xs
xsm
sm
md
lg

คนดัง-แฟชั่นนิสต้าแชร์ไอเดียแต่งให้ปังแบบไม่จำกัดเพศ สไตล์ “Ungendered”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

>>ทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากผู้หญิงจะลุกขึ้นเอาสูทแบบบอยๆ มาใส่ หรือเห็นผู้ชายใส่รองเท้าเสริมส้นแบบสาวๆ ตามถนน ด้วยรสนิยมที่แตกต่างกันของผู้คน โลกของแฟชั่นจึงเปิดกว้างสไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น แฟชั่นแบบ Unisex (แฟชั่นที่ใส่ได้ทั้งชาย-หญิง) จึงเป็นเทรนด์นิยมในปัจจุบันและดูทีท่าจะกลายเป็นเทรนด์อมตะ แต่ ยูเนี่ยน มอลล์ ศูนย์การค้าแห่งใหญ่ที่รวมสตรีทแฟชั่นครบวงจร ให้นิยามกับแฟชั่นแนวนี้ล้ำและไปไกลยิ่งกว่า คือ “Ungendered Fashion #แฟชั่นไม่จํากัดเพศ” คือ ไม่จำกัดเพศหญิง ชาย และเพศทางเลือก

แต่แค่ไหนถึงจะเรียกว่า ‘ใช่’ และ ‘พอดี’ สำหรับเรา ลองไปฟังไอเดียเหล่าคนดังแฟชั่นนิสต้าที่มี
เอกลักษณ์การแต่งกายเฉพาะตัวว่าพวกเขามีทริกในการแต่งตัวแนวนี้อย่างไร ในงาน “สตรีท แฟชั่น วีค 2018” (Street Fashion Week 2018) ซึ่งจัดโดย ยูเนี่ยน มอลล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ungendered Fashion #แฟชั่นไม่จํากัดเพศ”
เริ่มต้นที่ “เจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์ หมอสาวหล่อเจ้าเสน่ห์ที่ปรากฏตัวใส่ชุดสูท อันเป็นซิกเนเจอร์ของเธอ ยอมรับว่าหนุ่มสาวสมัยนี้เปิดกว้างทางการแต่งตัวมากขึ้น ไม่ได้กำจัดว่าผู้หญิงต้องใส่กระโปรง บางทีเอาชุดผู้ชายมาใส่ด้วยซ้ำ ก็เท่ไปอีกแบบ เพราะสุดท้ายแล้วอยู่ที่ว่าตัวเราชอบแบบไหน ชุดไหนใส่แล้วสบายใจ สิ่งสำคัญที่สุด คือ กล้าที่จะแต่งตัวโดยไม่ยึดติดกับความคิดของคนอื่น  “ถ้าให้เจี๊ยบแนะนำเรื่องแต่งตัว ขอให้เลือกชุดที่ตัวเองใส่แล้วมั่นใจ เราก็จะรู้สึกดูดีขึ้นมาเอง อาจไม่ได้มีคีย์ไอเท็มอะไรพิเศษ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใส่ไปสถานที่ไหนและงานอะไรมากกว่า แต่ถ้าให้เซฟสุดแนะนำให้มีเชิ้ตขาวดีๆ สักชุด เพราะสำหรับเจี๊ยบเป็นชุดที่รอดทุกสถานการณ์ จะดูแคชชวลก็ได้ ทางการก็ดี”
จบความเห็นจากคุณหมอสุดฮอตกันแล้ว ลองมาฟังไอเดียจาก สไตลิสต์อิสระที่มีสตรีทสไตล์สุดเก๋กับ “เซนติเมตร” จตุรภัทร เข็มนาค กันบ้าง ซึ่งเซนเผยว่า โลกทุกวันนี้ไม่ได้มีเพศอีกต่อไปแล้ว ยิ่งคำว่า Ungendered ไม่ได้ตีกรอบแค่เรื่องเพศสภาพเท่านั้น แต่หมายถึงการไม่แบ่งชนชาติ สีผิว และชนชั้น โดยส่วนตัวมองว่าถ้าเราหลุดจากกรอบนั้นได้ทั้งหมด ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้ในแบบที่เราอยากเป็น ซึ่งถ้าคิดได้แบบนี้การเลือกเสื้อผ้าจะไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป สิ่งสำคัญที่ต้องทำกับการแต่งตัวสไตล์นี้ คือ ต้องเลือกใช้จุดเด่นมาปิดบังจุดด้อยเล็กๆ น้อยๆ โดยให้ยังรู้สึกสนุกกับการแต่งตัว  “เราควรหาคีย์ลุคให้ตัวเองสัก 1-2 ลุค เป็นการหาแพทเทิร์นการแต่งตัวว่าเราแต่งลุคไหนถึงรอด แล้วยึดตรงนั้นมาดัดแปลง เลือกใช้ให้เหมาะกับกาลเทศะ ส่วนลุคที่ไม่ใช่แต่ถ้าชอบก็ใส่ได้ แต่อาจจะใส่น้อยหน่อย ส่วนไอเท็มที่เราควรให้ความสำคัญมากที่สุด ส่วนตัวมองเป็นกางเกง ถ้ามีกางเกงที่ใส่แล้วสวย เราจะแมทซ์กับอะไรก็รอด”
ถัดมาเป็น “จีน” กษิดิศ สำเนียง นักร้อง-ศิลปินเดี่ยว ผู้สร้างนิยามแฟชั่นและสไตล์เป็นของตัวเอง แนะถึงการแต่งตัวสไตล์ Ungendered ว่า ขอให้ลืมกฎเกณฑ์แฟชั่นทั้งหลายไปก่อน ไม่ต้องฟังว่าชิ้นนี้ต้องเป็นของผู้หญิง ชิ้นนี้ต้องเป็นของผู้ชายเท่านั้น แต่ขอให้มองว่าแฟชั่นที่เรื่องสนุก และรู้ว่าตัวเองพอใจหรือมั่นใจกับอะไรที่อยากใส่  “เราอยู่ในยุคสมัยที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตามใคร ก็อยู่ที่เราแล้วว่า จะสร้างตัวตนของเราเองหรือว่าจะเป็นผู้ตาม เรียกว่าเราต้องมีจุดยืนก่อน แต่สุดท้ายเราจะเรียนรู้การแต่งตัวด้วยตัวเองว่า จุดไหนที่มั่นเกินไปสำหรับเรา จุดนี้เยอะไปหรือเปล่า เรียนรู้จากที่เราพลาดๆ ไป”
ปิดท้ายด้วย พิชญ์ กาไชย หนุ่มหล่อมาดเข้มเปี่ยมสไตล์ มองว่า หนุ่มสาวยุคนี้กล้าแต่งตัว ไม่จำกัดว่าต้องแต่งตัวตรงกับเพศของตัวเอง แค่มีความสุขกับการแต่งตัวก็พอ หากจะให้แนะนำทริคการแต่งตัวสไตล์ Ungendered สิ่งสำคัญคือต้องคิดก่อนว่า ณ วันนั้น ตัวเองแต่งตัวเพื่อวัตถุประสงค์อะไร นอกเหนือจากกาลเทศะซึ่งเป็นพื้นฐานที่ต้องคำนึงอยู่แล้ว  “เราอาจต้องเริ่มแต่งอะไรที่เป็นตัวเองก่อน หรือถ้าเรามีไอดอลหรือใครสักคนที่ชอบ อาจลองศึกษาจากเขาคนนั้นเป็นไกด์ไลน์ก่อน ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็หาได้จากอินเทอร์เน็ต ช่วงแรกอาจลองผิดลองถูก ผมว่าทุกคนต้องเคยมีลุคที่ผิดมาก่อนอยู่แล้ว (หัวเราะ) จนวันหนึ่งเราจะเจอสไตล์ที่ถูก ค่อยยึดแนวทางนั้นมาใช้”




เหล่านี้เป็นเพียงไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ แล้วคุณล่ะ...พร้อมสนุกไปกับการแต่งตัวหรือยัง?


กำลังโหลดความคิดเห็น...