ART EYE VIEW---“ดิฉันคิดว่าตัวเองโชคดีที่ค้นหาความสุขในชีวิตของตัวเองเจอ”
คือคำกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้างของ พลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง หรือ ‘มาดามติ้ง’ ที่สื่อมวลชนเรียกขาน
และความสุขที่ว่าของมาดาม นอกเหนือจากด้านการเป็น ‘นักเขียน’ ที่เคยมีผลงานออกมาหลายเล่ม ปัจจุบันยังควบรวมด้านการเป็น ‘ช่างภาพ’
โอกาสเปิด ร้านทรูคอฟฟี่และทรูช้อป สาขาดาวน์ทาวน์ กลางเมืองโคราช ซึ่งเช่าตึกเก่าของมาดามเป็นฐานประจำการ สาวเมืองย่าโมท่านนี้ จึงถือโอกาสขนผลงานภาพถ่ายของตัวเองมาจัดแสดงเดี่ยวครั้งแรก และเปิดใจถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจถ่ายภาพว่า
“คิดว่าปัจจัยในชีวิตมันคงหล่อหลอมมา ตั้งแต่เล็กๆเลย สมัยที่ดิฉันเกิดเนี่ย ดิฉันน่าจะเป็นน้อยคนในยุคนั้นที่มีภาพตัวเองตั้งแต่แรกเกิดเยอะมากๆ เพราะว่าคุณลุงของดิฉัน พี่ชายแท้ๆของคุณแม่ไปเรียนถ่ายภาพที่เมืองจีน เปรียบเทียบแล้วเหมือนกับที่คนอื่นๆไปเรียนเมืองนอกสมัยนี้ กลับมาคุณลุงก็มาเปิดห้อง Lab เอง ทำให้ดิฉันมีรูปตั้งแต่เมื่อครั้งยังดูดนมแม่ ซึ่งเป็นรูปขาวดำ พอโตมาหน่อย แม่ก็ชอบที่จะเอามาให้ดู แล้วบอกว่ารูปแบบนี้หายากนะ และดิฉันจะมีรูปครอบครัวเยอะมากด้วย ซึ่งในผลงานหนังสือบางเล่มก็จะมีรูปครอบครัวแทรกอยู่
ส่วนหนึ่งดิฉันโตที่โคราช ในความเห็นของดิฉัน คนที่โตในต่างจังหวัดจะมีโอกาสดีกว่าคนที่โตในกรุงเทพ เพราะว่าธรรมชาติมันเป็นใจค่ะ ดิฉันโตกับสิ่งเหล่านี้หมด นั่งสามล้อไปโรงเรียน ทำให้ดิฉันรักวัฒนธรรม รักเสียงแคนเสียงอะไรพวกนี้ และเคยถ่ายทอดลงในหนังสือ วันนี้ก็ได้คุยกับท่านผู้ว่านะคะว่าเรามาฟื้นฟูสามล้อดีไหม ซึ่งมันเป็น Culture
จนกระทั่งวันหนึ่งที่จังหวะของการถ่ายรูปมันมา มีกล้องดิจิตอล อะไรพวกนี้ แต่ก่อนดิฉันก็มีกล้องใช้ฟิล์มที่ต้องไปจ้างล้างรูปตามร้านเหมือนกัน แต่ตอนหลังพอมีกล้องดิจิตอล เราสามารถจัดการอะไรได้เองหลายอย่าง เหมาะกับเราซึ่งตอนนั้นเป็นนักเรียน นักศึกษา ไม่ต้องไปรบกวนพ่อแม่มาก ดิฉันก็เลยเล่นกล้องมากขึ้นเรื่อยๆ และต่อมาก็จะคลุกคลีกับน้องซึ่งอยู่ในวงการภาพถ่าย อย่าง น้องเจา(ทวีชัย เจาวัฒนา) ซึ่งจะมีผลงานมาแสดงที่นี่เป็นคนต่อไป ดิฉันก็จะเจอกับเขาบ่อย เพราะว่าตอนหลังนี้ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ (สามี) มารับเป็น ประธานมูลนิธิภาพถ่ายแห่งประเทศไทย ส่วนน้องเจาเป็นเลขาธิการ ก็เลยทำให้เจอกันอยู่บ่อยๆ
สรุปแล้วมันมีหลายอย่างที่หล่อหลอม อย่างตอนเด็กๆดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเก็บรูป แม้แต่ตอนหลังลูกชาย(พสุ ลิปตพัลลภ)ไปเรียนเมืองนอก เขาก็จะส่งหนังสือที่เกี่ยวกับรูปวาดสวยๆมาให้ จะเก็บรูปสวยตลอดเวลา ทั้งรูปถ่าย รูปวาด พอมีกล้องมา มันก็เลยมาสนองความต้องการของเราว่าเราก็ทำได้”
>>>ภาพถ่าย เครื่องมือช่วยจำ
บ่อยครั้งที่มาดามใช้ภาพถ่ายเป็นเสมือนเครื่องมือช่วยจำ สำหรับการทำงานเขียน
“อย่างที่เขาบอกว่ารูปถ่ายรูปนึงมันแทนคำเป็นพันๆคำ แล้วยิ่งเดี๋ยวนี้ดิฉันเขียนหนังสือ เวลาไปเที่ยวไปอะไร ดิฉันจะใช้วิธีบันทึกด้วยกล้อง เหมือนกะเราเห็นอะไร รู้สึกอะไร เรากดแก๊กเดียว กล้องเขาเป็นบันทึกความจำให้เราแล้ว เวลาจะกลับมาเขียนหนังสือก็จะเอาภาพจากกล้องมาดูก่อนตั้งแต่ต้นเลย เหมือนอารมณ์เราตอนนั้นได้เข้าไปอยู่ในภาพแล้ว เราก็เลยเล่าได้ บางคนถาม ทำไมถึงเล่าได้ละเอียดนัก เพราะอารมณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร เราดูรูปถ่าย จะรู้หมดเลยบางทีนั่งรถไปด้วยกันหลายๆคน เรื่องบางเรื่องคนอื่นไม่เห็น แต่เราเห็น เราจำได้ และเดี๋ยวนี้เวลาไปเที่ยวที่ไหน เรื่องกิน เรื่องช้อป เรื่องเล็ก ขอให้มีกล้องไปเราถ่ายได้ทุกอย่าง ชีวิตคน ธรรมชาติ ดอกไม้ หรือเรื่องสะเทือนใจก็ถ่ายได้หมด”
>>>คนรักดอกไม้
แต่ที่เป็นแบบให้มาดามถ่ายมากที่สุดก็เห็นจะเป็นดอกไม้ ล่าสุดก็เพิ่งมี 'ชมสวน' หนังสือรวมผลงานภาพถ่าย ซึ่งเป็นภาพ'ดอกไฮเดรนเยีย' ทั้งเล่ม ตีพิมพ์ออกมา
“ชอบดอกไม้มากค่ะ มันเป็นของที่สวยงามจริงๆนะคะ และเป็นคนที่เสียดายดอกไม้มาก อย่างเช้านี้มีท่านผู้ว่ากรุณาเอาดอกไม้มาให้ ดิฉันก็จะเป็นกังวลค่ะว่า จะต้องตัดก้านเค้าไหม(หัวเราะ) และจะต้องเอามาจัดแบบไหนที่จะทำให้เค้าอยู่ได้นาน ดิฉันจะเป็นคนแบบนี้ ดิฉันเคยลงมือทำหรีดดอกไม้แห้งด้วยตัวเองเลยนะ เพราะว่าเสียดายดอกไม้สด ถ้าเอาไปให้คนอื่น ที่เขามีเวลาดูแล ก็ไม่เป็นไร แต่กรณีอย่างเป็นงานศพ แล้วเจ้าภาพเขายุ่งๆเอาดอกไม้สดไปให้ จะเสียดายค่ะ เสียดายจริงๆ
ดอกไม้เป็นอะไรที่ถ้าเราดูให้ลึกเราจะไม่ได้เห็นแค่กลีบ ไม่ได้เห็นแค่สี แต่เราจะไปได้ไกลกว่านั้น จะจำได้ว่าใครปลูก ขึ้นง่ายไหม อย่างไฮเดรนเยียที่พี่สาวเอามาปลูกที่โคราช ออกดอกมาทีเราก็ดีใจ แต่ที่เมืองนอกเขาไม่ผิดน้ำไม่ผิดดิน ปลูกตรงไหนเขาก็ขึ้น ตามทางเดินสะเปะสะปะ ไฮเดรนเยียขึ้นเต็มไปหมดเลย ขึ้นแบบเหลือเชื่อ ขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ เราเห็นก็อดไม่ได้ อยากจะให้คนโคราชได้เห็นดอกไม้ที่แปลกออกไป
จริงๆแล้วดิฉันมีรูปถ่ายดอกไม้เยอะมาก และตั้งใจว่าจะมีเวอร์ชั่นใหม่ๆนำออกมาให้ชมอีกเรื่อยๆ อาจจะเป็นดอกมะลิ ที่น่าจะแสดงให้ชมในช่วงวันแม่ พอถ่ายออกมาแล้ว มันไม่ใช่แค่รูปดอกมะลิค่ะ เพราะแทบจะได้กลิ่นออกมาเลย ดิฉัน ต้องถ่ายให้ได้แบบนั้น”
>>>ถ่ายอย่างไร
“ดิฉันฉันถ่ายแบบที่ตาตัวเองเห็น สมมุติว่าดิฉันมองจากเห็นมุมนี้ เวลาที่แดดส่องมากระทบปลายกลีบ อย่างนี้(ชี้ภาพถ่ายให้ชมไปด้วย) คนก็อาจจะมองเห็นความสวยต่างกันใช่ไหม แต่สำหรับดิฉัน เวลาที่แสงกระทบปลายกลีบ มันเหมือนกับว่า มันไม่ได้กระทบทุกส่วน แสงเงามันจะสะดุดตาดิฉัน เห็นอะไรก็อยากจะถ่ายทอดอันนั้นออกมา บางวันก็ต้องกดแล้วกดอีกนะคะ เพื่อที่จะได้รูปสวยอย่างตาเราเห็นว่าสวย ไม่ใช่ว่ากดครั้งเดียวได้ ไม่ได้เก่งขนาดนั้น
ดอกไม้ที่ถูกถ่ายมาจากทุกที่ค่ะ รวมทั้งที่บ้านก็จะโดนถ่ายหมดเลยค่ะ มีปีนรั้วปีนอะไรถ่ายด้วย เรื่องสารภาพเกี่ยวกับการถ่ายภาพส่วนหนึ่งก็มีอยู่ในผลงานเขียน ‘สวนหลังบ้าน’ ด้วยเช่นกัน ซึ่งเล่มนั้นมีภาพดอกไม้ประกอบที่ดิฉันถ่ายเองทั้งหมด แต่พอตั้งชื่อแบบนี้ คนมักจะเข้าใจว่าเป็นหนังสือจัดสวน ถือเป็นหนังสือที่รักมากเล่มหนึ่ง เนื้อหาเป็นเรื่องแนวคิดการใช้ชีวิตของตัวเอง”
>>>ฝันแสดงเดี่ยวที่ ถ.ข้าวสาร
จะว่าไปแล้วครั้งนี้ไม่ใช่การแสดงผลงานภาพถ่ายต่อสาธารณชนครั้งแรกของมาดาม เพราะเคยถูกเชื้อเชิญให้ร่วมแสดงกับมืออาชีพมาแล้วเช่นกัน
“แสดงกับท่านสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ โดยการแนะนำของ คุณนิติกร กรัยวิเชียร และคุณนิติกรเอง ก่อนนี้เคยมาถ่ายภาพให้ครอบครัวดิฉัน เคยพูดคุยกัน และดิฉันเคยทำโปสการ์ด ภาพถ่ายชู(สุนัขแสนรัก)เพื่อการกุศล เคยเอาไปให้คุณนิติกรดู คุณนิติกรก็บอกว่า เฮ้ยพี่ติ้งมีวิธีการ CROP ภาพ ที่แปลกนะ ไปเรียนที่ไหน เปล่าค่ะ พี่ก็เรียนศิลปะมาแค่ที่โรงเรียนสุรนารี นี่แหล่ะ พอคุณนิติกรพูดปากต่อปาก ต่อมา คุณเจา ซึ่งช่วยงานกับกลุ่มคุณสุรัตน์มาก่อน ได้ไปพูดให้คุณสุรัตน์ฟัง ต่อจากนั้นคุณสุรัตน์ก็เลยชวนดิฉันไปร่วมแสดงที่หอศิลป์เจ้าฟ้า ซึ่งเป็นเกียรติอย่างมาก ปลื้มใจมาก และเป็นกำลังใจให้มาก ตั้งแต่นั้นก็เลยทำให้รู้สึกว่า ฝีมือเราก็คงพอได้
ตอนนั้นดิฉันยังใช้กล้องคอมแพคอันเล็กๆ และซิงเกิลเลนส์อันแรกก็เป็นกล้องเล็กๆ canon 350eos โดยมีคุณเจาเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำว่าพี่ติ้งกล้องนี้ออกใหม่ แต่ดิฉันเป็นคนที่ไม่ชอบใช้กล้องเยอะ ถนัดอะไรก็ใช้อันนั้นและตอนนี้ดิฉันใช้ canon eos 5d mark ii คุณเจาก็ยุบอกว่ามาใหม่อีกแล้ว แต่เราบอกไม่เป็นไร(หัวเราะ)”
และแม้ครั้งนี้จะเป็นการแสดงเดี่ยวผลงานครั้งแรก แต่มาดามฝันไกลแล้วว่า อยากจะพัฒนาตัวเองจนได้รับการยอมรับว่าเป็นมืออาชีพเช่นกัน และถ้าเป็นไปได้อยากแสดงผลงานในย่านท่องเที่ยวชื่อดังอย่างถนนข้าวสาร
“จริงๆก่อนหน้านี้ก็เคยฝันนะคะว่าอยากไปจัดแสดงงานที่ข้าวสาร อยากให้คนต่างชาติเขาได้เห็นว่าคนไทยทำอะไรกันบ้าง ส่วนเรื่องการเป็นมืออาชีพก็เคยฝันนะคะ แต่ตอนนี้ อายุปูนนี้แล้ว ก็คิดว่าอยากจะทำอะไรที่เป็นความสุข และคงจะเป็นเรื่องที่โชคดีเป็นสองเท่าที่ความสุขของเราไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร แถมยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นอีกดิฉันจึงตั้งใจนำรายได้จากการแสดงงานครั้งนี้ มอบให้เด็กด้อยโอกาสของโคราช เราต้องใช้ชีวิตเราให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ดิฉันถือแบบนั้น”
>>>มองภาพถ่าย เห็นถึงใจคนถ่าย
ไม่ใช่แค่หลงใหลได้ปลื้ม แต่เรียกว่าหลงเสน่ห์จนเข้าขั้นเสพติด และเลิกไม่ได้เสียด้วย สำหรับการถ่ายภาพ เป็นเพราะอะไร มาดามยิงยิ้มตาหยีส่งท้ายหลายระลอก พร้อมบอกเหตุผลว่า
“ภาพถ่ายภาพหนึ่งมันเป็นประวัติศาสตร์ของตัวเราเองว่าในวินาทีนั้น ในช่วงชีวิตนั้นเราเห็นอะไร รู้สึกอะไร หรือเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเราบ้าง ประวัติศาสตร์ของใครคนหนึ่งก็คงสำคัญกับคนๆนั้นเท่านั้น แต่ถ้าคนๆนั้นได้ทำอะไรให้กับสังคม ประวัติศาสตร์ของคนๆนั้นก็จะเป็นที่จดจำของคนอื่นๆต่อๆไปด้วย
อย่างที่ดิฉันเคยบอก เวลาไปที่ไหน ดิฉันถ่ายภาพ กลับมาดูภาพอีกครั้งก็จะรู้ว่า ครั้งนั้นตัวเองคิดอะไรอยู่ ฉะนั้นเวลาที่ใครก็ตามมาชมภาพถ่ายของคนๆหนึ่ง เหมือนเราได้มาดูใจเขาเลย ได้เห็นว่าเขาคิดอะไร มันเป็นเสน่ห์ของภาพถ่าย”
>>>นิทรรศการภาพถ่าย โดย พลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เปิดแสดง ณ ร้านทรูคอฟฟี่และทรูช้อป สาขาดาวน์ทาวน์ ซอยหน้าคุณย่าโม ตลาดแม่กิมเฮง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
Text : ฮักก้า Photo : วารี น้อยใหญ่
ส่งข่าวสารงานศิลปะร่วมสมัย มาได้ที่ ข่าว ART EYE VIEW เซกชัน Celeb Online www.astvmanager.com และ M-Art eye view เซกชัน Lite ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ Email: thinksea@hotmail.com
และคลิกเป็น แฟนเพจ ได้ที่ http://www.facebook.com/arteyeviewnews


