การได้ออกเดินทางบ่อยๆ หรือไปเที่ยวหลากหลายที่ นอกจากจะสนุกและได้ความรู้แล้ว ยังมีประโยชน์มากมาย ทั้งต่อสุขภาพกายและจิตใจ โดยเฉพาะ ด้านจิตใจ เพราะทุกการเดินทางจะได้เรียนรู้พฤติกรรมความแตกต่างของผู้คนแต่ละสถานที่ อันนำไปสู่การมองคนอย่างเปิดใจ ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงเป็นคนแบบนี้ เหมือนดั่งที่ “ดาต้า-ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ” เซเลบสาวคนเก่งทายาทร้านจิวเวลรีชื่อดัง Vachal Jewelry ที่ออกเดินทางตามคุณพ่อไปต่างประเทศ ตั้งแต่วัยได้เพียง3ขวบเท่านั้น จึงทำให้เธอได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของคนในแต่ละประเทศ พร้อมนำสิ่งเหล่านั้นมาเปิดหู เปิดตา และเปิดใจ ยอมรับในนิสัยอันหลากหลายของมนุษย์
ชอบเที่ยวสไตล์ไหน : ชอบเที่ยวทะเลเพราะเป็นคนชอบดูสัตว์น้ำทุกชนิด โดยเฉพาะ เต่าทะเล เวลาที่เราไปดำน้ำทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศ ก็มักจะเห็นเต่าทะเลแหวกว่ายน้ำมาให้ชมเสมอ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไปดำน้ำที่มัลดีฟส์ เต่าทะเลว่ายน้ำมาให้จับด้วย ประทับใจมากเลยค่ะ และอีกอย่างที่ทำให้เราชอบเที่ยวทะเล เพราะชื่นชอบในบรรยากาศของสายลม แสงแดด และเกลียวคลื่น เวลาไปเที่ยวทะเลแล้วทำให้เรามีความสุขที่สุดค่ะ นอกจากนี้ ก็ยังชอบเที่ยวในสถานที่ทันสมัย หรือเมืองที่มีวัฒนธรรมอันงดงาม
ประสบการณ์ท่องเที่ยวแปลกๆ : ต้องอียิปต์เลยค่ะ ดาต้าชอบมาก เพราะที่อียิปต์มีวัฒนธรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะ ที่นั่นทำให้เรารู้ว่ามนุษย์เมื่อ4พันกว่าปีเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร เหมือนทำให้เราได้ย้อนยุคไปสู่ยุคนั้น และเทคโนโลยีการแช่ศพมีความทันสมัยมาก ดังเช่นเวลาที่เราไปพิพิธภัณฑ์ เราจะเห็นมัมมี่ควีนฟาโรห์บางองค์ยังมีเส้นผมดกดำอยู่เลย เรียกว่าตื่นเต้นมาก
ความประทับใจระหว่างเดินทาง : เรื่องราวประทับใจระหว่างการเดินทางมีเยอะมาก แต่ที่เป็นเรื่องเล่าในกลุ่มเพื่อนที่ไม่รู้จบคือ วันเดย์ทริปในเกียวโต ความจริงช่วงนั้นพวกเราไปเที่ยวโอซาก้ากัน และก็เลยจัดทริปไปกลับเกียวโต เมืองนี้เป็นเมืองที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมอันดีงามของเมืองไว้แทบทุกกระเบียดนิ้ว หนุ่มสาวเมืองเกียวโตเขายังสวมใส่ชุดกิโมโนเดินถนนกันอยู่เลย พอเราเห็นถึงขั้นไปซื้อชุดกิโมโนมาใส่ตาม ที่สำคัญคนที่เมืองนี้เขาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์มาก มีน้ำใจอัธยาศัยดีกันทั้งเมือง ทั้งๆ ที่เมืองของเขามีความเจริญมาก แต่ผู้คนในเมืองกลับใช้ชีวิตสวนทางกัน
สถานที่ประทับใจ : ประเทศอิตาลี เป็นประเทศที่สองในชีวิต ที่เราได้ไปเที่ยวหลังจากที่เคยตามคุณพ่อไปติดต่องานที่ประเทศเยอรมนี ด้วยอายุเพียง3ขวบ ซึ่งเด็กมากจนจำเหตุการณ์ทริปครั้งแรกในชีวิตไม่ได้ แต่ประเทศอิตาลีเราไปตอนอายุได้4ขวบ ซึ่งพอที่จะจดจำเหตุการณ์ต่างๆ ได้บางส่วน เรามีความรู้สึกว่าคนอิตาเลียนอัธยาศัยดี คอยดูแลนักท่องเที่ยวตลอดทริปเป็นอย่างดี อาหารก็อร่อยและเมื่อเราโตขึ้นมา ประเทศอิตาลีจึงเป็นประเทศที่เราไปเที่ยวบ่อยที่สุด เพราะชอบสถาปัตยกรรมของประเทศเขา ที่มีความสวยงามมาก เป็นประเทศเดียวที่เดินทางไปกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ
การเดินทางสอนอะไรในชีวิต : การเดินทางเหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับชีวิตเรา ทำให้ได้เห็นอะไรที่กว้างกว่าเดิม เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะผู้คนแต่ละเมืองเขาก็มีวิถีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละสภาพภูมิประเทศนั้นๆ อย่างเช่นเมื่อเราไปเที่ยวประเทศเยอรมนี เราก็จะเห็นว่าคนที่ประเทศนี้เขามีระเบียบวินัยสูงมาก เพราะประเทศเขาเคยมีสงคราม มันจึงต้องทำให้คนในประเทศมีระเบียบวินัย เพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอด หรือเราไปประเทศอื่นผู้คนก็จะมีอุปนิสัยต่างกันไป มันก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ และนำสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นมาปรับใช้ในชีวิตของเรา


