xs
xsm
sm
md
lg

Review : iPhone 17e รุ่นเริ่มเน้นใช้ยาว สเปกคุ้มในราคา 2 หมื่นต้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



iPhone 17e หรือในซีรีส์ที่ต่อท้ายด้วย e ออกมาต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 2 ถ้าไม่นับย้อนไปถึงยุคของ iPhone SE ก่อนหน้านี้ ซึ่ง Apple วางตำแหน่งไว้ให้เป็น iPhone ราคาประหยัดที่เปิดทางให้ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋าผู้ใช้มากขึ้น

iPhone 17e เหมาะกับผู้ที่ต้องการ iPhone รุ่นเริ่มต้น ที่ได้สเปกเครื่องแรงชิป A19 ซีรีส์เดียวกับ iPhone 17 แปลว่ารองรับอัปเดต iOS ใช้งานยาวๆ 6-7 ปีข้างหน้าได้สบายๆ แต่ก็แลกมากับเทคโนโลยีเดิมอย่างหน้าจอรุ่นเก่า กล้องระยะเดียว ถ้าใครไม่ได้ติดตรงส่วนนี้ มีงบประมาณจำกัด iPhone 17e นับว่าตอบโจทย์


ข้อดี
- iPhone รุ่นเริ่มความจุ 256 GB ราคา 22,900 บาท
- รองรับอัปเดต iOS รุ่นใหม่ต่อเนื่อง 6-7 ปี
- กล้องระยะเดียวแต่คุณภาพ 48 ล้านพิกเซล รองรับถ่าย 4K60fps


ข้อสังเกต
- หน้าจอ 6.1” 60 Hz จอยุคเดียวกับ iPhone 14
- ดีไซน์ของ iPhone รุ่นก่อนหน้า ไม่มี Camera Control - Dynamic Island
- พอร์ต USB-C 2.0


จุดที่ทำให้ iPhone 17e รุ่นเริ่มต้นของปีนี้มีความคุ้มค่ามากขึ้นคือการที่ Apple เลือกขยับพื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นเป็น 256GB จากที่ในรุ่น 16e เริ่มต้น 128GB เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าถ้าซื้อรุ่นเริ่มต้นเท่ากันปีนี้ กับปีที่แล้วก็ได้พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวแล้ว

การมีพื้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถใช้งานเครื่องได้ต่อเนื่องอีกหลายปี ไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องการลบรูปหรือวิดีโอ และช่วยตอบโจทย์ในเรื่องที่ iPhone รุ่นนี้ จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องใหม่ แล้วใช้งานไปยาวๆ อีก 6-7 ปีข้างหน้า หรือจนกว่าจะไม่สามารถอัปเกรด iOS ใหม่ได้

แน่นอนว่า ถ้าเป็นผู้ที่ใช้งาน iPhone อยู่เดิม รุ่นเก่ากว่า iPhone 12 ลงไป แล้วมีงบประมาณจำกัด การข้ามมา iPhone 17e นับว่าตอบโจทย์ และรองรับการใช้งานทั่วไปได้แบบยาวๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ที่เน้นใช้งานโซเชียล มีการใช้งานธุรกรรมธนาคารผ่านแอปฯ ใช้โทรศัพท์เป็นหลัก ในกลุ่มผู้สูงอายุ รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้

ชิป A19 ซีรีส์เดียวกับ iPhone 17


ส่วนหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์ของ iPhone 17e หรือรุ่นประหยัด โดดเด่นคือการที่แอปเปิล เลือกใช้ชิปเซ็ต A19 ที่เป็นรุ่นเดียวกับเรือธงรุ่นพี่ แต่มีการตัดคอร์ประมวลผลกราฟิกออกไป 1 คอร์ ทำให้เลือก CPU 6 คอร์ และ GPU 4 คอร์ (iPhone 17 มี GPU 5 คอร์)

เทียบประสิทธิภาพไล่จากซ้าย-ขวา iPhone 16e iPhone 17e และ iPhone 17
จุดนี้ถ้ามองในแง่ของการใช้งานทั่วไป หรือแม้แต่การเล่นเกมกราฟิกประมวลผลหนักๆ iPhone 17e ยังรองรับการใช้งานได้สบายๆ และรวมไปถึงการประมวลผลทางด้าน AI ที่ดีขึ้นด้วย ดังนั้นในแง่สเปกของ iPhone 17e นับว่าไม่ได้เป็นรองรุ่นพี่มากนัก


ขณะเดียวกันการที่เป็นชิป A19 ยิ่งการันตีถึงการอัปเกรดใช้งาน iOS ที่จะต่อเนื่องไปอีกยาวนาน 6-7 ปี เรียกได้ว่าถ้า iPhone 17 ยังได้รับการอัปเกรด iPhone 17e ที่ใช้ชิปรุ่นเดียวกันก็มีโอกาสที่จะอัปเกรดระบบปฏิบัติการไปด้วย ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน


ดีไซน์เดิม จอเดิม เพิ่ม MagSafe

ซ้าย iPhone 17e ขวา iPhone 16e
สำหรับตัวเครื่องของ iPhone 17e ใกล้เคียงกับ iPhone 16e หรือย้อนไปถึง iPhone 14 ก็ว่าได้ เพราะใช้วัสดุอะลูมิเนียมขัดสีเหมือนกัน เพิ่มกระจก Ceramic Shield 2 ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีขึ้นถึง 3 เท่า และลดแสงสะท้อนได้ 33% กันน้ำ IP68 เช่นเดิม

หน้าจอที่ให้มาเป็น Super Retina XDR OLED ขนาด 6.1 นิ้ว มาพร้อมกับรอยบากที่หน้าจอ ยังไม่ได้ปรับมาใช้จอแสดงผลแบบ Dynamic Island แปลว่าได้กล้องหน้า FaceID 12 ล้านมาใช้งานด้วย และยังเป็นจอ 60 Hz เช่นเดิม ซึ่งไม่รองรับหน้าจอแบบติดตลอดเวลา (Always On Display)


รวมถึงการมีปุ่ม Action Button มาให้ ทำให้เราสามารถตั้งค่าปุ่มลัดเข้าแอปพลิเคชันหรือฟีเจอร์โปรดได้ทันที โดยรอบนี้มีให้เลือก 3 สี คือ ดำ, ขาว และสีใหม่อย่าง ชมพู ที่ดูละมุนและน่าจะถูกใจใครหลายคน


ส่วนที่อัปเกรดเพิ่มขึ้นมาจริงๆ คือกลายเป็นการใส่ MagSafe มาให้ จากเดิมรุ่นก่อนหน้ารองรับแค่ชาร์จไร้สาย แต่ใน iPhone 17e สามารถใช้แปะกับอุปกรณ์เสริม หรือวางกับแท่นชาร์จ MagSafe ได้


กล้องหลักของ iPhone 17e มากับ 48MP Fusion Camera ให้เหมือนมีกล้องสองระยะในตัวเดียว เพราะสามารถครอปเซนเซอร์ตรงกลาง 12MP เพื่อใช้เป็นระยะซูม Telephoto 2 เท่าแบบไม่เสียความละเอียด

มีโหมด Portrait เจเนอเรชันใหม่ ที่ไม่ต้องคอยปัดเปลี่ยนโหมดอีกต่อไป แค่ยกถ่ายโหมด Photo ปกติ ระบบจะจับโฟกัสคน สุนัข หรือแมวให้เอง และยังสามารถมาปรับระยะชัดลึก (Depth Control) ทีหลังได้

ส่วนงานวิดีโอรองรับสูงสุด 4K 60fps แบบ Dolby Vision พร้อมฟีเจอร์เด็ดอย่าง Audio Mix ที่ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง ปรับแต่งโปรไฟล์เสียงได้ถึง 4 รูปแบบ (Standard, In-Frame, Studio, Cinematic) พร้อมระบบตัดเสียงลม ทำให้การถ่าย Vlog หรือทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียจบได้ในเครื่องเดียวแบบโปรๆ


แบตใช้ต่อเนื่อง 26 ชั่วโมง ชิป C1X ช่วยประหยัดพลังงาน

เทียบประสิทธิภาพไล่จากซ้าย-ขวา iPhone 16e iPhone 17e และ iPhone 17
ในเรื่องพลังงาน iPhone 17e สามารถเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุด 26 ชั่วโมง นานกว่า iPhone 11 ถึง 9 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าใครใช้งานรุ่นเก่าอยู่แล้วอัปเกรดมาใช้งาน จะได้ไอโฟนที่แบตอึดขึ้นอย่างชัดเจน ตัว MagSafe ที่ให้มายังรองรับการชาร์จไร้สายที่ 15W แล้วด้วย

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือการใช้โมเด็ม 5G ชิป C1X ที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง ทำความเร็วได้ดีกว่าโมเด็มในรุ่น 16e ถึง 2 เท่า และประหยัดพลังงานกว่าโมเด็มบน iPhone 16 Pro ถึง 30% ทำให้การจับสัญญาณเสถียรและไม่สูบแบตเตอรี่


สรุป

iPhone 17e จะเป็นตัวเลือก iPhone รุ่นเริ่มต้นของใครหลายคนที่ต้องการความเสถียรในการใช้งาน เน้นซื้อเครื่องใหม่แล้วใช้งานยาวๆ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องจอที่ต้องเป็น 120Hz หรือมีกล้องหลายระยะให้ใช้งาน ซึ่งถ้าเป็นคนใช้งานธรรมดาทั่วๆ ไป ไม่ได้ต้องมีถ่ายคอนเทนต์ นับว่าเหลือเฟืออยู่แล้ว

โดยราคาเปิดตัวของ iPhone 17e รุ่นเริ่มต้น 256GB อยู่ที่ 22,900 บาท และรุ่น 512GB กระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 30,900 บาท ส่วนถ้าใครมีงบประมาณเหลือการขยับขึ้นเป็น iPhone 17 ที่ได้จอ 120 Hz เพิ่มกล้องมุมกว้างมาให้ใช้งานด้วยในราคา 29,900 บาท ก็ยังนับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเช่นกัน