มีเที่ยวบินอย่างน้อย 7 เที่ยวและเรือสำราญลำหนึ่งในยุโรป ที่ได้รับคำขู่ระเบิดเมื่อวันอังคาร(3พ.ย.) ก่อความปั่นป่วนโกลาหลตามท่าอากาศยานต่างๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด
เที่ยวบินอย่างน้อย 2 เที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่กรุงวอร์ซอ, 2 ลำมุ่งหน้าสู่โซเฟีย และอีก 1 ลำ มุ่งหน้าสู่สนามบินมูร์เซีย ในสเปน ได้รับคำขู่ในวันอังคาร(3พ.ย.) ส่วนเที่ยวบินสู่โซเฟียอีกลำ ได้รับคำขู่หนึ่งวันก่อนหน้านี้ สนามบินในโซเซียต้องปิดปฏิบัติการช่วงสั้นๆ และกองทัพอากาศอิตาลีต้องส่งเครื่องบินขับไล่เข้าประกอบหนึ่งในเที่ยวบินที่ถูกข่มขู่ไปยังกรุงโรม ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจค้นเรือสำราญลำหนึ่งที่มุ่งหน้าสู่อิสราเอล ระหว่างที่อยู่ในกรีซ เพื่อค้นหาวัตถุระเบิด
ไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้กระทำ ขณะที่บรรดาสายการบินที่ได้รับผลกระทบยังไม่ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส
รีส โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงด้านการบิน Osprey Flight Solutions ระบุว่าเหตุคำขู่ระเบิด 7 เที่ยวบินในวันเดียว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินต่างๆนั้น ถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง "การที่ไม่มีการระบุเป้าหมายที่แน่ชัด ไม่ว่าจะเป็นรัฐ สายการบิน หรือเส้นทางบิน บ่งชี้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือการสร้างความปั่นป่วนให้แก่การดำเนินงานด้านการบินโดยรวม" เขาบอกกับรอยเตอร์ส
พวกเจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินของสายการบิน LOT ที่เดินทางมาจากลอนดอนและมีกำหนดลงจอดที่สนามบินโชแปงในกรุงวอร์ซอ ให้ไปลงจอดที่สนามบินมอดลินซึ่งอยู่ใกล้เคียง โดยสนามบินดังกล่าวได้ถูกปิดชั่วคราวและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากมีการตรวจค้นเครื่องบิน และไม่พบวัตถุอันตรายใดๆ
อีกเที่ยวบินของสายการบิน SAS จากโคเปนเฮเกน ซึ่งมุ่งหน้าไปยังวอร์ซอ ได้ลงจอดที่สนามบินโชแปงตามกำหนดเวลา และทางสนามบินโชแปงระบุว่าไม่พบวัตถุระเบิด และสนามบินยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
กระทรวงคมนาคมของบัลแกเรียเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า มีการขู่ว่าจะวางระเบิดบนเครื่องบินที่เดินทางจากมิลาน/เบอร์กาโมและดับลิน มายังโซเฟีย อย่างไรก็ตาม เครื่องบินทั้ง 2 ลำลงจอดอย่างปลอดภัย และไม่พบวัตถุระเบิดใดๆ จากการตรวจสอบ
ถ้อยแถลงระบุว่า เที่ยวบินจากแบร์กาโม ปฏิบัติการโดยสายการบินวิซซ์แอร์ และมีผู้โดยสารอยู่บนเครื่อง 176 คน ส่วนเที่ยวบินจากดับลินให้บริการโดยสายการบินไรอันแอร์ มีผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบิน 186 คน
หนึ่งวันก่อนหน้านี้ เที่ยวบินของสายการบินวิซซ์แอร์ จากลอนดอนไปโซเฟียถูกเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่สนามบินบูดาเปสต์ หลังจากได้รับคำขู่ระเบิด ตามการเปิดเผยของ โรมาลัส รุสซิน-เซนดี รัฐมนตรีกลาโหมฮังการี
ในมูร์เซีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน บางพื้นที่ของสนามบินแห่งหนึ่งถูกปิดกั้นในวันอังคาร(3พ.ย.) หลังมีรายงานเกี่ยวกับการขู่ระเบิดบนเที่ยวบินหนึ่งของสายการบินไรอันแอร์ เที่ยวจากเมืองแมนเชสเตอร์
เจ้าหน้าที่ระบุว่าคำขู่ดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง โดยทางสนามบินได้กลับมาให้บริการตามปกติหลังจากเจ้าหน้าที่ไม่พบวัตถุระเบิดบนเครื่องบิน ทั้งนี้ สายการบินไรอันแอร์ยังไม่ได้ให้ความเห็นใดในทันทีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัท ADR ผู้บริหารสนามบินกรุงโรม ระบุว่า เครื่องบินของสายการบินไรอันแอร์อีก 2 เที่ยวบิน คือเที่ยวบินจากลิสบอนและดับลิน ถูกตรวจค้นที่สนามบินฟิวมิชิโนของกรุงโรม หลังได้รับคำขู่ว่าจะวางระเบิด โดยเที่ยวบินจากดับลินได้รับการคุ้มกันจากกองทัพอากาศอิตาลีจนกระทั่งลงจอด
การแจ้งเตือนดังกล่าวถูกยกเลิกแล้ว และสนามบินยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยไม่มีผลกระทบต่อเที่ยวบินอื่นๆ แหล่งข่าวระบุ
ขณะเดียวกันสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิดและนักประดาน้ำได้เข้าตรวจค้นเรือสำราญ "คราวน์ ไอริส(Crown Iris)" ซึ่งประดับธงปานามา บนเกาะซีรอสของประเทศกรีซ หลังบุคคลนิรนามแจ้งว่ามีวัตถุระเบิดติดไว้กับตัวเรือ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบวัตถุระเบิดใดๆ และคาดหมายว่าผู้เชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ชายฝั่งจะทำการตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนอนุญาตให้เรือสำราญออกเดินทางต่อไป
แม้ว่าจะไม่มีประเทศใดถูกกล่าวโทษโดยตรงเกี่ยวกับภัยคุกคามจากระเบิด แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ยุโรปต่างกล่าวโทษทั้งรัสเซียและอิหร่านในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "การโจมตีแบบผสมผสาน" และการก่อวินาศกรรม ซึ่งทั้งมอสโกและเตหะรานต่างปฏิเสธการกระทำดังกล่าว
ในสัปดาห์นี้ แฮกเกอร์นิรนามได้ปิดระบบตู้เย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในหลายประเทศยุโรป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า การขู่ว่าจะวางระเบิดปลอมๆ อาจเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการก่อกวนที่มีต้นทุนต่ำและสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


