Binance กระดานเทรดคริปโตใหญ่สุดของโลก กลับมาเปิดให้ถอนบิตคอยน์ อีเธอร์ และเหรียญสเตเบิลคอยน์บางส่วนอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) เผยจะทยอยเปิดให้ถอนเหรียญสกุลอื่น ๆ ต่อไปเป็นระยะ หลังจากที่บริษัทสามารถจัดหาสินทรัพย์มาชดเชยโทเคนที่ถูกขโมยไปได้แล้ว 95% จากมูลค่าความเสียหายรวม 6,300 ล้านดอลลาร์ในการปล้นคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ FBI ชี้ว่า เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ
นักวิเคราะห์ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นการโจรกรรมทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นกรณีล่าสุดในเหตุการณ์ปล้นคริปโตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของบริษัทวิจัย TRM Labs ปีที่แล้วแฮ็กเกอร์ฉกสินทรัพย์คริปโตไปทั้งสิ้นราว 2,900 ล้านดอลลาร์ จากการโจมตีเกือบ 150 ครั้ง
Binance ที่ก่อตั้งในจีน แถลงว่า การเปิดให้ถอนเงินในเฟสแรกจะครอบคลุมสินทรัพย์คริปโต 15 สกุลที่รวมถึงบิตคอยน์, อีเธอร์, โดจคอยน์, XRP โดยการถอนบิตคอยน์กลับมาใช้งานได้อีกครั้งในเวลาไม่นานหลังเวลา 06:00 น.วันอาทิตย์ ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) ซึ่งตรงกับเวลาไทยประมาณ 13.00 น. ขณะที่การถอนเหรียญอีเธอร์, BNB รวมถึงเหรียญสเตเบิลคอยน์อย่าง USDT และ USDC บางส่วน ได้รับการกู้คืนระบบให้ใช้งานได้แล้วเช่นเดียวกัน
แพลตฟอร์มเทรดคริปโตใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้เสริมว่า บริษัทใช้เงินตัวเองซื้อโทเคนมาทดแทนคริปโตที่ถูกขโมยไปแล้วมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนโทเคนที่ถูกขโมยอีก 5% ที่เหลือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องน้อยกว่า จึงอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถจัดซื้อได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ
FBI ชี้ฝีมือโสมแดง
วันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ต.ค.) สำนักงานสอบสวนกลางของอเมริกา (FBI) แถลงว่า หน่วยปฏิบัติการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ TraderTraitor เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี Binance
หลายปีมานี้ ทางการเปียงยางปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่ได้ใช้หน่วยปฏิบัติการทางไซเบอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลในการจารกรรมข้อมูล โจรกรรมทางการเงิน หรือหารายได้ ขณะที่ในเหตุการณ์ล่าสุดนี้ เมื่อรอยเตอร์สอบถามขอความคิดเห็นไป ทางคณะผู้แทนเกาหลีเหนือประจำกรุงเจนีวาและสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือในจีนไม่ได้ตอบกลับอะไร
FBI เสริมว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตรวจพบว่า สมาชิกของหน่วยดังกล่าวแปลงสินทรัพย์ที่ขโมยมาเป็นอีเธอร์ และคาดว่า จะมีการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อฟอกสินทรัพย์เหล่านั้น
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ต่างปักใจเชื่อว่า เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจรกรรมสะท้านโลกครั้งนี้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนของอเมริกา ได้แก่ TRM Labs และ Chainalysis ระบุว่า การโจรกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเวลาแค่ 20 นาที โดยเริ่มขึ้นในช่วงดึกวันพฤหัสฯ (29 ต.ค.) และมีรูปแบบคล้ายกับการโจมตีใหญ่หลายครั้งก่อนหน้านี้ที่เชื่อว่า เป็นฝีมือเกาหลีเหนือ
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า อเมริกายังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่า เปียงยางมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่หากใช่ จะมีการพูดคุยเรื่องนี้กับเกาหลีเหนือ
Binance ยันรับผิดชอบความเสียหาย
Binance ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินการอายัดสินทรัพย์บางส่วนที่ได้รับผลกระทบ โดยระบุเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) ว่า สามารถระบุตำแหน่งและอายัดสินทรัพย์ได้แล้วประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์
กระดานเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่แห่งนี้ยืนยันหลายครั้งว่า จะรับผิดชอบผลกระทบทางการเงินจากการโจมกรรมครั้งนี้ทั้งหมด โดยได้จัดสรรเงินทุนของบริษัท 6,340 ล้านดอลลาร์เพื่อรองรับความเสียหายดังกล่าว
Binance แจกแจงผ่าน X ว่า เงินที่นำไปซื้อโทเคนทดแทนมาจากกองทุน Secure Asset Fund for Users (SAFU) มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินสำรองในรูปบิตคอยน์ที่บริษัทจัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกค้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัย รวมถึงเงินบางส่วนจากกองทุนประกันความเสี่ยงสำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์ส (Futures Insurance Fund) และคลังเงินสำรองของบริษัท
อี้ เหอ ซีอีโอร่วมของ Binance กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า บริษัทจะนำเงิน 50% ของกองทุน SAFU มาใช้ พร้อมให้คำมั่นว่า จะเติมเงินกลับเข้ากองทุนให้มีมูลค่าราว 1,000 ล้านดอลลาร์อีกครั้ง
ทางด้านริชาร์ด เติ้ง ซีอีโอร่วมอีกคน เผยว่า กรณีการละเมิดความปลอดภัยครั้งนี้เป็น “การโจมตีที่มีความซับซ้อน” โดยเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่ถูกเจาะระบบและซอฟต์แวร์อันตรายที่ออกแบบมาเพื่อลบร่องรอยการกระทำ ส่งผลให้การติดตามและสืบสวนเหตุการณ์ทำได้ยากขึ้น
ทั้งนี้ ราคาคริปโตปรับตัวลดลงในวันศุกร์ ขณะที่ Binance พยายามสร้างความเชื่อมั่นว่า เงินทุนของลูกค้ายังคงปลอดภัยภายหลังเกิดเหตุโจรกรรม
Binance ที่ให้บริการซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนทั่วโลก 335 ล้านราย และมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลคิดเป็นมูลค่าราว 162,800 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานประจำปี 2025 ของบริษัท
CZ ขอบคุณ FBI
ในโพสต์บน X ที่อ้างอิงแถลงการณ์ของ FBI เกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของเกาหลีเหนือ Binance ได้ขอบคุณ FBI สำหรับความช่วยเหลือ
นอกจากนั้น ฉางเผิง จ้าว หรือ CZ ที่เคยถูกตัดสินมีความผิดในอเมริกาฐานล้มเหลวในการดำเนินมาตรการป้องกันการฟอกเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะได้รับอภัยโทษจากทรัมป์เมื่อปีที่แล้ว ยังกล่าวว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งรวมถึงการติดตามและอายัดสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไป พร้อมยกความดีความชอบส่วนใหญ่ว่า การดำเนินงานของหน่วยงานเหล่านั้นช่วยให้ราคาบิตคอยน์ไม่ร่วงลงมากกว่านี้
ที่มา: รอยเตอร์


