xs
xsm
sm
md
lg

Review : MOMENTUM 4 True Wireless - ACCENTUM Plus 2 หูฟังรุ่นเด่นจากเซนไฮเซอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Sennheiser ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดหูฟังไร้สายอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ด้วยการอัปเดตความสามารถของ Sennheiser Momentum 4 True Wireless ที่รอบนี้มากับบลูทูธ 5.4 ทำให้สามารถเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูงจากอุปกรณ์ที่รองรับได้ และยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง AuraCast ที่จะเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานการใช้งานหูฟังบลูทูธในอนาคต ในราคา 11,890 บาท

ขณะเดียวกัน ยังนำเสนอหูฟังแบบครอบหู (Over Ear) ที่ดึงความสามารถของหูฟังระดับแฟลกชิปเข้ามาอยู่ใน ACCENTUM Plus Wireless ที่ออกแบบมาให้สวมใส่สบาย รองรับการฟังเพลงแบบ Lossless มีระบบตัดเสียงรบกวน และที่สำคัญใช้งานได้ต่อเนื่องกว่า 50 ชั่วโมง ในราคา 8,990 บาท


เริ่มกันที่ Sennheiser Momentum 4 True Wireless รอบนี้การเปลี่ยนแปลงหลักๆ จะอยู่ที่การอัปเดตชิปเซ็ตที่ใช้งานมาเป็น Qualcomm รุ่นใหม่ S5 Gen 2 ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่อ และยังสามารถเข้า Codec ได้ครบทั้ง aptX Lossless aptX Adaptive ไปจนถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth LE ทำให้รองรับการใช้งานหลากหลายมากๆ

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งาน Sennheiser Momentum 4 True Wireless ให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุดจำเป็นต้องใช้งานร่วมกับแอนดรอยด์โฟนระดับแฟลกชิป ที่สามารถเข้ารหัส Codec แบบ aptX Adaptive ได้ ซึ่งจะให้คุณภาพเสียงเทียบเท่าการเล่นเพลงผ่าน CD lossless และแน่นอนว่าต้นฉบับของเพลงที่ใช้ในการฟังก็จะมีผลด้วย


ส่วนถ้าไม่ได้ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนที่รองรับ การเปลี่ยนแปลงบน Sennheiser Momentum 4 True Wireless ที่เกิดขึ้นจะอยู่กับเรื่องของประสบการณ์ใช้งานเป็นหลัก อย่างเช่นความเสถียรในการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ​ 5.4 ที่ช่วยให้เวลาใช้งานในสถานที่ต่างๆ ไม่เจอปัญหาสัญญาณหายระหว่างการใช้งาน


จุดเด่นที่เหลือของ Momentum 4 True Wireless ที่ตามมาจากรุ่นก่อนหน้า ทั้งเรื่องของการตัดเสียงรบกวน (Adaptive Active Noise Cancellation : ANC) โหมดฟังเสียงรอบข้าง (Transparency) และการสนทนาผ่านไมโครโฟน 6 ตัว ยังมีมาให้ครบถ้วน


ขณะที่ในแง่ของดีไซน์ Momentum 4 True Wireless ยังคงนำดีไซน์จากรุ่นก่อนหน้ามาใช้งาน แต่ในรอบนี้เพิ่มสีสันให้มีความหลากหลายมากขึ้น ประกอบด้วย สีดำ Black Copper สีเทา Black Graphite และสีขาว White Silver

แบตเตอรี่ที่ให้มาสามารถใช้งานได้ราว 7.5 ชั่วโมง เมื่อไม่ได้ใช้ระบบตัดเสียงรบกวน และ 7 ชั่วโมง เมื่อใช้ระบบตัดเสียงรบกวน เมื่อรวมกับเคสชาร์จจะใช้งานได้ต่อเนื่องราว 30 ชั่วโมง โดยใช้เวลาในการชาร์จหูฟังจนเต็มราว 1.5 ชั่วโมง กรณีชาร์จด่วน 8 นาที ใช้งานได้ราว 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตัวเคสรองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi ด้วย

***รองรับเทคโนโลยีในอนาคต AuraCast


อีกฟีเจอร์ที่เซนไฮเซอร์เน้นนำเสนอในการเปิดตัวของ Momentum 4 True Wireless คือตัวหูฟังรองรับการใช้งานระบบบลูทูธแบบ AuraCast ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานหูฟังบลูทูธในพื้นที่สาธารณะไปจากเดิม และช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน

แต่เดิมการเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์พกพา หรือคอมพิวเตอร์ ไปยังหูฟังโดยตรงแบบ 1 ต่อ 1 ในขณะที่ AuraCast จะเปลี่ยนการเชื่อมต่อเป็นจากอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณบลูทูธ ไปยังหูฟังไร้สายที่รองรับการใช้งาน AuraCast ในพื้นที่ทั้งหมดผ่านเครือข่าย Bluetooth LE

ข้อดีอย่างหนึ่งของ AuraCast คือเมื่ออยู่ภายในพื้นที่ที่มีการปล่อยสัญญาณผู้ใช้งานหูฟังที่รองรับ และเปิดให้เข้าถึงการเชื่อมต่อจะสามารถเข้าถึงเสียงที่ปล่อยออกมาได้ทันที ซึ่งในอนาคตจะเริ่มเห็นการนำไปใช้กับอุปกรณ์ฟังคำบรรยายในพิพิธพัณฑ์ งานสัมมนา หรือแม้แต่การแจ้งเตือนข้อมูลในสนามบิน เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงประกาศต่างๆ ได้ทันที


เมื่อดูถึงในภาพรวมแล้ว Momentum 4 True Wireless จะเป็นหูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนรุ่นท็อปที่มาเป็นหนึ่งในตัวเลือกให้แก่ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบเทคโนโลยีในอนาคต ให้ความมั่นใจได้ทั้งในแง่ของคุณภาพเสียง ประสบการณ์ใช้งาน ในราคา 11,890 บาท

แต่แน่นอนว่า ถ้าปัจจุบันคุณไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่รองรับการเข้ารหัสเสียงระดับ Lossless และยังไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ในตลาดยังมีตัวเลือกหูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนอีกหลายรุ่นในระดับราคาที่ย่อมเยากว่าให้ได้ตัดสินใจ


***ACCENTUM Plus ครอบหูใส่สบาย พร้อมตัดเสียงรบกวน


มาต่อกันที่หูฟังแบบครอบหู ACCENTUM Plus ที่อยู่ในกลุ่มราคาระดับกลางๆ ไม่สูงจนเกินไป เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้มา แต่ยังได้หลากหลายความสามารถใกล้เคียงกับรุ่นแฟลกชิปอย่าง Momentum 4 ที่ราคาแพงกว่าราว 4,000 บาท


จุดเด่นหลักของ ACCENTUM Plus ถูกออกแบบให้เห็นหูฟังแบบครอบหูที่เน้นการสวมใส่สบาย พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ ภายในแพกเกจมาพร้อมเคสใส่ และสายเชื่อมต่อกับพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. 2.5 มม. และสาย USB-C สำหรับการชาร์จ


ตัววัสดุที่ใช้จะเป็นพลาสติกคุณภาพสูงเป็นหลัก เพื่อความเบาของตัวเครื่องที่ 227 กรัม มีการหุ้มหนังสังเคราะห์ที่บริเวณโฟม (Ear Pad) และแถบคาดศีรษะ เพื่อให้ความนุ่มสบายในการใช้งาน อย่างไรก็ตามตัว Ear Pad ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง


ส่วนของคุณภาพเสียง ACCENTUM Plus มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 37 มม. เชื่อมต่อสัญญาณกับสมาร์ทโฟน และดีไวซ์ต่างๆ ด้วยบลูทูธ 5.2 ที่รองรับ aptX Adaptive ช่วยให้การฟังเพลงผ่านบลูทูธได้ความเสถียร ลดความดีเลย์ในการใช้งานเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังรองรับการตัดเสียงรบกวนด้วย Adaptive Hybrid ANC ที่สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ผ่านแอปของ Sennheiser หรือจะเปิดโหมด Transpaency เพื่อรับฟังเสียงรอบข้าง รวมถึงเลือกปรับโหมดในการฟังเพลง ฟังพอดคาสต์ต่างๆ ได้เพิ่มเติมด้วย


ในแง่ของระยะเวลาการใช้งาน ACCENTUM Plus สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 50 ชั่วโมง ในกรณีที่ใช้จนแบตหมด รองรับการชาร์จเร็ว 10 นาที ใช้งานได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง จึงเหมาะกับการพกพาออกไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายๆ

รวมๆ แล้ว ACCENTUM Plus เหมาะกับผู้ที่มองหาหูฟังแบบครอบหูที่มีงบประมาณจำกัด ไม่อยากขยับขึ้นไปใช้งานรุ่นพรีเมียมที่ราคาเกิน 10,000 บาท แต่ยังได้ฟีเจอร์ และคุณภาพเสียงตามมาตรฐานของ Sennheiser โดยหูฟังรุ่นนี้วางจำหน่ายในราคา 8,990 บาท มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ Black และ White




กำลังโหลดความคิดเห็น