MGR Online - หลังจากองค์กรนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้เผยแพร่รายงานเปิดโปงได้เพียงไม่กี่วัน ทางการกัมพูชาได้ประกาศการสอบสวนบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน เจ้าหน้าที่ทหารที่ยังประจำการอยู่ และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการลองเบย์ หรือศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่อื่นๆ
ฉาย สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสผู้รับผิดชอบภารกิจพิเศษและหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี (CCTC) กล่าวอ้างว่า ก่อนหน้านี้ทางการกัมพูชามุ่งเน้นความพยายามไปที่หัวหน้าแก๊งรายใหญ่ ทำให้ตกสำรวจผู้ร่วมกระทำความผิดระดับล่าง และผู้ที่ให้การรักษาความปลอดภัยในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์หลอกลวงออนไลน์
แต่อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่าหลังจากรายงานฉบับดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ทางการจะขยายการสอบสวน ซึ่งรวมไปถึงบริษัทเอกชนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการดังกล่าว
รายงานขององค์กรนิรโทษกรรมสากลระบุว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน 5 แห่ง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความคุ้มครองแก่กลุ่มอาชญากรฉ้อโกง ได้แก่ บริษัท Leap Somnang Security, บริษัท Security Response, บริษัท ZD Security, บริษัท Dara Security Service (DAS) และบริษัท Best (Cambodia) Security Service
รายงานยังระบุอีกว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารที่ยังประจำการอยู่มากกว่า 20 นาย ถูกกล่าวหาว่าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือผู้จัดการของศูนย์สแกมเมอร์
“จากรายงานล่าสุด เราจะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเเหล่านี้ เพื่อพิจารณาว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการสมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดกฎหมายหรือการทรมาน” ฉาย สินาริธ กล่าว
เขากล่าวว่าเจ้าหน้าที่ยังคงค้นพบศูนย์สแกมเมอร์ขนาดเล็กเกือบทุกวัน แม้จะมีการปิดศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ไปแล้วถึง 86 แห่ง
นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่ากัมพูชายอมรับข้อค้นพบที่เผยแพร่โดยองค์กรนิรโทษกรรมสากล โดยอธิบายว่าสิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการต่อสู้กับอาชญากรรม และเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับบริษัทหรือเจ้าหน้าที่คนใดก็ตามที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ในรายงาน
สินาริธยังอวดอ้างผลงานของรัฐบาลว่า ในปัจจุบันมีคดีที่เกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ 529 คดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคล 5,778 คน อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลกัมพูชา โดยผู้ต้องสงสัยประกอบด้วยพลเมืองจากประเทศต่างๆ ทั้งจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเวียดนาม เป็นต้น
เขาระบุว่า เชื่อว่ายังมีการดำเนินการศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขนาดเล็กในจ.พระสีหนุ กรุงพนมเปญ และเมืองปอยเปต พร้อมเตือนว่าผู้ดำเนินการและเจ้าของทรัพย์สินจะไม่ได้รับการยกเว้นจากการดำเนินคดีทางกฎหมาย ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าการดำเนินการศูนย์สแกมเมอร์ขนาดเล็กเหล่านี้จะไม่ขยายตัวไปเป็นขนาดใหญ่อย่างที่เห็นในปีก่อนๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมาย และเจ้าของทรัพย์สินต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นตามมา
สำหรับรายงานของสำนักข่าวอัลจาซีราที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม ที่แสดงให้เห็นศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่โครงการลองเบย์ ในจ.เกาะกง ฉาย สินาริธ กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวหัวหน้าแก๊ง เติ้ง ผีปิง ขณะเดียวกันก็กำลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวถึงในรายงานชิ้นดังกล่าว ส่วนโครงการลองเบย์ยังคงอยู่ภายใต้การสอบสวน
ในส่วนของกาสิโนและรีสอร์ทที่เป็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักธุรกิจชื่อดัง ที่รวมถึงมหาเศรษฐีอย่าง ก๊ก อาน และลี ยง พัด นั้น ฉาย สินาริธ กล่าวว่าทางการจะตรวจสอบว่าคนเหล่านั้นมีส่วนร่วมโดยตรงในกิจกรรมทางอาชญากรรมหรือไม่หรือเป็นเพียงผู้ให้เช่าทรัพย์สินแก่กลุ่มอาชญากร.


