xs
xsm
sm
md
lg

Review : iPhone Duo จอพับรุ่นแรก ที่ซุ่มพัฒนามานาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แอปเปิล เข้ามาทำตลาดสมาร์ทโฟนจอพับทั้งที จะมาแบบท่าปกติคงไม่ได้ การมาของ iPhone Duo ที่ได้กระแสยอดจองถล่มทลาย จนหลายคนที่จองช้า ตอนนี้รอรับเครื่องกันถึงเดือนมกราคมปีหน้ากันไปเรียบร้อยแล้ว แล้วสรุป iPhone Duo น่าใช้ไหม? ทำออกมาแล้วตอบได้ตรงจุดหรือไม่ ตามอ่านรีวิวนี้ไปด้วยกันครับ

จุดที่ทำให้ iPhone Duo สร้างความประทับใจคือการออกแบบ ยูสเซอร์อินเตอร์เฟส (UI) ที่ทำให้การแสดงผลเมื่อกางจอ พับจอ ได้เอฟเฟกต์ที่แสดงถึงความใส่ใจของ Apple ในทุกๆ มิติ และกลายเป็นส่วนที่ทำให้ iPhone Duo เครื่องนี้มีความน่าสนใจ


เพราะในความเป็นจริงแล้ว มือถือจอพับ สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือเมื่อพับแล้วถือพกพาใช้งานได้สะดวก และเมื่อกางหน้าจอออกมาแล้ว ได้หน้าจอที่ใหญ่เต็มตา ใช้งานเพื่อความบันเทิงได้ หรือที่หลายๆ คนมองว่าจะได้ไม่ต้องพกทั้ง iPhone และ iPad เมื่อมี iPhone Duo และประสบการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน Samsung Galaxy Z Fold ซีรีส์ มาก่อนหน้านี้แล้ว

ทำให้ iPhone Duo ถูกคาดหวังเป็นอย่ากมาก ในเรื่องประสบการณ์ใช้งาน และต้องยอมรับว่า Apple ทำออกมาได้ดีมาก กับแอปฯ ที่แอปเปิล พัฒนาขึ้นเอง ส่วนแอปฯ ที่มาจากนักพัฒนาภายนอก หรือ 3rd Party แอปฯ อาจจะยังต้องรอการอัปเดตเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด กับไอโฟนจอพับรุ่นแรกนี้

ดีไซน์พรีเมียม หนักแต่แข็งแรง


เมื่อพับตัวเครื่องเข้าหากัน iPhone Duo มีมิติและสัดส่วนที่กว้างกระชับมือ ในขนาดใกล้เคียงกับพาสปอร์ต จอนอกให้ขนาดมาที่ 5.4 นิ้ว ทำให้พกพาใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้ง่ายดาย ขณะที่เมื่อกางตัวเครื่องออก จะกลายเป็นหน้าจอ iPhone ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด กับขนาด 7.6 นิ้ว

ตัวเครื่องของ iPhone Duo ใช้วัสดุเป็นไทเทเนียม ร่วมกับกระจก Ceramic Shield ด้านหลังเครื่อง ส่วนหน้าจอเป็น Ceramic Shield 2 ซึ่งทนต่อรอยขีดข่วน ทำให้ iPhone Duo มาพร้อมมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 โดยมากับน้ำหนัก 254 กรัม นับว่าเป็น iPhone ที่มีน้ำหนักมากที่สุด

แอปฯ ที่รองรับ จะสามารถแสดงผลได้เมื่อพับจอเข้ามาเล็กน้อย
ความน่าสนใจของ iPhone Duo ยังอยู่ที่กลไกบานพับ Precision Hinge ที่ได้รับการปรับจูนแรงต้านแบบ Variable Torque ควบคุมน้ำหนักการเปิด-ปิด สามารถกางตั้งค้างไว้ได้ทุกองศาเพื่อรองรับการใช้งานและมีชุดแถบแม่เหล็กช่วยล็อกการพับปิดได้อย่างสนิท มีให้เลือกสองเฉดสี ได้แก่ Star White และ Night Sky

รอบตัวเครื่องจะมีปุ่มเปิดเครื่อง และปุ่มควบคุมกล้อง Camera Control อยู่ทางฝั่งขวา ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงถูกย้ายขึ้นไปอยู่ที่ขอบด้านบนเครื่องแทน และไม่มีปุ่ม Action Button มาให้เรียกใช้งานแอปฯ หรือ Shortcuts ต่างๆ เหมือนใน iPhone รุ่นปกติแล้ว

จอคู่ Super Retina XDR สลับมุมมองไร้รอยต่อ


iPhone Duo มาพร้อมแนวคิดการออกแบบสัดส่วนหน้าจอแบบ 1.4:1 เท่ากันทั้งสองฝั่ง ทำให้การแสดงผลขยายและสเกลได้อย่างต่อเนื่องโดยที่คอนเทนต์ไม่ผิดเพี้ยน และลดขอบดำเมื่อรับชมวิดีโอ 16:9 หรือภาพถ่าย 4:3 โดยแอปเปิลให้ข้อมูลว่าสัดส่วนนี้ จะใกล้เคียงกับขนาดของกระดาษ A4 ที่คุ้นเคยกัน

เมื่อกางตัวเครื่องออก ผู้ใช้จะได้พบกับหน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 7.6 นิ้ว ซึ่งมีพื้นที่มากกว่าหน้าจอของ iPhone 18 Pro Max ถึง 50% และใหญ่กว่า iPhone 18 Pro ถึง 80% หน้าจอทั้งสองฝั่งเป็นแผงแบบ Wide-angle OLED ที่ปรับทิศทางการกระจายแสงให้สว่างชัดเจนแม้จะมองจากมุมเอียง รองรับเทคโนโลยี ProMotion 120Hz และดันความสว่างกลางแจ้งได้สูงสุดถึง 3,000 nits


พื้นผิวหน้าจอด้านในเคลือบผิวแบบ Nano-texture ซึ่งช่วยลดแสงสะท้อน อาการสะท้อนเงา ช่วยพรางรอยพับกลางจอ นอกจากนี้ กล้องหน้าด้านในยังเป็นแบบซ่อนใต้หน้าจอ และในอนาคตยังรองรับการใช้งาน Apple Pencil รุ่น USB-C ได้ทั้งบนจอนอกและจอในเป็นครั้งแรกของตระกูล iPhone ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อ iPhone Duo ไม่ได้มีพื้นที่สำหรับ Face ID ที่ใช้การสแกนปลดล็อกด้วยใบหน้า และหันกลับมาใช้งานเซ็นเซอร์ Touch ID ที่ปุ่มเปิดเครื่องด้านข้างแทน ทำให้การปลดล็อก Duo ทำได้จากการสแกนนิ้ว หรือคนที่ใช้งานร่วมกับ Apple Watch ถึงจะสามารถปลดล็อกได้สะดวกเหมือนเดิม

แบ่งจอใช้ได้ 2 แอปฯ ปรับขนาดไม่ได้


แม้ว่าแอปเปิล จะทยอยอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS 27 ให้รองรับประสบการณ์ใช้งานจอพับ ทำให้สามารถเลือกใช้งานแอปฯ ได้ทั้งแนวตั้งที่จอหน้า และแนวนอนที่จอด้านใน เพียงแต่ว่าในการใช้งานจอใน ถ้าต้องการใช้งานหลายแอปฯ พร้อมกัน จะทำได้เพียง 2 แอปฯ หลัก ร่วมกับอีก 1 หน้าจอ Picture in Picture เวลาดูวิดีโอที่ลอยไปลอยมาเท่านั้น

โดยการเลือกเปิดแอปฯ 2 หน้าต่าง จะใช้การปัดหน้าจอแอปที่ต้องการขึ้นค้างไว้ แล้วเลื่อนไปทางซ้าย หรือขวา หลังจากนั้นเลือกแอปฯ ที่จะเปิดคู่กัน ก็จะเป็นการเปิดหน้าจอ 2 แอปฯ เพื่อใช้งานพร้อมกัน โดยไม่สามารถปรับขนาดหน้าต่างได้ และใช้งานได้ในแนวนอนเท่านั้น


ขณะที่เมื่อเป็นจอพับ Apple เลือกที่จะปรับไอคอนลัดในการเข้าถึง 4 แอปฯ ที่เดิมใน iPhone รุ่นปกติ Dock จะอยู่ที่แถบล่าง ออกไปอยู่ทางขวาแทน ทำให้พื้นที่ในการแสดงผลคอนเทนต์แนวตั้งยังสามารถรับชมได้อยู่ แม้หน้าจอจะสั้นลงก็ตาม

ข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้งาน Split View คือสามารถเปิดแอปฯ เดียวกัน 2 หน้าจอได้ เช่นเปิดเว็บ Safari แอปฯ Mail หรือ Notes คู่กัน ในการทำงาน รวมถึงสามารถเลือกจับคู่แอปฯ ที่เปิดร่วมกันบ่อยๆ ไว้ใช้งานได้ด้วย


ส่วนการแบ่งหน้าจอในแนวตั้ง จะใช้ได้กับการเลือกครึ่งบนเป็นคอนเทนต์วิดีโอที่แสดงผลแบบ PiP ส่วนครึ่งล่างจะเปิดแอปฯ อื่นควบคู่ไปขณะรับชมก็ได้ เหมาะกับเวลาที่ต้องการดูคอนเทนต์ และจดข้อมูลจากเนื้อหาต่างๆ ลงไปด้วยพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม บางแอปฯ ที่เป็น 3rd Party อาจจะยังไม่รองรับการใช้งานในช่วงแรก ซึ่งต้องรอให้มีการอัปเดตแอปฯ ตามมา รวมถึงการแสดงผลของบางแอปฯ ที่มี Pop-Up เด้งขึ้นมา อาจจะรบกวนการใช้งานแอปฯ กับเลย์เอาท์ใหม่ที่เกิดขึ้นด้วย


วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือถ้าแอปฯ ที่ยังไม่รองรับเวลาแสดงผลในหน้าจอด้านในจะแสดงผลเป็นหน้าจอแอปฯ ตรงกึ่งกลาง แบบไม่เต็มจอ หรือถ้ายังไม่กางจอถ้าไอคอนลัดต่างๆ ของแอปฯ ยังไม่ถูกดันไปอยู่ที่แถบควบคุมทางด้านขวา ก็แปลว่าแอปฯ ยังไม่ได้อัปเดตให้รองรับการแสดงผลบนจอพับ

จอ StandBy ใช้ได้หลากหลายขึ้น

เมื่อวางเครื่องกับพื้นเรียบ จะขึ้นจอ StandBy มาแสดงผลข้อมูล
ความน่าสนใจที่ตามมาของการเป็นหน้าจอพับคือ สามารถใช้งานเครื่อง iPhone Duo ในการแสดงผลข้อมูลเวลาวางไว้บนโต๊ะทำงาน หรือข้างหัวเตียง เพื่อให้เห็นข้อมูลบางอย่างเร็วๆ เลือกแสดงผลได้ทั้งแบบกางบานพับขึ้นมาแสดงหน้าปัดนาฬิกา หรือคว่ำเป็นเต็นท์เพื่อใช้แสดงปฏิทิน พยากรณ์อากาศต่างๆ


ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นคือแอปฯ ที่พัฒนาให้รองรับการแสดงผลสำหรับ iPhone Duo อาจจะมีการเพิ่มจอแสดงผลพิเศษเข้ามาให้ใช้งานใน StandBy เพิ่มเติมด้วย อย่างพวกการแจ้งเตือนผลการแข่งขันกีฬา การติดตามสถานะของฟู้ดเดลิเวอรี่ เป็นต้น

กล้องคู่ 48MP Dual Fusion กับการถ่ายภาพด้วยจอพับ

iPhone Duo เลือกใช้ชุดกล้อง Dual Fusion 48 ล้านพิกเซล ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ในระยะโฟกัส 26 มม. ทำงานร่วมกับกล้อง Ultra Wide 48 ล้านพิกเซล รองรับทั้งการถ่ายภาพมุมกว้างและการถ่ายภาพระยะใกล้แบบมาโคร เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับกล้องใน iPhone 17

ทำให้รุ่นนี้ สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K สูงสุด 120 fps ในรูปแบบ Dolby Vision HDR พร้อมระบบ Cinematic Mode ที่สามารถแปลงวิดีโอปกติให้หน้าชัดหลังเบลอได้ภายหลังที่ความลื่นไหลระดับ 60 fps เพียงแต่จะไม่มีเลนส์ซูมมาให้ใช้งาน ใครที่เป็นสายถ่ายภาพจริงจังอาจจะไม่เหมาะกับรุ่นนี้


ด้วยความเป็นสมาร์ทโฟนจอพับ ทำให้สามารถวางเครื่องกับพื้นเพื่อใช้แทนขาตั้งกล้องในบางจังหวะได้ ทำให้ Apple มีการเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Smart Take ที่ใช้ชิปประมวลผล A20 Pro วิเคราะห์ท่าทางของทุกคนในเฟรมแล้วลั่นชัตเตอร์ให้อัตโนมัติเมื่อทุกคนพร้อม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งเวลาถอยหลัง

รวมถึงฟังก์ชัน Duo Preview ที่เปิดพรีวิวภาพบนจอนอกเพื่อให้ผู้ถูกถ่ายเห็นการจัดองค์ประกอบภาพ รวมถึงฟังก์ชัน Kid Cue แสดงแอนิเมชันน่ารักบนจอนอกเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ให้หันมามองกล้องได้ด้วย

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถพับเครื่องเพื่อใช้กล้องหลังความละเอียดสูงบันทึกภาพเซลฟี่หรือถ่ายวิดีโอบล็อกได้ทันที ส่วนการสื่อสารผ่านวิดีโอคอลบนจอในทำได้สะดวกผ่านกล้องซ่อนใต้จอ หรือกล้องหน้าจอนอก 12 ล้านพิกเซล Center Stage ได้เช่นกัน

ชิปเซ็ต A20 Pro ใช้ลื่นไหล ประหยัดพลังงาน

TikTok ยังไม่ได้อัปเดตให้รองรับการแสดงผลบน Duo
iPhone Duo มากับชิปประมวลผลระดับเรือธง A20 Pro บนสถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตร อัปเกรดทั้ง CPU คอร์ประมวลผลกราฟิก GPU และหน่วยประมวลผล Dual 16-core Neural Engine โดยเพิ่มแบนด์วิธหน่วยความจำขึ้นอีก 50% เพื่อเร่งการทำงานด้าน AI บนตัวเครื่อง

ด้านการเชื่อมต่อ ติดตั้งชิปโมเด็ม Apple C2 รุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานลง 15% พร้อมเพิ่มความเร็วในการอัปโหลด ควบคู่ไปกับชิป Apple N1 ที่รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายความเร็วสูงทั้ง Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และระบบโครงข่าย Thread รวมถึงระบบความปลอดภัยในการขับขี่อย่าง Crash Detection

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เป็นมือถือจอพับ ทำให้มีการนำแบตเตอรีคู่มาใช้งานเป็นครั้งแรก และยังนำถาดใส่ซิมออก ทำให้ iPhone Duo วางจำหน่ายเฉพาะรุ่น eSIM เท่านั้น เพื่อให้ได้ขนาดแบตเตอรีใหญ่ที่สุด โดยแอปเปิลระบุว่า แบตเตอรีใช้งานได้ 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และเล่นวิดีโอต่อเนื่องจอนอก 44 ชั่วโมง จอใน 31 ชั่วโมง

สำหรับการชาร์จเร็ว ตัวเครื่องรองรับการชาร์จผ่านอะแดปเตอร์ที่กำลังไฟ 60W ขึ้นไป สามารถชาร์จแบตเตอรีถึงระดับ 50% ได้ในเวลาประมาณ 20 นาที รองรับการชาร์จไร้สายด้วยระบบแม่เหล็ก MagSafe สูงสุด 25W ซึ่งชาร์จถึงระดับ 50% ได้ในเวลาประมาณ 30 นาทีเมื่อใช้งานร่วมกับอะแดปเตอร์ 35W

เหมาะกับใคร และจุดที่ต้องกังวล

Netflix มีลูกเล่นที่เวลาวางแสดงผลจะมีการจำลองแสงสะท้อนจากเนื้อหาลงบนจอล่าง
iPhone Duo ถูกวางตำแหน่งไว้สำหรับผู้ใช้งานระดับ Power User, ผู้บริหาร และกลุ่มสายงาน Productivity ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานหลายหน้าจอพร้อมกัน รวมถึงการจดบันทึกด้วยปากกาในอนาคต และการรับชมคอนเทนต์บันเทิงแบบเต็มตา โดยไม่ต้องพกพาทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแยกกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการสมาร์ทโฟนขนาดตัวเครื่องบางเบา หรือผู้ที่ยังจำเป็นต้องใช้งานถาดใส่ซิมการ์ดแบบเดิม ในการสลับซิมการ์ดเวลาเดินทาง อาจจะต้องลองดูความจำเป็นพวกนี้เพิ่มเติม รวมถึงอาจต้องปรับตัวกับรูปแบบการใช้งาน และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจาก iPhone รุ่นปกติด้วย