ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เมื่อวันอาทิตย์(1พ.ย.) บอกว่าประเทศของเขาจะหยุดโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทั้งหลายของรัสเซีย ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถ้าวอชิงตันมอบบขีปนาวุธตัวสกัดกั้น "แพทริออต" ทรงพลานุภาพ แก่เคียฟ
ทรัมป์ ซึ่งกำลังต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศ โดยส่วนใหญ่เกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากสงครามที่เขาก่อกับอิหร่านและความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน เรียกร้องให้ 2 ชาติคู่อริในยุโรปหยุดโจมตีแหล่งที่ตั้งทางพลังงานของอีกฝ่าย
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ในวันอาทิตย์(1พ.ย.) เซเลนสกี เผยว่าเขาได้สนทนาหารือกับ ทรัมป์ และคณะทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายครั้งในประเด็นนี้ "เราถูกถามว่า เราจะสามารถเพิกเฉยไม่ตอบโต้กลับได้หรือไม่ หลังจากรัสเซียสังหารประชาชนของเรา โจมตีไฟฟ้า ก๊าซ โรงกลั่น ของเรา ทุกๆอย่าง"
"เราตอบกลับไปว่า ถ้าคุณไม่ต้องการเราให้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย พวกเขาต้องไม่โจมตีระบบพลังงานของเรา หรืออีกทางเลือกหนึ่ง มอบขีปนาวุธแพทริออตแก่เรา เราจะหาเงินมาจนได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแค่ความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว"
เซเลนสกี บอกต่อว่าถ้าวอชิงตันมอบระบบขีปนาวุธแก่เคียฟเป็นเวลา 1 เดือน เคียฟจะหยุดโจมตีโรงกลั่นของรัสเซียในกรอบเวลาเดียวกัน
ขีปนาวุธแพทริออตเป็นหนึ่งในอาวุธที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสกัดโดรนของขีปนาวุธของรัสเซีย
เมื่อถูกถามว่าเขากังวลหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกมองว่าเป็นความพยายาม "งัดข้อต่อรอง" กับทรัมป์ ทางเซเลนสกีตอบปฏิเสธข้อสันนิษฐานดังกล่าว "ผมไม่มีข้อกังวลใดๆ ยามที่ผมแชร์เรื่องราวความจริงระหว่างคู่หู"
ก่อนหน้านี้รัฐบาลทรัมป์เมื่อวันศุกร์(30ต.ค.) อนุมัติการขายขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต PAC-3 จำนวน 500 ลูกให้แก่ยูเครน มูลค่าประมาณ 2,100 ล้านดอลลาร์ จากการเปิดเผยของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามประธานาธิบดียูเครนยอมรับว่าการส่งมอบอาจใช้เวลาอีกหลายปี
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในขณะที่ทางการยูเครนได้เตือนมาหลายสัปดาห์แล้วว่า คลังขีปนาวุธสกัดกั้นของพวกเขากำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เซเลนสกี บ่งชี้ว่าพันธมิตรสหรัฐฯและยุโรปอาจมอบขีปนาวุธจากคลังแสงของตนเองให้แก่ยูเครน ขณะที่คลังแสงของอเมริกาและยุโรปจะได้รับการเติมเต็มในภายหลัง ด้วยคำสั่งซื้อใหม่ที่ได้รับอนุมัติในวันศุกร์(30ต.ค.) อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำยืนยันในเรื่องนี้มาจากสหรัฐฯและยุโรป
(ที่มา:เอเอฟพี)


