บรรดาบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทำกำไรเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ระหว่างที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ส ขณะที่ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น กำลังคุกคามพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึง
เหล่าบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ในนั้นรวมถึง เชฟรอน, เอ็กซอนโมบิลและเวเลโร มีกำไรรวมกันราว 130,000 ล้านดอลลาร์ ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน อ้างอิงจากรายงานผลประกอบการในช่วง 6 เดือนของบริษัทกว่า 50 แห่ง ซึ่งรวบรวมโดยนิวยอร์กไทมส์ ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน บริษัทเหล่านี้มีกำไรรวมกันไม่ถึง 47,000 ล้านดอลลาร์
รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดนี้แทบจะเป็นสิ่งสะท้อนโดยตรงถึงเงินจำนวน 147,000 ล้านดอลลาร์ ที่ชาวอเมริกันต้องจ่ายเงินมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซล นับตั้งแต่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ด้วยที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดสำหรับการขนส่งสินค้ามานานเกือบตลอด 6 เดือนหลังสุด และพวกฮูตีในเยเมนโจมตีโรงกลั่นต่างๆในซาอุดีอาระเบียและการเดินเรือในทะเลแดง บรรดาผู้ผลิตอเมริกา ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง โดยบริษัทเชฟรอนและเอ็กซอน โมบิล มีผลกำไรพุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาใดๆ นับตั้งแต่ความขัดแย้งในยูเครนทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2022
กำไรไตรมาส 3 ของเอ็กซอน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีนี้ ส่วนเชฟรอนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า
โรงกลั่นน้ำมันของอเมริกาได้ฉวยโอกาสจากความเสียหายอย่างกว้างขวางของโรงกลั่นทั้งหลายในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และภัยคุกคามจากการที่ยูเครนส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นต่างๆของรัสเซีย รวมถึงคว้าประโยชน์จากทำเลที่ตั้งที่ปลอดภัยภายในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ วาโลเร และ ฟิลลิปส์ 66 ต่างมีกำไรไตรมาส 3 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้
นอกจากสหรัฐฯแล้ว บรรดาบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของยุโรปก็รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยที่เชลล์, โททาลเอเนอจีส์ และ เรปโซ ต่างมีกำไรเพิ่มขึ้นเท่าตัวในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 สวนทางกับที่ชาวยุโรปที่ต้องทนทุกข์กับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงเป็นประวัติการณ์ รัฐมนตรีคลังบางประเทศในยุโรป ได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรปจัดเก็บภาษีจากกำไรส่วนเกินจากบริษัทเหล่านี้เพื่อเป็นการตอบโต้
ในวันจันทร์ที่แล้ว ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่อยู่ราว 4.29 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ถือว่าสูงกว่าช่วงเวลาไหนๆในวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยกเว้นแต่ช่วง 3 เดือนแรกที่ความขัดแย้งยูเครนลุกลามบานปลาย
ทรัมป์กล่าวถึงราคาที่สูงขึ้นนี้ว่าเป็น "ราคาเพียงเล็กน้อยที่ต้องจ่าย" เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านได้มาซึ่งอาวุธนิวเคลียร์ แต่บรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลับไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว
ในสัปดาห์นี้ ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 72 ระบุกับ แกลลัพโพลว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความสำคัญ “อย่างยิ่ง” ต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ผลสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่ชี้ว่าพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มที่จะสูญเสียที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ก็วุฒิสภา
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


