xs
xsm
sm
md
lg

สปอร์ตแมน “อรรถรส ลิปตพัลลภ” เคลียร์ข้อข้องใจปัญหากระดูก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


>>ด้วยไลฟ์สไตล์แบบชายหนุ่มสุดแมนที่ชอบทั้งเรื่องความเร็ว ความท้าทาย รักการเล่นกีฬา อันบ่งบอกได้จากหุ่นสุดล่ำของทายาทธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตระกูลดัง “บ๊อม-อรรถรส ลิปตพัลลภ” จึงไม่น่าแปลกใจที่อาการบาดเจ็บถือเป็นสิ่งใกล้ตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นการซ้น ปวด บวม หัก ของอวัยวะต่างๆ และก่อให้เกิดคำถามมากมายในการดูแลรักษาร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านกระดูกและข้อ ซึ่งวันนี้เราได้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะอย่าง “นายแพทย์สุทร บวรรัตนเวช” ผู้อำนวยการใหญ่ ศูนย์อุบัติเหตุและออร์โธปิดิกส์ ในเครือบริษัท และผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) มาช่วยไขข้อข้องใจทั้งหลาย

“ผมชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ พี่ชายก็เล่นเก่ง คุณพ่อก็เล่น เราเห็นเขาชอบตีเทนนิส ตีกอล์ฟ ผมก็ตามไปเล่นด้วย แล้วช่วงมัธยมไปเรียนที่ออสเตรเลีย เขาบังคับให้เล่นกีฬา ซึ่งตอนนั้นผมตัวเล็กมาก เห็นฝรั่งมีแต่ตัวใหญ่ๆ ก็อยากตัวใหญ่แบบเขา ก็เลยพยายามออกกำลังกายเยอะๆ จนกลายเป็นนิสัยติดตัวมาจนโต

ทุกวันนี้ผมเข้าฟิตเนส ตีกอล์ฟ เล่นบาส สเก็ตบอร์ด และเล่นเซิร์ฟบอร์ดอย่างสม่ำเสมอ การเล่นกีฬามีดีหลายด้านเลยนะครับ สำหรับผมมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ทั้งเป็นการออกกำลังกาย ดีต่อสุขภาพ แถมเวลาเครียดๆ พอไปเล่นแล้วก็เหมือนได้ปลดปล่อย คลายเครียด สมองโล่งเลยครับ” บ๊อมกล่าวถึงไลฟ์สไตล์สุดโปรดให้ฟัง ก่อนจะเอ่ยปากถามคุณหมอถึงปัญหาข้องใจทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องกระดูกและข้อ

บ๊อม :: วิธีการดูว่ากระดูกหักหรือไม่ สังเกตได้จากอะไรครับ เพราะบางครั้งเวลาผมเล่นกีฬาแล้วล้มหรือกระแทก เกิดอาการบาดเจ็บ ก็ไม่รู้ว่าสาเหตุจากกล้ามเนื้อหรือเป็นเพราะกระดูกหัก?

นายแพทย์สุทร :: ต้องดูอาการก่อนว่าเจ็บขนาดไหน ถ้าเจ็บแล้วผิดรูป หรือใช้การไม่ได้ อย่างนิ้วกระดิกไม่ได้ อันนั้นแสดงว่าหักแน่นอน หรือถ้ามีอาการเขียวคือมีเลือดออกภายในผิวหนัง ก็เป็นได้ว่าเลือดจากเส้นเอ็นฉีกขาดหรือเลือดจากกระดูก แต่ถ้าเจ็บเฉยๆ แต่ยังใช้งานได้ ทำให้หลายคนนิ่งนอนใจ ก็ต้องดูว่าถ้าผ่านไป 2-3 วันแล้วอาการเจ็บลดลงไหม เพราะถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็อาจเป็นได้ว่ากระดูกเดาะหรือร้าว แต่ยังคงรูปอยู่ไม่เคลื่อนที่ไปไหน ดังนั้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด เพราะถ้าปล่อยไปอาจทำให้อาการหนักกว่าเดิมก็เป็นได้

บ๊อม :: ถ้ากระดูกหักแล้วต้องทำอย่างไรบ้างครับ?

นายแพทย์สุทร :: อันดับแรกต้องดาม เพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บปวดมากขึ้น หรือปลายกระดูกที่หักทิ่มตำ เนื้อเยื่อโดยรอบ และให้ดูว่าของใกล้ตัวมีอะไร ถ้ามีไม้แผ่นก็เอามารอง คือต้องพยายามประคองให้คงรูปที่สุด โดยไม่ไปทำให้ตรงที่บาดเจ็บกระทบกระเทือน ถ้าไม่มีไม้ก็พยายามหาอะไรมาใช้ อย่างหนังสือพิมพ์หนาๆ หรือกระดาษแข็งมารองแล้วเอาเชือกผูกร้อยไว้ ซึ่งถ้ามีอาการปวดมากให้ทำการประคบเย็นช่วยครับ แล้วรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

บ๊อม :: กระดูกที่เคยหักแล้วจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมไหมครับ หรือต้องระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษบ้างครับ?

นายแพทย์สุทร :: กระดูกเมื่อติดสนิทแล้ว คือเนื้อเดิม เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่างจากพวกเนื้อเยื่อต่างๆ ที่เป็นการสร้างใหม่ไม่เหมือนของเดิม ดังนั้น มั่นใจได้ว่ากระดูกจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแน่นอน ซึ่งถ้าจะหักอีกครั้ง คือก็ต้องโดนกระทบกระทั่งแรงเท่าเดิมถึงจะหักได้อีก

บ๊อม :: สำหรับนักกีฬาเราจะได้ยินเรื่องข้อเข่าเสื่อมอยู่บ่อยๆ โรคนี้ต้องระวังอะไรบ้างครับ?

นายแพทย์สุทร :: โรคข้อเข่าเสื่อม มันมีแบบเสื่อมโดยธรรมชาติตามวัย กับเสื่อมก่อนวัย ซึ่งอาจเกิดจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักมากเกิน หรือทำให้เกิดการสึกหรอของเข่ามากกว่าปกติ โดยกีฬาที่ทำให้เกิดความเสี่ยงที่เข่าจะถูกทำร้ายมากกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ คือ การยกน้ำหนัก เพราะการถูกแรงกระแทก แรงกด แรงบด ทำให้เข่าเสียได้มากกว่าการเสียดสีอย่างการเดินหรือวิ่ง รวมไปถึงการมีน้ำหนักตัวมากเกินมาตรฐาน การใช้งานเข่าแบบไม่ระมัดระวัง ก็ทำให้เกิดการข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยได้เช่นกัน วิธีการรักษาก็มีทั้งการใช้ยาและกายภาพ หรือถ้าในรายที่มีอายุมาก ก็จะมีการเปลี่ยนข้อเข่าเป็นทางเลือกสุดท้าย

บ๊อม :: คำถามสุดท้ายนะครับ นักกีฬาอย่างผม การรับประทานแคลเซียมเพื่อบำรุงกระดูก จำเป็นแค่ไหนครับ?

นายแพทย์สุทร :: แคลเซียมเป็นสิ่งที่แนะนำให้ทุกคนควรรับประทาน เพราะร่างกายคนเราต้องการแคลเซียม ซึ่งที่จริงแคลเซียมก็มีอยู่ในอาหารที่เรารับประทาน นมที่ดื่ม แต่จากผลการสำรวจแล้วอาหารที่คนเรากินในแต่ละวันนั้น ไม่สามารถให้ปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอได้ จึงต้องมีการรับประทานแคลเซียมเสริมควบคู่ไปด้วย และก็ไม่ใช่เพียงผู้คนอาชีพไหนหรือวัยไหนเท่านั้น แต่ทุกคนควรจะรับประทาน โดยตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 30 ปีต้นๆ กระดูกเราจะมีการพอกและสะสมแคลเซียม ซึ่งถ้าเลยช่วงวัยนั้นแล้วรับประทานมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถสะสมเพิ่มแล้ว แต่ก็ยังต้องรับประทานอยู่ เพราะอย่างที่บอกร่างกายคนเราต้องใช้แคลเซียม ดังนั้น หากในร่างกายเรามีแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะทำการดึงแคลเซียมที่สะสมในกระดูกออกมาใช้ ทำให้ส่งผลเสียต่อกระดูกได้

ได้คำตอบจากคุณหมอสุทรและได้รับความรู้ดีๆ แบบนี้แล้ว หนุ่มบ๊อมบอกว่า รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นในการออกกำลังกาย และจะนำเอาคำแนะนำดีๆ กลับไปดูแลร่างกายตัวเองให้แข็งแรงได้มากยิ่งขึ้น อย่างแน่นอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...