บรรดาชาติยุโรปกำลังส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ต่อการทำข้อตกลงที่สร้างความประหลาดใจ เกี่ยวกับการนำเข้าดีเซลจากรัสเซีย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาเองก็จ่ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์แก่มอสโก แลกกับการจัดหาพลังงานอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดเผยของ มาร์ค รุตต์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต)
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ รุตต์ บอกว่ามีบรรดาชาติยุโรปบางประเทศ "ตื่นตระหนก" กับข้อตกลงรัสเซีย-สหรัฐฯเมื่อเดือนที่แล้ว และยอมรับว่าตัวเขาเองก็ "รู้สึกแปลกใจอยู่พักหนึ่ง"
อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าบรรดาชาติยุโรปก็ยังคงดำเนินการค้าขายทางพลังงานกับรัสเซียต่อไป แม้จะมีการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่และเคยประกาศลดพึ่งพามอสโกก็ตาม "ขณะเดียวกัน ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ยุโรปซื้อก๊าซแอลเอ็นจีจากรัสเซีย 6,000 ล้านยูโร มันเป็นจำนวนที่มากกว่าผลตอบแทนที่จะได้จากข้อตกลงเรื่องดีเซลนั้นเสียอีก ดังนั้น ยุโรปเองก็ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์อะไรเช่นกัน" รุตต์กล่าว
เมื่อถูกถามต่อเกี่ยวกับเสียงวิพาพษ์วิจารณ์กรณีที่ว่าข้อตกลงดีเซลระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย อาจกลายเป็นการมอบเงินทุนสนับสนุนกองทัพมอสโก ในเรื่องนี้ รุตต์ ตอบว่า "แล้วอาวุธมาจากเงิน 6,000 ล้านยูโรป ที่ยุโรปใช้จับจ่ายซื้อก๊าซแอลเอ็นจีด้วยหรือเปล่าล่ะ"
กระนั้น รุตต์ บอกว่าเขาเข้าใจดีถึงความกังวลของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว แต่โต้แย้งว่าขณะเดียวกันนั้น ในปัจจุบันมีเพียงวอชิงตันเท่านั้นที่มอบแรงสนับสนุนทางทหารที่สำคัญตามที่ยูเครนต้องการ ในนั้นรวมถึงขีปนาวุธตัดสกัดกั้น "แพริออต" ที่ผลิตโดยอเมริกา
นอกจากนี้แล้ว รุตต์ ยังปกป้องความสำคัญของการคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างวอชิงตันกับมอสโก โดยอ้างถึงคลังแสงนิวเคลียร์อันใหญ่โตของทั้ง 2 ชาติ "เราเคยมีประสบการณ์วิกฤตนิวเคลียร์ในยุคทศวรรษ 1960 ครั้งที่ยังไม่มีสายด่วน และตอนนั้นเราเข้าใกล้ขอบเหวนิวเคลียร์วันสิ้นโลก" เขาระบุ "มันเป็นสิ่งสำคัญที่ทั้ง 2 ชาติมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน"
ทรัมป์ แถลงข้อตกลงดีเซล หลังพูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม มอสโกรับปากป้อนดีเซล 300,000 ตันแก่สหรัฐฯในทันที ตามด้วย 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน และอีก 1 ล้านตันหลังจากนั้น พร้อมกับเปิดทางสำหรับความเป็นไปได้ที่จะป้อนดีเซลแก่อเมริกาอีก 3 ล้านตันในอนาคต แม้เจ้าหน้าที่รัสเซียจะกล่าวว่าราคาที่จัดหานั้น "เป็นเรื่องของการเจรจาเชิงพาณิชย์" แต่มีการประเมินว่ามูลค่ารวมของข้อตกลงนี้อาจสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์
ข้อตกลงดีเซลเรียกเสียงวิจารณ์อย่างดุุเดือดจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ที่เรียกว่าเป็น "การตัดสินใจที่อ่อนแอ" ขณะที่ คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศของอียู บอกว่าข้อตกลงดังกล่าวมอบ "รายได้เพื่อมาใช้ในการทำสงคราม" แก่มอสโก ต่อมา ทรัมป์ ตอบโต้กลับ โดยแนะนำว่ายูเครนควรมีผู้นำคนใหม่ที่มีความตั้งใจลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย พร้อมกับกดดันให้ เซเลนสกี หยุดโจมตีโรงกลั่้นน้ำมันของรัสเซีย
แม้จะให้คำมั่นว่าจะเลิกพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียโดยสิ้นเชิงภายในปี 2027 แต่บรรดาประเทศในสหภาพยุโรปกลับมีการจัดซื้อก๊าซแอลเอ็นจี จากโครงการ ยามาลของรัสเซียเป็นมูลค่าประมาณ 5,960 ล้านยูโรในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 และตัวเลขดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นเป็น 7,880 ล้านยูโร ณ สิ้นเดือนกันยายน
เมื่อเดือนที่แล้ว อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ประมาณการว่ากลุ่มอียูได้ใช้เงินไปแล้วกว่า 320,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการซื้อพลังงานของรัสเซีย นับตั้งแต่ความขัดแย้งยูเครนลุกลามขึ้นในปี 2022 แม้มีคำกล่าวอ้างว่าได้ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากรัสเซียเป็นอย่างมาก
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


