xs
xsm
sm
md
lg

ไม่พลาด ไม่พัง! ฝึก 3 เคล็ดลับถ้าอยากเป็น “ช่างสักคิวทอง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ช่างสัก หรือ Tattooist หนึ่งในอาชีพดาวรุ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ จะเห็นได้จากร้านสักจำนวนมากผุดขึ้นราวดอกเห็ดเพื่อรองรับเหล่าแทตทูเลิฟเวอร์ ที่มีความต้องการสักลวดลายต่างๆ บนเรือนร่างกันมากขึ้น วันนี้มี 3 หัวใจสำคัญที่ช่างสักคิวทองทุกคนต้องมีมาฝากกัน

1. ความรู้ต้องพร้อม ฝีมือต้องมา : การสักเป็นศิลปะการวาดภาพแขนงหนึ่ง แต่ความโดดเด่นของการสักอยู่ตรงที่เปลี่ยนจากการวาดบนกระดาษหรือบนผืนผ้าแคนวาสมาเป็นบนผิวหนังมนุษย์ ดังนั้น จึงต้องมีความรู้พื้นฐานการวาดลายเส้น หรือ Drawing แสงและเงา โครงสร้างสี ศึกษากายวิภาคศาสตร์ หรือ Anatomy ของระบบร่างกายมนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่ลักษณะของผิวหนังก็เป็นเรื่องสำคัญที่ช่างสักขั้นเทพต้องรู้ เพราะความหนาบางและความหยาบของผิวมีผลต่อการลงลายและการลงสีให้ติดทนนาน อย่างผิวของคนเอเชียจะมีความละเอียดและชุ่มชื่นจึงค่อนข้างสักง่าย

ส่วนการเริ่มต้นเป็นช่างสักในต่างประเทศจะต้องเรียนรู้งานในร้านสักทุกอย่าง ควบคู่ไปกับการฝึกฝนทักษะการวาดภาพจนทะลุปรุโปร่ง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี จากนั้นจึงขยับมาฝึกกับเครื่องสักอีกเป็นปี โดยระหว่างนี้จะต้องฝึกสักกับกระดาษและผิวปลอมจนกว่าฝีมือจะนิ่งจึงเริ่มสักบนผิวหนังจริง

2. ฝึกฝีมือสม่ำเสมอ : ช่างสักแต่ละคนมีความถนัดแตกต่างกัน ดังนั้น ช่างสักมือใหม่ต้องค้นหาความชอบและความถนัดของตนเองให้เจอ จากนั้นเพิ่มเติมความรู้จากการศึกษางานของช่างสักอื่นๆ ที่มีความถนัดในงานสักประเภทนั้นๆ หรือการขอความรู้จากช่างสักที่มีความเชี่ยวชาญด้านนั้นโดยตรง ก็จะช่วยให้ช่างสักมือใหม่สักเป็นเร็วขึ้น แถมยังได้แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการทำตลาด การหาลูกค้า หรือจะศึกษาจาก Youtube ก็เป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงง่ายในยุค 4.0

3. อัปเดตเทรนด์ตลอดเวลา : จะช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า ซึ่งจำนวนมากต้องการรอยสักที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร และเทรนด์ลายสักก็เหมือนกับแฟชั่นที่มีการหมุนเวียนกลับมาเป็นที่นิยมใหม่อีกครั้ง อย่างตอนนี้ลายสักที่กำลังฮิตคือ ลายสักแนว Realistic และ Hyper Realistic ที่มีรายละเอียดเหมือนจริง รวมถึงลายสักแนว Minimal ที่มีขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามือใหม่อยากลองสักหรือลูกค้าผู้หญิง







กำลังโหลดความคิดเห็น...