xs
xsm
sm
md
lg

“หมอไอซ์-พญ.ภัทรลดา” แนะกิน “ผักสด” ชะลอความแก่ที่ทรงประสิทธิภาพ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


>>เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมต้องถูกบังคับให้กินผักมาตั้งแต่เด็ก ผักสดมีดีอย่างไร? กินวิตามินแทนไม่ได้หรือ?

การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของคนเราไม่ใช่เพียงแค่การไปพบปรึกษาแพทย์ เพื่อรักษา ซึ่งนั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ยังมีอีกหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานองค์ความรู้ผลงานวิจัย และเทคโนโลยีนวัตกรรมการแพทย์เพื่อทำการป้องกัน และยังรวมไปถึงไลฟ์สไตล์ของคน การใช้ชีวิต การออกกำลังกาย และการรับประทาน อันเป็นแนวคิดหลักของ MW Wellness (เอ็มดับบลิว เวลเนส) ศูนย์สุขภาพและความสวยงามที่เน้นการดูแลจากภายในสู่ภายนอก ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ใช้การบูรณาการดูแลรักษาสุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่เน้นการแก้ไขที่ต้นเหตุการเจ็บป่วย ดีกว่าการใช้ยาเพื่อกดระงับอาการปลายทางเท่านั้น

ดังนั้น การเลือกรับประทานสิ่งดีๆ ต่อร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างที่ “หมอไอซ์-พญ. ภัทรลดา ปราโมช ณ อยุธยา” ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและแพทย์บูรณาการ ประจำ MW Wellness ได้กล่าวถึงประโยชน์ของผักต่างๆ ที่มีต่อร่างกายไว้ว่า

“ผักสดมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าที่เราคิด นอกจากประโยชน์ในเรื่องของกากใยที่ช่วยในการขับถ่ายแล้ว ในผักแต่ละชนิดยังมีวิตามินและเกลือแร่ที่แตกต่างกัน ซึ่งวิตามินและเกลือแร่เหล่านี้ ร่างกายต้องการนำไปใช้ในระบบการทำงานพื้นฐานในระดับเซลล์ภายในร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีเอนไซม์ที่มีอยู่ในผักสด ซึ่งร่างกายต้องการเพื่อนำไปใช้ในการทำปฏิกิริยาเคมีต่างๆ เพราะทุกกิจกรรมที่เราทำจะเกิดปฏิกิริยาเคมีเพื่อให้เกิดพลังงาน ทำให้เราสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้

การกินผักเป็นประจำยังช่วยในเรื่องการชะลอวัย ชะลอความเสื่อมให้เกิดช้าลงได้ อาจจะเคยได้ยินว่าการกินผักจะช่วยให้แก่ช้าลง นั่นก็เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น การซ่อมแซมส่วนต่างๆ ภายในร่างกายก็จะลดลงตาม ปฏิกิริยาเคมีก็เกิดน้อยลงเพราะทำกิจกรรมน้อยลง แต่การที่เรากินผักสดอยู่เสมอ จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ และเอนไซม์อย่างเพียงพอ ปฏิกิริยาเคมีก็เกิดขึ้นไปด้วย เป็นการช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ และในผักบางชนิดยังมีวิตามินซีและอีสูง ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ทำให้เราดูแก่ช้าลง

การกินที่ถูกต้องคือ ต้องกินให้หลากหลาย เพราะผักแต่ละชนิดมีวิตามินที่ต่างกัน บางชนิดมีวิตามินเอสูง บางชนิดวิตามินซีสูง ถ้าเรากินผักทุกวันและหลากหลายชนิด ร่างกายก็จะได้รับวิตามิน เกลือแร่ และเอนไซม์อย่างครบถ้วน ปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในร่างกายก็เกิดได้อย่างเต็มที่ ผักที่ใช้เป็นเครื่องปรุงหรือเครื่องเทศก็ควรกิน เพราะมีประโยชน์ไม่แพ้กัน อย่าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เป็นพืชที่มีกากใยสูง แล้วก็มีสรรพคุณทางยา หรือแม้แต่ผู้ที่มีไขมันสูง ก็แนะนำให้กินกระเทียมสด เพราะน้ำมันในกระเทียมจะช่วยลดไขมันในเลือดได้

ส่วนปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน จริงๆ ไม่มีสัดส่วนที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ถ้าเป็นผู้ป่วยควรกินตามปริมาณที่แพทย์แนะนำ แต่ในคนทั่วไปปริมาณที่แนะนำคือ 5 ถ้วยตวงหรือมากกว่านั้นก็ได้ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดัน ก็ควรกินผักให้มากขึ้นกว่าคนปกติ และสำคัญมากสำหรับกลุ่มคนที่ภูมิต้านทานต่ำ เป็นมะเร็ง แพ้ภูมิตัวเอง ไม่ควรกินผักสด เพราะอาจมีสารเคมีตกค้าง ซึ่งถ้าต้องการเอนไซม์หรือวิตามิน ให้กินชนิดเม็ดสกัดเสริมเอาต่างหากจะดีกว่า สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งควรกินบล็อกโคลีทุกวัน หรือใช้วิธีคั้นแยกกากแล้วดื่มทันที ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายควรกินกระเจี๊ยบ ซึ่งผักทุกชนิดมีประโยชน์มากก็จริง แต่อาจส่งผลกับคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางชนิดไม่เหมาะกับโรคบางโรค ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะบุคคล

การเลือกกินผักนั้น นอกจากจะเลือกกินอย่างหลากหลายแล้ว เราควรเลือกผักปลอดสารพิษ อย่างเช่น ผักในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกผักเมืองหนาวแบบปลอดสารพิษ เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่คนไทยจะได้กินผักเมืองหนาว ที่ทั้งสด มีคุณภาพ และปลอดภัยต่อสุขภาพ เป็นผลดีทั้งกับคนปลูกและคนกิน เพราะพืชจะดูดซับสารอาหารและสารพิษที่อยู่ในดินเข้าไปด้วย เมื่อเรากินเข้าไปก็คือเรากินสารพิษเข้าไปด้วย การเลือกซื้อถ้าเป็นไปได้จึงควรดูแหล่งผลิตด้วย ส่วนการเลือกกินผักประจำวัน ถ้าให้ง่ายหน่อยอาจเลือกกินตามสี ใน 1 วันควรกินให้ครบ 5 สี คือ สีเขียว, เหลืองหรือส้ม, แดง, ม่วงหรือน้ำเงิน และสีขาวหรือน้ำตาล เพราะจะได้รับวิตามิน เกลือแร่ และเอนไซม์จากผักที่หลากหลาย

นอกจากนี้ วิตามิน เกลือแร่ และเอนไซม์ที่อยู่ในผัก จะมีส่วนช่วยในการลดและป้องกันการเกิดโรคในอนาคต เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน มะเร็ง รวมถึงโรคเรื้อรัง เรียกได้ว่าถ้าเราไม่กินผักเรามีโอกาสเป็นได้เกือบทุกโรคเลย การกินผักไม่ใช่กินผักวันเดียวแล้วจะสามารถป้องกันโรคได้ ไม่ใช่กินวันเดียวแล้วร่างกายจะดี แต่ต้องกินสะสมเรื่อยๆ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรเราจึงควรกินผักทุกวัน เพราะปฏิกิริยาทางเคมีของร่างกายที่ต้องเกิดทุกวัน หากร่างกายขาดสารที่จำเป็นนานๆ ก็จะก่อให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆ ตามมา”
กำลังโหลดความคิดเห็น...