ราคาน้ำมันขยับลงราว 1% ในวันอังคาร(3พ.ย.) แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 สัปดาห์ จับตาการเจรจายุติสงครามทั้งในยูเครนและอิหร่าน ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน จากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเอไอ ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ขณะที่ทองคำปรับลดเล็กน้อย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 37 เซนต์ ปิดที่ 96.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 1.17 ดอลลาร์ ปิดที่ 103.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม
อิหร่านและสหรัฐฯยังคงห่างไกลจากข้อตกลงยุติสงคราม แต่ทางคนกลางอย่างกาตาร์ ยกระดับความพยายามหลักเลี่ยงสถานการณ์ทวีความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น หลังศึกเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกา
ขณะเดียวกันวังเครมลิน เปิดเผยว่าจะจัดการเจรจา 3 ฝ่ายกับยูเครนและสหรัฐฯ ในอาบูดาบี ระหว่างวันที่ 10 และ 11 พฤศจิกายนนี้
รัสเซียเป็นชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯและซาอุดีอาระเบีย ในปี 2025 และที่ผ่านมา มาตรการคว่ำบาตรได้กีดกันพลังงานรัสเซียออกจากตลาดโลก ตามหลังมอสโกรุกรานยูเครน ปัจจัยนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน
ข้อตกลงใดๆในการยุติการรุกรานยูเครนโดยรัสเซีย ซึ่งเปิดฉากขึ้นมาตั้งแต่ปี 2022 อาจเปิดทางให้รัสเซียส่งออกพลังงานเพิ่มเติม
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันอังคาร(3พ.ย.) บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) พื้นตัว ก่อนผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯปรากฏออกมา ขณะที่แอปเปิล ปรับลด หลังผู้ผลิตไอโฟนแห่งนี้ เจริญรอยตามเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง ที่มีรายงานผลประกอบการรายไตรมาส ไม่ประทับใจนักลงทุน
ดาวโจนส์ ลดลง 197.26 จุด (0.38 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 51,786.72 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 27.52 จุด (0.36 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,568.92 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 207.65 จุด (0.83 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 25,372.01 จุด
หุ้นของแอปเปิล ปิดลบ หลังเตือนว่าต้นทุนของชิปหน่วยความจำอาจยังคงเพิ่มสูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นในช่วงไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ไมครอน เทคโนโลยี ปิดบวก ส่วน เอ็นวิเดีย ก็ปรับขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ปิดลบมา 4 วันติด
ในการเลือกตั้งกลางเทอมวันอังคารนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันจะตัดสินผลงานช่วง 2 ปีแรก ในวาระที่ 2 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผลสำรวจและนักวิเคราะห์อิสระต่างเห็นพ้องว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะแย่งชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ขณะที่การควบคุมวุฒิสภายังคงไม่แน่นอน
ส่วนราคาทองคำปรับลดในวันอังคาร(3พ.ย.) จากการแข็งค่าของดอลลาร์และการดีดตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งก่อแรงกดดันต่อโลหะมีค่าชนิดนี้ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 0.7% ปิดที่ 3,940.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


