xs
xsm
sm
md
lg

“ชนัญชิตา ณ ระนอง” เดินตามรอย ร.๙ น้อมนำคำพ่อสอน “ปิดทองหลังพระ” ใช้กับชีวิต

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


>>วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นวันที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง คงไม่มีคำใดที่จะแทนความรู้สึกได้ นอกจากคำว่า "หัวใจสลาย" ไปพร้อมๆ กับคนไทยทั้งประเทศ แม้ว่าจะทราบว่าวันนี้จะต้องมาถึงไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ในความรู้สึกลึกๆ คือ ถ้าเป็นไปได้เราอยากไปก่อนพระองค์”

ดั่งโลกนี้มืดมิดไปหมด ไร้แสงสว่าง ทันทีที่ กุ้ง-ชนัญชิตา ณ ระนอง ทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต โดยในวันนี้ กุ้งได้เล่าย้อนถึงวันที่คนไทยน้ำตาท่วมแผ่นดินว่า กุ้งรู้สึกว่าโลกมันมืดมิดไปหมด ไม่รู้ว่าชีวิตจะไปต่ออย่างไร พระองค์ท่านทรงเป็น “ศูนย์รวมหัวใจของคนไทยทั้งชาติ” กุ้งนึกภาพไม่ออกว่าเมื่อไม่มีพระองค์แล้ว เราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร เป็นวันที่เสียใจที่สุดในชีวิตค่ะ

เมื่อนึกภาพย้อนกลับไปตั้งแต่เด็กๆ มีความประทับใจมากมายเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยกุ้งเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ตัวเธอนั้นก็เหมือนกับทุกๆ คนที่รักในหลวงรัชกาลที่ ๙ สุดหัวใจ ตอนเธอเด็กๆ อาจจะทันบ้างช่วงที่ได้เห็นพระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ทุรกันดาร จากภาพข่าวบ้าง จากภาพถ่ายเก่าๆบ้าง เพราะตนเองเป็นคนชื่นชอบอ่านหนังสือเก่าๆ และชื่นชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์

"ภาพในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ทุรกันดาร โดยที่ในสมัยนั้นยังไม่มีถนนทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน ยังเป็นดินแดงๆ อยู่ ทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านก็ยากลำบาก แม้ต้องข้ามป่าเขา พระองค์ก็เสด็จไป หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปต้องใช้คำว่า ต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไป ซึ่งจริงๆ พระองค์ไม่จำเป็นต้องทรงงานหนักขนาดนั้นก็ได้ แต่พระองค์ก็ทรงทำเพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"

เพราะทุกภาพที่เห็นเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในวัยเด็กถูกฝังลึกมาตลอด และตั้งใจว่าโตขึ้นเธอจะต้องรับราชการเพื่อทำงานตอบแทนคุณแผ่นดิน ความมุ่งมั่นตั้งใจส่งผลให้ กุ้งในวันนี้มีบทบาทหน้าที่ด้านกฎหมาย ด้วยการรับราชการอย่างที่ตั้งใจ

“การรับราชการ จริงๆ เป็นอุดมการณ์ตั้งแต่เด็กอยู่แล้วค่ะ เพราะมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชน เพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน ยิ่งเมื่อได้มาปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาธิไธยของพระมหากษัตริย์แล้ว ยิ่งต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดค่ะ"

ตลอดเวลาที่รับราชการมาทำทุกอย่างเต็มที่ และมีบ้างเวลาท้อใจก็จะนึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเป็นทุกอย่าง ทั้งแรงบันดาลใจและต้นแบบในการทำงานเพื่อประชาชน

“แน่นอนการทำงานต้องมีความเหน็ดเหนื่อย ประกอบกับต้องพบกับความขัดแย้งของคนมากมาย บางทีเราก็เหนื่อยเหลือเกิน แต่ทุกครั้งที่เหนื่อยพอนึกถึงพระองค์ จะคิดได้ว่าเรายังเหนื่อยไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งในล้านของพระองค์เลย เมื่อนึกขึ้นได้อย่างนี้ก็ทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานต่อไป”

หากให้พูดถึงพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสที่พระองค์ท่านพระราชทานในวาระโอกาสต่างๆ กุ้งบอกว่า พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่เธอนั้นประทับใจมีหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “ปิดทองหลังพระ”

“พระองค์ทรงมีพระบรมราโชวาทว่า… การทำงานด้วยใจรักนั้น ต้องหวังผลงานเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้เห็นก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง”

พระบรมราโชวาทนี้ทรงสอนเรื่องการ “ปิดทองหลังพระ” ว่า "เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ซึ่งคนโดยส่วนมากจะไม่ชอบปิดทองหลังพระ เพราะว่าจะไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองข้างหน้าไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระก็จะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้"

ดังนั้น ตนจึงรู้สึกว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่อง “ปิดทองหลังพระ” ได้ดีที่สุด ดังเช่นเวลาที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชน เสด็จพระราชดำเนินไปทุกที่ในประเทศไม่ว่าหนทางจะทุรกันดารขนาดไหน พระองค์ก็ทรงไม่เคยสนพระทัยว่าสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำนั้น จะมีใครเห็นหรือทราบหรือไม่

ท้ายที่สุดทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำมาตลอด 70 ปี ก็เป็นที่ประจักษ์ชัด ไม่ว่าจะเป็น “โครงการพระราชดำริ” หลายพันโครงการ ช่วยให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้แต่ถนนสายต่างๆ ทั้งในต่างจังหวัดและในกรุงเทพฯ ที่ถนนสายหลักหลายสาย ล้วนแล้วมาจากพระราชดำริของพระองค์ทั้งสิ้น เปรียบเสมือนทรงปิดทองหลังพระจนเต็ม เป็นพระที่งดงามบริบูรณ์ และเมื่อย้อนกลับมามองตัวเอง ยิ่งทำให้เราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ต้องหวังผลตอบแทนหรือต้องให้ใครเห็น เปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระ เพราะในที่สุดแล้วผลสำเร็จของงานจะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคงนั่นเอง

แม้ในวันนี้ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จสวรรคตแล้ว แต่พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสต่างๆ ของพระองค์อยู่เหนือกาลเวลา ไม่มีวันล้าสมัย ดังนั้น เราสามารถน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์มาปฏิบัติตามได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะ เรื่องที่พระองค์ทรงเน้นย้ำ

“การรู้รักสามัคคีของคนในชาติ ซื่อสัตย์ สุจริต คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และการทำความดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของความมั่นคงของชาติ ถ้าทุกคนน้อมนำมาปฏิบัติตาม นอกจากจะทำให้รู้สึกว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของเราทุกคนตลอดเวลาแล้ว ประเทศของเราก็จะสงบสุข ร่มเย็น และมั่นคงสืบไปค่ะ

ส่วนตัวกุ้งเอง พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ ๙ อยู่ในใจตลอดเวลา จึงขอปฏิบัติหน้าที่ของตนเองด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์สุจริต และทำเพื่อประชาชน พร้อมกับยึดมั่นและตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ โดยจะ “ปิดทองหลังพระ” ตามพระบรมราโชวาทของพระองค์ต่อไปค่ะ” สาวสวยกล่าวอย่างมุ่งมั่น

ขอบคุณ : โรงแรมระวีกัลยา เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายภาพ