xs
xsm
sm
md
lg

‘บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่’ กำลังกลายเป็นวายร้ายตัวฉกาจ ในการเลือกตั้งกลางเทอม พ.ย. 2026 ของสหรัฐฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: แบรด รีด


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รายล้อมด้วยพวกผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี –รวมทั้ง เจนเซน หวง ซีอีโอ ของเอ็นวิเดีย และ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ ของ เมตา—ระหว่างงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/10/big-tech-has-become-the-ubiquitous-villain-of-us-2026-midterms/)

Big Tech has become the ‘ubiquitous villain’ of US 2026 midterms
by Brad Reed
23/10/2026

นักยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครตให้ความเห็นว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีต่อต้านการออกกฎหมายควบคุมปัญญาประดิษฐ์ กำลังกลายเป็นการลากพรรคของเขาไปสู่ "จุดของการฆ่าตัวตายทางการเมือง"

ความชิงชังรังเกียจของผู้มีสิทธิออกเสียงชาวอเมริกัน ที่มีต่อพวกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (บิ๊กเทค) กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของการหาเสียงในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ทั้งนี้ตามบทวิเคราะห์ [1] ที่เผยแพร่ในสื่อ เดอะการ์เดียน (The Guardian) เมื่อวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) ที่ผ่านมา

การ์เดียนระบุว่า มีโฆษณารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งกลางเทอมจำนวนหลายร้อยชิ้นซึ่งมีเนื้อหาโจมตีศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ถูกนำออกอากาศในช่วง 2 เดือนหลังๆ มานี้ โดยที่ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าทำตัวเป็นเบี้ยล่างของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)

“และไม่ใช่แค่ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น” การ์เดียนกล่าวต่อไปว่า “ความวิตกกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับ AI และความรังเกียจไม่ชมชอบพวกมหาเศรษฐีที่กำลังพัฒนา AIตลอดจนปฏิกิริยาต่อต้านเทคโนโลยีที่กำลังรุกเข้ามาคุกคามความเป็นส่วนตัว อย่างเช่น กล้องวงจรปิด กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมเทค ให้กลายเป็นวายร้ายตัวฉกาจที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไปของการเลือกตั้งครั้งนี้”

ซิลิคอนแวลลีย์กลายเป็นกระสอบทรายซ้อมมวยสำหรับพวกนักการเมือง แม้ว่าพวกเจ้าพ่อบิ๊กเทคจะมีการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในการเลือกตั้งกลางเทอมคราวนี้ เพื่อหนุนหลังนักการเมืองที่เห็นอกเห็นใจความต้องการของพวกเขา ให้เป็นผู้ชนะได้รับเลือกตั้ง

การ์เดียนแจกแจงว่า พวกคณะกรรมการดำเนินการทางการเมือง (political action committees หรือ PAC) ขนาดใหญ่ๆ (เรียกกันว่า Super PAC) “ที่ได้รับเงินทุนจากมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี กำลังกลายเป็น 1 ในผู้ใช้จ่ายด้านรณรงค์หาเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งรอบนี้” พร้อมกับยกตัวอย่างว่า Super PAC ชื่อ “Leading the Future ซึ่งก่อตั้งโดยเกร็ก บร็อคแมน (Greg Brockman) ประธานกรรมการบริหาร OpenAI และมาร์ค แอนเดรสเซน (Marc Andreessen) นักลงทุนเวนเจอร์แคปิตอล (venture capitalist นักลงทุนเน้นลงทุนกิจการสตาร์ทอัปอนาคตไกล) ได้ระดมทุนมากกว่า 75 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนผู้สมัครที่เป็นมิตรกับเทคโนโลยี ขณะที่ อีลอน มัสก์ (ซีอีโอ SpaceX) ได้ทุ่มเงิน 366 ล้านดอลลาร์ให้กับพรรครีพับลิกัน มากกว่าที่เขาใช้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 เสียอีก” เงินจำนวนมากจากพวกบิ๊กเทค กำลังไหลไปยังพวกผู้สมัครพรรครีพับลิกันในรอบนี้ ถึงแม้ในอดีตที่ผ่านมา อุตสาหกรรมนี้จะมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดมาโดยตลอด กับเหล่าชาวพรรคเดโมแครตที่ได้รับการเลือกตั้ง

เจมส์ ทาลาริโก (James Talarico) ผู้สมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯจากรัฐเทกซัสของพรรคเดโมแครต กำลังพยายามเปลี่ยนเงินจากพวกบิ๊กเทคที่ถูกใช้มาต่อต้านเขา ให้กลับกลายเป็นข้อได้เปรียบ โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงบทบาทอย่างสำคัญของ มัสก์ ใ นการให้ทุนสนับสนุนการรณรงค์หาเสียงของคู่แข่งของเขาที่เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันของเขา ซึ่งคือ เคน แพ็กซ์ตัน (Ken Paxton) อัยการสูงสุด (Attorney General) รัฐเท็กซัส

หลังจากที่มัสก์ใช้แพลตฟอร์ม X ของเขาประกาศเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ว่า “มีบางอย่างผิดปกติอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับทาลาริโก” นักการเมืองพรรคเดโมแครตจากเทกซัสผู้นี้ก็ตอบโต้กลับอย่างรวดเร็ว

ทาลาริโกเขียน [2] ว่า “มีบางอย่างผิดปกติอย่างร้ายแรงกับเกี่ยวกับระบบการเมือง ที่อนุญาตให้มหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนหนึ่งซื้อหาวุฒิสมาชิกสหรัฐฯส่วนตัวของเขาได้”

ในรายงาน [3] ที่สื่อ ดิ แอตแลนติก (The Atlantic) เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (19 ต.ค.) ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบและชี้ให้เห็นการที่อุตสาหกรรมเทค สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างแข็งขันยิ่งในวาระสองแห่งการดำรงตำแหน่งของเขา ได้สร้างแรงจูงใจให้พรรคเดโมแครตหันมาโจมตีอุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลสำรวจความคิดเห็นต่างแสดงว่า ความเป็นปฏิปักษ์ต่อศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ AI นั้น เป็นสิ่งที่พวกผู้สนับสนุนพรรคใหญ่ทั้งสองพรรคมีอยู่ร่วมกัน

ความจริงแล้ว พวกนักยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครต ถึงกับบอก ดิ แอตแลนติก ว่า เรื่องศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นประเด็นสำคัญซึ่งสามารถทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของพรรครีพับลิกันที่ปกติแล้วภักดีต่อพรรค ต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนที่จะยอมลงคะแนนให้ผู้สมัครของพรรครีพับลิกัน

“ทรัมป์และท่าทีต่อต้านการออกกฎระเบียบควบคุม AI ของเขา กำลังลากพรรคไปสู่จุดของการฆ่าตัวตายทางการเมือง” ร็อบ ฟลาเฮอร์ตี (Rob Flaherty) นักยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครตคนหนึ่ง บอกกับ ดิ แอตแลนติก “พวกเขากำลังเลือกอยู่ข้างที่ผิดในประเด็นที่มีโอกาสเสียหายถึง 80-20 ในช่วงเวลาที่ผิดอย่างมหันต์”

พวกนักยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครต ต่างพากันเริ่มผลักดันให้พรรคใช้แนวทางรับมือกับอุตสาหกรรมเทคในแบบประชานิยมมากขึ้น ในเมื่อข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็น “แสดงให้เห็นถึงกระแสความกังวลเกี่ยวกับ AI อย่างน่าประหลาดใจ” แม้กระทั่งในพวกเขตชนบทที่ยึดมั่นแนวทางอนุรักษนิยมมาแต่ไหนแต่ไร ดิ แอตแลนติก รายงาน

ริชี ภาร์วานี (Rishi Bharwani) ผู้อำนวยการประจำสหรัฐฯ ของกลุ่ม Reset Tech ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสนับสนุนการกำกับดูแลเทคโนโลยี ชี้ว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากมายแล้ว หลังจากยุคที่พรรคเดโมแครตภายใต้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เคยสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ในฐานะเป็นพลังบวกสำหรับสังคม

“สิ่งที่เราทุกคนได้เห็นคือการเติบโตอย่างมโหฬารในภาคเทคโนโลยี, การเกิดขึ้นของมหาเศรษฐีหน้าใหม่จำนวนมากในภาคนี้, และแม้กระทั่งมหาเศรษฐีระดับล้านล้านคนแรกของโลก” บาร์วานีกล่าว “ขณะที่ครอบครัวชนชั้นแรงงานจำนวนมากเริ่มตระหนักขึ้นมาอย่างจริงจังแล้วว่า พวกเขาไม่ได้แบ่งปัน (ความมั่งคั่งจากภาคเทค) กับเขาด้วย แท้ที่จริงแล้วพวกบริษัทเทคเหล่านี้กำลังบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจของพวกเขาและความปลอดภัยของพวกเขาด้วยซ้ำ”

(ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์
https://www.commondreams.org/news/election-2026-big-techX


เชิงอรรถ
[1] https://www.theguardian.com/us-news/ng-interactive/2026/oct/22/us-midterms-tech-datacenters-ai
[2]https://x.com/jamestalarico/status/2113061182265290843
[3]https://www.theatlantic.com/politics/2026/10/democratic-party-big-tech/689008