xs
xsm
sm
md
lg

ปรมา ไรวา คลื่นลูกใหม่แห่งอาณาจักร S&P

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


>>ถึงสมัยเรียนจะขอทำตามแพสชั่นที่มี เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ แต่หลังจากพ้นรั้วมหาวิทยาลัย ด้วยความที่เติบโตและคลุกคลีกับธุรกิจอาหารมาตั้งแต่จำความได้ ทำให้ “นาม-ปรมา ไรวา” ลูกสาวของ “ประเวศวุฒิ กับ เกษสุดา ไรวา” น้องสาวของ “เนม-ปราการ ไรวา” นักร้องนำวงเก็ตสึโนว่า (Getsunova) ไม่คิดจะแตกแถว ขันอาสาเข้ามารับหน้าที่ทายาทรุ่นที่ 2 ของเครือเอสแอนด์พี เพื่อสานต่อตำนานความอร่อยที่อยู่คู่เมืองไทยมาช้านานอย่างแข็งขัน

“ตอนนี้นามมารับหน้าที่เป็นผู้จัดการฝ่ายธุรกิจของเอสแอนด์พี เฮดควอเตอร์ (S&P Headquater) แบรนด์ร้านอาหารน้องใหม่ในเครือเอสแอนด์พี โปรเจกต์นี้จริงๆ ไอเดียมาจากคุณพ่อค่ะ ด้วยความที่ออฟฟิศของเอสแอนด์พีอยู่ที่ตึกอิตัลไทย แต่ที่ผ่านมาเรามีร้านเอสแอนด์พีที่เป็นร้านเบเกอรี่เท่านั้น พอคุณพ่อเห็นพื้นที่ตรงนี้ เลยเกิดไอเดียว่าน่าจะทำร้านเอสแอนด์พีขึ้น แต่ต้องเป็นร้านที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ และทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับแบรนด์เอสแอนด์พีจริงๆ ซึ่งโปรเจกต์นี้ได้ “พี่จอม-วิสาขา ไรวา” ผู้ก่อตั้งแบรนด์วานิลลา (Vanilla) มาช่วยออกแบบ ดูคอนเซ็ปต์ให้ทั้งหมด ตัวนามเองโชคดีได้เข้ามามีส่วนร่วม เรียนรู้งานตั้งแต่เริ่มแรกเลย”

จากวันแรกที่ได้รับโอกาสให้เข้ามาดูแลโปรเจกต์ จนถึงวันที่ร้านกลายเป็นรูปเป็นร่าง ผู้บริหารสาวสวยให้คำจำกัดความความรู้สึกตอนนั้นสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “เจ๋งอ่ะ ถึงนามจะโตมากับธุรกิจนี้ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ารายละเอียดของงานจะเยอะขนาดนี้ ช่วงแรกๆ ที่เปิดร้าน ก็มีท้อบ้างเหมือนกันนะคะ 4 เดือนแรกกลับบ้านร้องไห้ทุกวัน แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ให้กำลังใจตลอด เพราะบางครั้งปัญหาแค่ระดับ 2 แต่นามร้องไห้ไประดับ 10 แล้ว คุณพ่อก็จะเตือนสติว่าลูกคิดมากเกินเหตุไปหรือเปล่า เพราะนั่งคิดมากไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร สู้เอาเวลาลงมือทำต่อไป ถ้าทำได้ดี ต่อไปก็ไม่มีใครว่าหรือตำหนิได้ แต่ถ้าพลาดอย่างน้อยก็ได้เรียนรู้”

หลังจากเรียนจบด้านการออกแบบเซรามิกจากประเทศอังกฤษ กระทั่งได้เข้ามาร่วมทีมการตลาดของเอสแอนด์พี 1 ปี และได้เข้ามาดูแลร้านอาหารใหม่ของเครือเอสแอนด์พีเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน เธอยอมรับว่า หากมองย้อนกลับไป งานนี้ทำให้เธอกลายเป็นคนใหม่ที่เข้มแข็งและอดทนขึ้นมาก

“แต่ก่อนนามจะเป็นคนขี้กลัว ขี้เกรงใจมาก แต่การทำงานฝึกให้นามเป็นคนใหม่ที่รู้จักคิดและไตร่ตรองมากขึ้น มีความแข็งแกร่งขึ้น เริ่มรับคอมเมนต์ได้ (ยิ้ม) แต่สิ่งที่ยังทำให้นามรู้สึกโมโหและรับไม่ได้ที่สุดคือ การทำให้ลูกค้าผิดหวังหรือเดินออกจากร้านไปด้วยความรู้สึกไม่ประทับใจ เพราะสำหรับนามลูกค้าคือคนที่สำคัญที่สุด ถ้าเมื่อไหร่ที่ลูกค้าเข้ามาที่ร้านแล้วไม่แฮปปี้ เดินออกไปแล้วผิดหวังกับการบริการของเรา นามคิดว่านั่นเท่ากับเรากำลังล้มเหลว” นามบอกเล่าด้วยแววตามุ่งมั่น ก่อนจะเผยถึงความกดดันและท้าทายในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัว

“กลัวเหมือนกันนะคะ เพราะรุ่นแรกทำไว้ดีมาก ในฐานะรุ่นที่ 2 โจทย์ของเราคือ จะใส่อะไรเข้าไปดี โชคดีที่แม้เราจะไม่ใช่ครอบครัวใหญ่ แต่ลูกพี่ลูกน้องทุกคนที่เข้ามาสานต่อธุรกิจล้วนช่วยสนับสนุนและส่งเสริมกันตลอด ทุกคนโตมากับธุรกิจนี้ มีดีเอ็นเอของเอสแอนด์พีอยู่ในตัว หน้าที่ของเราคือทำอย่างไรที่จะรักษาความเป็นตำนานของแบรนด์ไว้ แต่ยังตอบโจทย์กับความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นถึงจะกดดันแต่นามก็ตั้งใจทำอย่างดีที่สุด สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สอนเสมอคือ คนเราทำธุรกิจต้องซื่อสัตย์ เพราะตราบที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ต่อให้เจอกับมรสุมธุรกิจเราก็ยังอยู่ได้ บางครั้งอาจจะเติบโตช้า ค่อยเป็นค่อยไปทีละก้าว แต่ก็ไม่ล้ม”

หลังจากเปิดให้บริการมา 2 ปีกว่า พร้อมขยายสาขาแรกไปที่ตึกเอฟวายไอ พระราม 4 นามแย้มว่าในปีนี้ยังมีแผนจะเปิดอีก 1 สาขา และปีหน้าอีก 1 สาขา ส่วนจะเป็นที่ไหน ผู้บริหารสาวขออุบไว้ก่อน แต่ที่บอกได้แบบไม่มีกั๊กคือ กลยุทธ์ที่เธอนำมาใช้ในการบริหารร้านให้กลายเป็นเดสติเนชันแห่งใหม่ของนักชิม

“ด้วยความที่โลเกชันของเราคือตึกออฟฟิศ ไม่ได้อยู่ในไพรม์โลเกชั่น เพราะฉะนั้น เราต้องหากิมมิกใหม่ๆ มาดึงลูกค้า นามว่าเราต้องมองภาพให้ใหญ่กว่าเดิม มองว่าเราไม่ใช่แค่ร้านอาหารแต่เราเป็นคอมมูนิตีแห่งใหม่ ที่นอกจากจะยังคงมาตรฐานความอร่อยตามตำรับเอสแอนด์พีไว้ เรายังพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น เช่นการเวิร์กชอปทำขนม-แต่งหน้าเค้ก ชงกาแฟ การเชิญเชฟจากต่างประเทศมาจัดบรันช์มื้อพิเศษ เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะทุ่มเทเต็มที่ให้กับบทบาทที่ได้รับแล้ว นามยังไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง ที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ

“ช่วงที่กลับมาทำงานที่บ้านใหม่ๆ นามก็สองจิตสองใจนะ ว่าจะหันไปสร้างธุรกิจของตัวเอง แต่สุดท้ายก็ไม่ต้องเลือก เพราะคุณพ่อคุณแม่บอกว่าจะทำก็ได้ แต่ต้องดูแลโปรเจกต์นี้ด้วย ตอนนี้นามเลยหุ้นกับเพื่อนทำแบรนด์ ไทรอาดิก แอฟแฟร์ (Triadic Affair) เป็นแบรนด์หมวกแก๊ปแบบเอ็กโซติกสกินขายผ่านอินสตาแกรม ทำมาได้ 2 ปีกว่าแล้วค่ะ ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ทำ แต่ในอนาคต นามยังมีแผนอยากทำธุรกิจส่วนตัวอีก คิดไว้กว้างๆ ว่า น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร”

เห็นเป็นสาวหวาน น่ารัก แถมใจดีแบบนี้ อดสงสัยไม่ได้ว่า เวลาทำงานนามเป็นผู้บริหารแบบไหน งานนี้ สาวสวยหยุดคิดชั่วอึดใจ ก่อนเฉลยว่า “นามเป็นคนชิลๆ แถมยังขี้เกรงใจอีก เพราะฉะนั้น สไตล์การทำงานของนาม จะเป็นแบบพี่น้องกันมากกว่า เน้นการพูดคุยและสร้างเป้าหมายที่จะไปถึงร่วมกัน นามว่าการบริหารคนเป็นเรื่องสำคัญ เราจะบริหารอย่างไรให้เขารู้สึกว่าเรากำลังลงเรือลำเดียวกัน เพื่อไปด้วยกัน

“ทุกวันนี้นามไม่มีที่นั่งที่ออฟฟิศนะคะ ตั้งแต่มาดูโปรเจกต์นี้โต๊ะทำงานก็ถูกเก็บออก (หัวเราะ) คุณพ่อให้มานั่งทำงานที่ร้าน ออฟฟิศของนามคือที่เอสแอนด์พี เฮดควอเตอร์ สำหรับวันว่างของนาม ถ้าไม่อยู่บ้าน ใช้เวลากับครอบครัว หรือถ้าที่ร้านมีกิจกรรมก็จะแวะเข้ามา นามว่าคาแรกเตอร์ของร้านนี้ก็เหมือนกับนามนะ แค่เห็นโทนสีในร้าน อย่าง ขาว ดำ น้ำเงิน ก็รู้แล้วว่าเป็นนาม เพราะนามจะไม่แต่งตัวหลุดจาก 3 โทนนี้” ผู้บริหารสาวกล่าวทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี
กำลังโหลดความคิดเห็น...