคู่ควรกับวงการนี้

“ส่วนตัวผมสนใจแต่งรถมาตั้งแต่อายุ 16-17 แรกๆ ยังไม่ได้เริ่มจากรถสปอร์ต เป็นรถ 4 ประตูทั่วไป อาศัยว่าชอบก็แต่งไปเรื่อยๆ ตามประสาเด็ก ถ้าให้นึกถึงภาพรถครั้งนั้น ก็ต้องบอกว่าเสี่ยวมากๆ” อินทร์เล่าอย่างอารมณ์ดี

“สมัยเด็กคุณพ่อให้ค่าขนมไปโรงเรียน แล้วก็ให้บัตรเครดิตสำหรับเติมน้ำมันรถ ผมก็เฮี้ยวเอาบัตรเครดิตไปรูดซื้ออุปกรณ์แต่งรถ เริ่มจากชิ้นเล็กๆ ไม่กี่พันจนถึงหลักหมื่น พอคุณพ่อคุณแม่เห็นรถผมที ท่านก็จะบ่นตลอด (ยิ้ม) แต่ผมก็ยังแต่งรถมาเรื่อยๆ จนช่วง ม.6 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ผมแอบเอารถเบนซ์ที่ที่บ้านให้ใช้ ไปขายได้ 1 ล้านบาท แล้วเอาไปซื้อรถสปอร์ตญี่ปุ่นมือสองโดยไม่บอกใคร จนวันหนึ่งคุณแม่กลับมาบ้านสงสัยเลยถามว่า รถใครจอดอยู่ข้างล่าง ผมถึงสารภาพว่ารถผมเอง ก็โดนจัดชุดใหญ่”


ด้วยความรักในการแต่งรถ อินทร์ใช้แผนเดิมคือนำบัตรเครดิตไปใช้แต่งรถ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ยังมองผ่านๆ ไปบ้าง แต่เมื่อค่าแต่งรถแตะหลักแสน จากเรื่องเล็กเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่

“ผมเองก็ชะล่าใจ คิดว่าที่บ้านคงจ่ายให้เหมือนทุกที ปรากฏว่าครั้งนี้ไม่ แถมคุณพ่อคุณแม่ยังโมโหมาก โทร.ไปจัดอู่ชุดใหญ่ แถมยื่นคำขาดว่าจะไม่จ่าย ผมเองก็โดนตำหนิเต็มๆ และยังต้องไปเจรจากับอู่นอกรอบว่าจะทำอย่างไรดีกับหนี้ก้อนนี้”


ช่วงที่กำลังมืดแปดด้าน เป็นหนี้หลักแสนในวัยเรียน อินทร์พยายามหาหนทาง จนเจ้าของอู่เสนอว่าให้มาทำงานโดยใช้ความรู้และคอนเนกชันที่มีให้เป็นประโยชน์ จากที่เป็นกูรูให้คำแนะนำเพื่อนฝูงคนรู้จักเรื่องการแต่งรถ ก็หันมาเป็นตัวกลางจัดหาอุปกรณ์แต่งรถ แล้วได้ค่าคอมมิชชั่นแทน

“ทำอยู่ครึ่งปีก็จ่ายหนี้ได้หมด ผมคิดว่างานนี้ก็ดี ยิ่งถ้าอยากหาเงินแต่งรถของตัวเองทางนี้ก็เป็นช่องทาง ผมจึงทำงานนี้ต่อจนออมเงินได้แสนที่สอง ก็เริ่มต่อยอดสิ่งที่ทำด้วยการเจรจากับอู่ ขอให้ผลิตอุปกรณ์แต่งรถที่เป็นลิขสิทธิ์ของผมมาฝากขายที่อู่ ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 2 ก็มีรายได้เดือนละแสนแล้ว” อินทร์เล่าอย่างภาคภูมิใจนิดๆ พร้อมยอมรับว่า พอมาโฟกัสตรงนี้ ผลการเรียนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาเรียนถึง5ปี กว่าจะได้ปริญญามาครอง

“ผมทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จนปี 3 ตัดสินใจเอาสเตทเมนต์ธนาคารไปให้คุณแม่ดูว่า ตอนนี้ผมมีเงินเก็บ 3 ล้านบาทแล้ว และยังขายรถสปอร์ตญี่ปุ่นคันเก่าเพื่อไปซื้อรถสปอร์ตปอร์เช่ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง” อินทร์เล่าอย่างออกรสก่อนเสริมว่า “พอขึ้นปี 4 เป็นจังหวะที่คุณพ่อขายที่แปลงใหญ่ได้ เลยนำเงินมาแบ่งเป็นเงินก้นถุงให้ลูกๆ ผมคิดหนักว่าจะเอาเงินที่ได้ไปทำอะไรดี เพราะคิดถึงคำพูดที่คุณพ่อบอกว่าจะให้แค่ก้อนนี้ก้อนเดียว ผมเลยตัดสินใจนำเงินก้อนนี้ (ประมาณ 3 ล้านบาท) ไปลงขันกับเพื่อนอีก 2 คน เปิดร้านแต่งรถชื่อว่า HITz SuperCar โดยเช่าพื้นที่อยู่ในโครงการบางกอกสแควร์ พระราม3”

จากธุรกิจที่เคยเป็นแค่ตัวกลาง พอวันนี้มีหน้าร้านของตัวเอง ก็ค่อยขยับขยาย มีการนำเข้าแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศ ในที่สุดก็ได้เป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้กับสินค้าระดับโลก อย่าง Armytrix Exhaust และเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาค South East Asia ให้กับแบรนด์ Agency Power รวมทั้ง F.I Exhaust ซึ่งเป็นแบรนด์คู่แข่งของ Armytrix Exhaust ในต่างประเทศ แต่ในไทยมี HITz SuperCar เป็นตัวแทนจำหน่ายของทั้งสองแบรนด์ หมดปัญหาเรื่องการตัดราคา และยังเปิดทางให้ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการ

ขณะที่ ธุรกิจกำลังไปได้สวย แต่กลายเป็นว่า 2-3 ปีที่อินทร์ทุ่มเททำงาน จนแทบไม่ได้เจอครอบครัว ด้วยความที่คุณแม่อยากให้กลับมาอยู่ใกล้ครอบครัว เลยแบ่งพื้นที่หน้าบ้านให้ทำร้าน

“ช่วงนั้นหนึ่งในหุ้นส่วนถอนหุ้นออกไป เพราะต้องกลับไปสานต่อธุรกิจที่บ้าน อีกคนยังถือหุ้นอยู่แต่ไม่ได้เข้ามาโอเปอเรทเพราะไปทำหน้าที่คุณพ่อ ผมเลยต้องรับหน้าที่หลัก แรกๆ ก็หนัก เพราะยังไม่มีทีม โชคดีที่ตอนหลังย้ายร้านมาอยู่ที่บริเวณบ้านเราเอง จะเปิด-ปิดกี่โมงก็ได้ ผมได้เข้าร้านตลอด ที่สำคัญ ร้านเรามอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะผมนำแรงบันดาลใจจากอู่ในต่างประเทศ ที่ออกแบบให้ดูสะอาด น่านั่ง โดยผมเลือกนำไอเดีย มู้ดแอนด์โทน การออกแบบของศูนย์ลัมโบร์กินีที่อเมริกา มาเป็นไกด์ไลน์แล้วให้สถาปนิกนำไปออกแบบต่อ”

อินทร์เล่าต่อว่า “ฟีดแบคที่ได้กลับมาดีมาก ลูกค้าชอบ บางคนถึงกับเอ่ยปากว่า อยากได้แบบนี้ตั้งนานแล้ว การมาทิ้งรถราคา 5-20 ล้านไว้ที่อู่ ก็อยากให้รถอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ช่างเองก็ทำงานสบายในห้องแอร์เย็นๆ ทำให้ผลงานมีประสิทธิภาพ แต่กว่าจะออกมาเป็นแบบที่เห็น ผมก็ใช้เวลาถึง 2 ปี เปลี่ยนผู้รับเหมาไป 3 เจ้ากว่าโปรเจกต์จะจบ”

เป้าหมายจากนี้อินทร์ย้ำว่า ตั้งใจปลุกปั้นสาขาแรกให้แข็งแรง แล้วค่อยขยายสาขาต่อไป ถามว่าความรู้ด้านนิติศาสตร์นำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจอย่างไร อินทร์ตอบได้แบบไม่ต้องเสียเวลาคิดว่า นำมาใช้ได้เยอะมาก เพราะกฎหมายเกี่ยวกับทุกอย่างรอบตัว

“เริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัว อย่าง ภาษี เพื่อผลกำไรสูงสุด หลายคนเลือกหาวิธีว่าจะเลี่ยงอย่างไรให้เสียน้อยที่สุด แต่ผมคิดตรงข้ามว่า ต่อให้เลี่ยงไป แต่ด้วยอายุความสามารถย้อนหลังได้ภายใน 10 ปี ฉะนั้น ถ้าเลี่ยงไปได้ 9 ปี แล้วมาเจอเรียกย้อนหลังปีที่ 10 ก็แย่ จึงต้องทำให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก นำภาษีที่ต้องเสียมาคำนวณเพื่อหาต้นทุน-กำไรที่แท้จริงตั้งแต่ต้น หรืออย่างการทำสัญญาต่างๆ ผมก็ได้นำความรู้ที่มีมาใช้ ตอนทำสัญญากับผู้รับเหมา ผมร่างสัญญาโดยแบ่งการชำระเงินเป็น 24 งวด เพื่อเซฟให้เราอยู่ในจุดที่หากผู้รับเหมาหนีก็เสียหายน้อยที่สุด”

สำหรับไลฟ์สไตล์วันว่าง ถึงลุคจะเป็นหนุ่มที่รักความเร็ว แต่อินทร์ก็รักการเล่นกีฬา โดยเฉพาะ กิจกรรมกลางแจ้งแบบแอดเวนแจอร์ “ถ้ามีเวลาว่าง ผมชอบเล่นกีฬา เพราะติดมาตั้งแต่สมัยเรียนที่วชิราวุธ เล่นฟุตบอล รักบี้ ก่อนหน้านี้ชอบปีนเขา เจ็ทสกี แต่หลังๆ น้อยลงเพราะเพื่อนๆ แก๊งกีฬาค่อยๆ หายไปทีละคน(หัวเราะ) ผมเลยสร้างยิมย่อมๆ ที่ร้าน เพื่อซื้อเวลา ไม่ต้องเดินทาง ที่สำคัญ ลูกค้าและช่างในร้านที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ยังมาใช้บริการได้ด้วย”

ในวัย 29 ปี อินทร์ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ค้นหาตัวเองเจอเร็ว จึงไม่ต้องหลงทางทำในสิ่งที่ไม่ใช่



กำลังโหลดความคิดเห็น...