ทางการจีนเปิดเผยในวันพุธ (4 พ.ย.) ว่า กำลังติดต่อประสานงานกับสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดการประชุมผู้นำสามฝ่ายนอกรอบการประชุมระดับภูมิภาคที่เมืองเซินเจิ้นในเดือนนี้
"จีนกำลังติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับการประชุมประมุขแห่งรัฐระหว่างจีน รัสเซีย และสหรัฐฯ กับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการประชุมสุดยอดสามฝ่าย นอกรอบการประชุมเอเปก (APEC) ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้
ด้านทำเนียบเครมลินระบุเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า การประชุมระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นครั้งแรก กำลังอยู่ในขั้นตอน "เตรียมการ"
สี จิ้นผิง ในวัย 73 ปี และโดนัลด์ ทรัมป์ ในวัย 80 ปี ได้พบกันมาแล้วถึงสองครั้งในปีนี้ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อผู้นำจีนเดินทางเยือนทำเนียบขาวในเดือนกันยายน และทั้งสองมีกำหนดพบกันอีกครั้งในการประชุมสุดยอด G20 ที่เมืองไมอามีในเดือนธันวาคมนี้
ผู้นำทั้งสองให้คำมั่นที่จะขยายระยะเวลาข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2025 พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับการปรับลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้ามูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของแต่ละฝ่าย
ทรัมป์พบกับปูตินในวัย 74 ปี แบบตัวต่อตัวครั้งล่าสุดที่รัฐอลาสกาเมื่อเดือนสิงหาคม 2025
ส่วนสี จิ้นผิง และปูตินนั้นพบกันมาแล้วหลายสิบคั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม เมื่อผู้นำรัสเซียเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง
ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า การประชุมสุดยอดสามฝ่ายอาจกลายเป็นเวทีสำหรับการจัดสรรอิทธิพลใหม่ คล้ายกับเหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
"เราไม่ต้องการให้สิ่งนี้กลายเป็น 'ยอลตา 2, 3, 4' ที่มีการแบ่งสรรอิทธิพลกันใหม่" เขากล่าวโดยอ้างถึงการประชุมสุดยอดเมื่อปี 1945 ระหว่างผู้นำสหภาพโซเวียต สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ในการแบ่งแผนที่โลกหลังสงคราม
เซเลนสกีกล่าวเสริมว่า "รัสเซียต้องการการประชุมครั้งนี้มากกว่าใครทั้งหมด" พร้อมเตือนว่าไม่ควรปล่อยให้มอสโกได้รับ "ข้อได้เปรียบทางการทูตครั้งใหญ่อีกครั้ง"
ที่มา เอเอฟพี


