xs
xsm
sm
md
lg

“Bake Ministry” ฝันที่เป็นจริงของ “ฐิติยา ฮุนตระกูล”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Celeb Online วันนี้ขอพาไปทำความรู้จักกับสตาร์ทอัพสาวที่ทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนนำไปต่อยอดความฝันของตัวเองให้พร้อมมุ่งสู่ความสำเร็จในอนาคต

หนึ่งในกระทรวงในฝันที่เชื่อว่าสาวๆ ที่รักในขนมหวานอยากไปเช็กอินมากที่สุดต้องมีชื่อของ ”เบก มินิสทรี” (Bake Ministry) เวิร์กชอปสตูดิโอสุดเก๋ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 เพราะกระทรวง (ขนมอบ) แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยสามสาวพี่น้องแห่งบ้านฮุนตระกูล ที่หลงใหลในการทำขนมเป็นชีวิตจิตใจ

“ที่ผ่านมาลูกค้ารู้จักเบก มินิสทรี ในฐานะแบรนด์ขนมเค้กที่รับทำเค้กเมดทูออเดอร์ ตั้งแต่เค้กวันเกิดไปจนเค้กรับปริญญา แต่งงาน หรือฉลองโอกาสครบรอบในวันสำคัญ แต่ตอนนี้เราเริ่มขยายไปสู่การจัดเวิร์กชอปสอนทำขนมต่างๆ เพื่อสร้างคอมมูนิตีสำหรับคนรักการทำขนม พร้อมเปิดตัวเบก มินิสทรีให้ลูกค้าได้อร่อยกับคุกกี้ที่ทำสดใหม่ได้แบบดีลิเวอรี” แป็กกี้ สาวสวยหน้าหวานเปิดฉากอัปเดตถึงธุรกิจที่รัก ก่อนจะพานั่งไทม์แมชชีนย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นที่พาให้สามสาวรัฐศาสตร์ก้าวเข้าสู่โลกของการทำขนม

“เราสามคนเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตอนเรียนก็สนุกนะคะ ชอบที่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง แต่พอเรียนจบมาเราไม่ได้คิดว่าอยากรับราชการหรือทำงานต่อในสายที่เรียนมาแบบเพื่อนๆ อย่างกี้เองพอเรียนจบเพื่อนๆ ก็แยกย้ายไปทำงานตามกระทรวงต่างๆ แต่เราเองกลับยังค้นหาตัวเองไม่เจอ จะไปเรียนต่อก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองสนใจด้านไหน พอดีตอนนั้นกี้สนใจภาษาญี่ปุ่น เลยไปเทกคอร์สเรียนภาษาจริงจังอยู่เกือบปี”

ในช่วงที่กำลังค้นหาตัวเองอยู่นั้น ด้วยความที่พี่สาวคนกลาง (ปุ้ย) ชอบทำขนมมาก เลยมักเปิดครัวอบขนมอยู่บ่อยๆ โดยหารู้ไม่ว่าความรักในการทำขนมนั้นกำลังแผ่อิทธิพลไปยังสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน

“กี้กับพี่สาวคนโตเห็นพี่ปุ้ยทำขนมทุกวันก็เลยซึมซับ บางทีก็ไปช่วยเป็นกองหนุน ช่วยคิดว่าจะแต่งหน้าเค้กแบบไหนดี ทำไปทำมาเริ่มสนุก เลยตัดสินใจเอาเงินเก็บของทั้งสามคนมาลงขันทำธุรกิจร้านขนมเค้กด้วยกันซะเลย โดยเหตุผลที่ตั้งชื่อว่า “เบก มินิสทรี” เพราะอย่างที่บอกว่าเราเรียนจบรัฐศาสตร์ทั้งสามคนแต่ไม่ได้ไปทำงานตามกระทรวง เลยตัดสินใจตั้งกระทรวงของตัวเองซะเลย เป็นกระทรวงอบขนม (หัวเราะ)”

แม้ตลอดเวลาที่แป็กกี้บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม แต่เมื่อมองย้อนกลับไปสาวสวยยอมรับว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและความตั้ง
ใจแบบเกินร้อย

“แรกๆ เหนื่อยมากค่ะ ใครที่บอกว่าเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วบริหารจัดการเวลาของตัวเองได้ บอกเลยค่ะว่า ถ้าเป็นช่วงเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ไม่มีทาง เพราะ 24 ชั่วโมงมีแต่งานจริงๆ โชคดีที่เราแบ่งงานกันชัดเจน อย่างพี่ปุ้ยจะเป็นฝ่ายคิดค้นสูตรขนม ส่วนกี้กับพี่ปอมเน้นด้านการตกแต่งหน้าเค้ก คอยอัปเดตเทรนด์ หาเทคนิคใหม่ๆ มาทำให้เค้กของเรามีความน่าสนใจ ช่วงแรกๆ กี้ลงทุนไปเทกคอร์สสั้นๆ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ หาเทคนิคใหม่เลย เพราะยุคที่เราเริ่มต้นอินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายขนาดนี้ เฟซบุ๊ก ยูทูปยังไม่มา ต้องอาศัยเปิดตำรา เรียนรู้จากผู้รู้ ขนาดอุปกรณ์ทำขนมสมัยก่อนก็ยังหายาก บางชิ้นต้องอิมพอร์ตเข้ามาจากต่างประเทศ เราเองก็อาศัยค่อยๆ โต ค่อยๆ ซื้อ เพราะอุปกรณ์ทำขนมแต่ละชิ้นก็ราคาสูงอยู่ เน้นเลือกของที่ดี มีคุณภาพใช้ได้นาน อย่างทุกวันนี้ เตาอบขนมที่ใช้ตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ๆ ก็ยังใช้อยู่” แป็กกี้บอกเล่าด้วยน้ำเสียงใสๆ ชวนฟัง

ตลอดเส้นทางบนถนนสายธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยแพสชัน แป็กกี้ยังเชื่อมั่นและสนุกกับเส้นทางที่เลือกเดิน “สินค้าของเราไม่มีวันตาย ต่อให้โลกเปลี่ยน มีเทรนด์ใหม่ๆ มา เราก็ยังสามารถก้าวไปให้ทันโลก ความท้าทายอยู่ที่ว่า เราจะมีเทคนิคอะไรใหม่ๆ มาใช้เพื่อเนรมิตให้เค้กธรรมดากลายเป็นเค้กที่ดูพิเศษ จุดเด่นของร้านเราคือ เราพยายามสร้างความแปลกใหม่ให้ลูกค้า จากเค้กปาดครีมธรรมดา เราเริ่มทำเป็นเค้กคลุมน้ำตาลสีๆ จากนั้นพัฒนามาเป็นเค้กคลุมน้ำตาลลายหินอ่อน จนตอนนี้เทรนด์มินิมัลมา เราเพิ่มความอ่อนหวานให้เค้กด้วยการตกแต่งดอกไม้”

โจทย์ที่ราวกับการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดนี้ สำหรับแป็กกี้ เธอยกให้เป็นความสนุกและความสุขที่ตามหามาทั้งชีวิต “อย่างที่บอกว่ากี้ไม่ได้เรียนมาด้านนี้ ไม่เคยคิดว่าจะเป็นร้านเค้ก แต่พอมองย้อนกลับไป กี้ว่านี่อาจจะเป็นแพสชันที่เรามีแต่เด็กโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะตั้งแต่เด็กกี้ก็ชอบพวกงานศิลปะ งานประดิษฐ์อยู่แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้กี้จัดห้องแล้วไปเจอสมุดระบายสีสมัยเด็ก ยังนึกขำที่เราพิถีพิถันกับการระบายสีหน้าเค้กจนแอบคิดว่าเราอาจจะชอบทางนี้มาแต่เด็กแล้วจริงๆ” แป็กกี้ถ่ายทอดความฝันวัยใสอย่างอารมณ์ดี

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเธอยังมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า พร้อมกับพัฒนาระบบหลังบ้านให้สามารถรับออเดอร์จากลูกค้าที่เข้ามาได้อย่างเป็นระบบยิ่งขึ้น ส่วนใครที่มีไอเดียอยากเริ่มต้นทำธุรกิจ แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ ในฐานะรุ่นพี่ในวงการธุรกิจ แป็กกี้มีเคล็ดลับง่ายๆ ข้อเดียวคือ ศึกษาให้ดีแล้วลงมือทำ

“ก่อนจะลงมือทำธุรกิจต้องศึกษาให้รอบด้าน ตั้งแต่แนวโน้มธุรกิจ คู่แข่ง การซัปพลายของ หากพิจารณาแล้วว่ามีอนาคต เป็นสิ่งที่ชอบมีแพสชันที่จะทำก็ลงมือเลยอย่าได้ลังเล อย่างกี้เองตอนแรกๆ ที่มาทำก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชอบทางนี้ แต่ทำไปทำมาถึงรู้ว่าชอบจริงๆ บางครั้งโจทย์ที่ยากที่สุดของคนเราคือ การค้นหาตัวเอง ใครที่หาตัวเองได้เร็วถือว่าโชคดี แต่ใครที่ไม่แน่ใจ กี้แนะนำว่าอาจเริ่มจากไปเวิร์กชอป ลงคอร์สสั้นๆ ดูก่อนว่าชอบหรือไม่แล้วค่อยตัดสินใจ” แป็กกี้ทิ้งท้าย





กำลังโหลดความคิดเห็น...