สื่อฮ่องกงตีข่าวเกี่ยวกับคดีโด่งดังในไทย ระบุ "บุ๋ม ปนัดดา" อดีตนางสาวไทยและนักกิจกรรมทางสังคมที่มีชื่อเสียง ถูกจับกุมพร้อมกับสามีเมื่อวันศุกร์(6พ.ย.) ตามคำกล่าวหา ยักยอกเงินจากองค์กรการกุศลของตนไปซื้อพักบ้านหรู และเวลานี้ตำรวจกำลังตรวจสอบเส้นเงินบริจาคที่มีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท (30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ทั้งนี้รายงานข่าวดังกล่าวของเซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม ในนั้นรวมถึงผู้ใช้ที่เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งได้ทีเหน็บแหนมพาดพิงคนไทยตามเคย
รายงานของเซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ ระบุว่า ปนัดดา วงศ์ผู้ดี วัย 50 ปี ถูกจับกุมที่บ้านพักในกรุงเทพฯในตอนเช้าวันศุกร์(6พ.ย.) หลังศาลอาญาออกหมายจับ ตามคำกล่าวหาเธอและสามีฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ทั้งนี้นายอธิป อนันทวรรณ สามีของเธอ ซึ่งเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านฟิตเนสและนักธุรกิจ ถูกออกหมายจับเช่นกัน และเข้ามอบตัวกับตำรวจ
เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ รายงานต่อว่า บุ๋ม คว้ามงกุฎนางสาวไทยในปี 2000 และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในแวดวงการกุศล องค์กรของเธอที่มีชื่อว่า "มูลนิธิองค์กรทำดี" ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอในช่วงเวลาที่ประเทศแห่งนี้ต้องเผชิญกับอุทกภัยตามฤดูกาลและเหตุฉุกเฉินต่างๆนานา และบ่อยครั้งที่มีภาพถ่ายของ บุ๋ม กำลังแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ชุมชนทั้งหลายที่ได้รับความเดือดร้อน
ความพยายามของบุ๋ม ส่งผลให้มีเงินบริจาคหลั่งไหลเข้าสู่มูลนิธิของเธอ ทั้งจากประชาชนชาวไทยทั่วไปและเหล่าคนดังด้วยกัน แต่พนักงานสอบสวนตั้งข้อสงสัยว่า เงินบริจาคเพื่อการกุศลมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ถูกยักย้ายถ่ายเทเข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของทั้งคู่ และถูกนำไปใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง รวมถึงพูลวิลลาแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้แล้วตำรวจยังกำลังสืบสวนความเป็นไปได้ของการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับกรณีเรี่ยไรเงินบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์โดยใช้ข้ออ้างอันเป็นเท็จ
นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเผชิญกับกระแสความไม่พอใจจากสาธารณชน หลังจากมีการเปิดเผยว่าสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ได้รับบริจาคมา ซึ่งรวมถึงน้ำดื่ม สบู่ และเสื้อผ้า ถูกทิ้งไว้ในโกดังแทนที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย
รายงานของเซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ ระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บุ๋ม ได้ให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของมูลนิธิ ในตอนแรกเธออ้างว่าถูกหลอกลวง พร้อมทั้งโยนความรับผิดชอบไปที่สามี ในประเด็นการก่อสร้างพูลวิลลาที่ภูเก็ต อีกทั้งยังระบุด้วยว่าเธอวางแผนที่จะหย่าขาดจากสามี
ในการปรากฏตัวทางโทรทัศน์และถ้อยแถลงต่อสาธารณะก่อนที่เธอจะถูกจับ บุ๋มกล่าวขอโทษผู้สนับสนุนของเธอด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แต่ไม่ได้ยอมรับว่าตนกระทำผิดแต่อย่างใด รายงานของเซาต์ไชนามอร์นิ่งโพสต์ระบุ
สื่อมวลชนฮ่องกงแห่งนี้รายงานต่อว่าเรื่้องอื้อฉาวดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการตั้งคำถามในประเทศไทยเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่ยกย่องคนดังว่าเป็นผู้มี "คุณงามความดี" โดยในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธแห่งนี้ บุคคลสำคัญต่างๆมักบริหารองค์กรการกุศลที่ก่อให้เกิดทั้งความชื่นชมจากสาธารณชนและการบริจาคอย่างกว้างขวาง การบริจาคเพื่อการกุศลถือเป็นการสร้างบุญกุศลอย่างหนึ่ง ในขณะที่เครือข่ายอาสาสมัครอิสระมักเข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มช่องว่างที่สวัสดิการของรัฐครอบคลุมไม่ถึง
อย่างไรก็ตามเซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ระบุว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ ส่งเสียงเตือนว่ามีอินฟลูเอ็นเซอร์มากขึ้น ที่ใช้ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฉวยโอกาสเพิ่มผู้ติดตามทางออนไลน์ แสวงหารายได้ส่วนตัวและอิทธิพลทางการเมือง พร้อมเผยว่าในอดีตที่ผ่านมา บุ๋ม เคยดำรงตำแหน่งในบทบาทสาธารณะต่าง ๆ รวมถึงการทำหน้าที่เป็นโฆษกหญิงของรัฐบาลเป็นการชั่วคราว ในช่วงที่เกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนกับประเทศกัมพูชาเมื่อปีที่แล้ว
รายงานข่าวนี้ของเซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 500 ความคิดเห็น และแน่นอนว่าในนั้นจำนวนมากเป็นชาวกัมพูชา "นางดูถูกกัมพูชาระหว่างประชุมประเด็นชายแดนที่จังหวัดเกาะกง กัมพูชา บอกสื่อมวลชนเสียมว่าไม่กล้ากินน้ำสะอาดในกัมพูชา นางรังเกียจกินน้ำในกัมพูชา แต่ตอนนี้เธอกําลังหลอกชาวสยาม" ผู้อ่านชาวกัมพูชารายหนึ่งเขียน
ใต้ความเห็นดังกล่าวมีชาวกัมพูชาอีกรายเข้ามาตอบกลับว่า "ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับเงินบริจาคถึง 600 ล้านบาทในช่วงระหว่างสงคราม คนไทยคงช็อคกันหมดแล้วตอนนี้" เขาเขียนพร้อมโอมิจิหัวเราะ
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ชาวกัมพูชาอีกคนเขียนเชิงเย้ยหยันว่า "เธอก็คือคนไทยแท้ๆเลย" กระตุ้นให้ชาวเขมรอีกคนเข้ามาตอบกลับพร้อมกับอิโมจิหัวเราะร่า "เป็นความเห็นที่ดีที่สุดตลอดกาล"
นอกจากนี้แล้วยังมีความคิดเห็นหนึ่งที่เขียนกระทบชิ่งไปถึงรัฐบาลไทย กรณีที่เคยแต่งตั้ง บุ๋ม เป็นโฆษกจิตอาสาของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ทั้ง 2 ชาติเปิดศึกปะทะกันเมื่อปลายปีที่แล้ว "คนต่ำตมใช้คนต่ำตมเป็นโฆษกและมาบุกรุกประเทศเพื่อนบ้าน" และอีกคนเสริมว่า "ตอนนี้สยามเข้าใจชัดเจนแล้วหรือยัง? ไหนบางคนบอกว่าเขมรโง่??"
(ที่มา:เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์)


