xs
xsm
sm
md
lg

“อาจารย์หม่อม” นำชมความงดงาม นิทรรศการ “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ท่ามกลางความงดงามของสถานที่สำคัญต่างๆ ซึ่งจำลองมาตั้งไว้บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต อย่าง พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เรือพระที่นั่งจำลองทั้ง 4 องค์ รวมทั้งดอกไม้นานาพรรณหลากสีสันที่อยู่รายล้อมนิทรรศการ อันสะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงทุกรัชกาลแห่งราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๑๐ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสายน้ำ

หนึ่งในผู้มีส่วนช่วยทำให้ความงดงามนี้ปรากฏต่อสายตาของปวงชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” คือ ศ.เกียรติคุณ ดร.ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ หรือ “อาจารย์หม่อม” ของนักศึกษาในรั้วทับแก้ว ท่านเป็นหนึ่งในฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยให้นิทรรศการภายในงานอุ่นไอรัก ครั้งที่ 2 ถูกจารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศ ในฐานะรองประธานฝ่ายจัดนิทรรศการงานอุ่นไอรัก คลายความหนาวฯ


ถึงแม้ในวันนี้อาจารย์หม่อมจะเกษียณอายุราชการแล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่ศรัทธาต่ออาชีพการเป็นเรือจ้างและเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ และหลงใหลงานศิลป์ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทุกวันนี้จึงดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสยาม และเป็นที่ปรึกษากองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง แถมยังเป็นอาจารย์สอนมัคคุเทศก์ทั่วประเทศไทยอีกด้วย

อาจารย์หม่อมเริ่มเล่าย้อนถึงที่มาในการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ว่า ย้อนกลับไปเมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2443 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฤดูหนาวขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างวัดเบญจมบพิตร มีการออกร้านของพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านายฝ่ายหน้าและฝ่ายใน รวมทั้งข้าราชการ บริษัทห้างร้านต่างๆ รวมถึงร้านอาหาร ตลอดจนมหรสพแบบราชสำนัก เช่น โขน ละครใน ในงานฤดูหนาว พุทธศักราช 2447 ได้ทรงตั้งร้านถ่ายรูปหลวง และทรงถ่ายรูปพระราชทานแก่เจ้านาย ข้าราชการ และชาวต่างชาติ

“ด้วยพระบรมราชวิเทโศบายในการให้ประชาชนได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ผ่านการจัดงานออกร้าน ทั้งได้ร่วมทำบุญและได้ความสุขอิ่มเอมใจทั่วกัน ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบรมชนกนาถ โปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฤดูหนาว เพื่อหารายได้สมทบทุนการกุศลต่างๆ ที่สนามสโมสรเสือป่า พระราชวังดุสิต บางปีย้ายไปจัดบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และต่อมาย้ายไปจัดที่พระราชอุทยานสราญรมย์ และที่บริเวณสนามไชย ข้างพระราชอุทยานฯ ตามลำดับ ทรงออกร้านสตูดิโอถ่ายรูปชื่อ “ราชสาทิศย์สถาน”


ครั้นมาในรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงมีพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงงานที่ สมเด็จพระบรมอัยยิกาธิราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเคยจัดงานเพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างวัดเบญจมบพิตร อันเป็นงานฤดูหนาว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อต้นปีที่แล้ว และงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ในปีนี้ อันเป็นการจัดงานที่สืบเนื่องมาจากปีที่แล้ว

“การจัดงานครั้งนี้ต่างกับรอบที่แล้ว เพราะการจัดงานครั้งก่อนเน้นเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ส่วนงานครั้งนี้ได้เน้นเกี่ยวกับสายน้ำที่พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดแม่น้ำคูคลองสายต่างๆ อันเป็นที่มาของชื่องานว่า อุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” หรือพระมหากรุณาธิคุณต่อสายน้ำ ซึ่งนิทรรศการโดยรอบพระลานพระราชวังดุสิตก็จะเกี่ยวเนื่องกับสายน้ำเพราะว่าคนไทยเป็นคนที่ชอบสร้างเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเป็นหลัก ต้องใช้แม่น้ำลำคลองทุกๆ เรื่อง ทั้งเรื่องการดำรงชีพ ความเป็นอยู่ การคมนาคม เป็นแหล่งอาหาร เป็นป้อมปราการป้องกันศัตรู เป็นต้น”

อาจารย์หม่อมกล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มีหัวข้อหลักคือ พระมหากรุณาธิคุณต่อสายน้ำ ซึ่งคนไทยสร้างบ้านสร้างเมืองมาก็มีแม่น้ำเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต ทั้งความเป็นอยู่และอาหาร เป็นป้อมปราการ และคูเมืองอีกด้วย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ หลังจากทรงย้ายพระนครจากกรุงธนบุรีมายังกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคูคลองเมืองป้องกันประเทศ หรือในสมัยรัชกาลที่ ๓ ที่ทรงส่งเรือสำเภาไปค้าขาย หรือจะเป็นในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงมีโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับสายน้ำถึง 4,000 กว่าโครงการ

“นิทรรศการในครั้งนี้ได้เริ่มจัดแสดงนิทรรศการพระมหากรุณาธิคุณตั้งแต่รัชกาลที่ ๑-๑๐ ที่บริเวณกำแพงเมืองทางด้านซ้าย นอกจากนั้น มีการจัดแสดงตัวอย่างของสถานที่ และสิ่งสำคัญต่างๆ จำลอง เช่น พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระที่นั่งหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่กลางน้ำในประเทศไทย ที่อยู่ในพระราชวังบางปะอิน จำลองมาไว้ตรงกลางพระลานพระราชวังดุสิต, เรือสำเภา สมัยรัชกาลที่ ๓, สะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เปิดให้เรือใหญ่ผ่าน ให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าครั้งหนึ่งสะพานพุทธเป็นสะพานที่เปิดได้แห่งแรกของประเทศ และประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ที่คลองรังสิต รวมทั้งเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์จำลอง จัดแสดงให้ประชาชนได้รู้ตลอดพระลานพระราชวังดุสิต”

ผู้ที่สนใจสามารถไปร่วมบันทึกภาพแห่งความทรงจำ และความงดงามในอดีตได้ที่ งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ที่มีขึ้นระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 19 ม.ค. 62

แล้วคุณจะรู้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กับปวงพสกนิกรชาวไทยมีความผูกพันและใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนานทุกรัชสมัย นับเป็นความโชคดีของปวงพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง ที่ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งบรมราชจักรีวงศ์


กำลังโหลดความคิดเห็น...