xs
xsm
sm
md
lg

Anthropic ยื่นเอกสาร IPO จ่อทุบสถิติ SpaceX เตือนความเสี่ยง AI ล้างโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Anthropic ยื่นเอกสาร IPO เตรียมเข้าระดมทุนในแนสแด็กเดือนหน้าภายใต้สัญลักษณ์ “ANT”
Anthropic ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก ซึ่งอาจเป็นการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ คาดมูลค่ามีสิทธิ์แตะ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์หรือไปไกลถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งในเอกสารมีคำเตือนว่า AI ขั้นสูงอาจเป็นภัยคุกคามความอยู่รอดของมนุษยชาติ

บริษัท AI ยักษ์ใหญ่ Anthropic ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) เพื่อเตรียมทำ IPO ในตลาดแนสแด็กภายใต้สัญลักษณ์ “ANT” ในเดือนพ.ย. ซึ่งอาจทำให้ Anthropic มีเงินทุนมหาศาลเพื่อเร่งรัดการขยายธุรกิจ และเปลี่ยนสตาร์ทอัพที่มีอายุแค่ 5 ปีแห่งนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

ผู้ก่อตั้งรวยอื้อ!

แม้ยอดการระดมทุนสุดท้ายยังไม่มีความแน่นอน เช่นเดียวกับมูลค่าประเมินขั้นสุดท้ายและราคาเสนอขายหุ้น ทว่า จากประมาณการต่ำสุด การทำ IPO ครั้งนี้อาจทำให้ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอบริษัท และดาเนียลา น้องสาวและผู้ร่วมก่อตั้ง รวยขึ้นอีกหลายพันล้านดอลลาร์

จากข้อมูลของ Forbes ปัจจุบัน ดาริโอ วัย 43 ปี และดาเนียลา วัย 39 ปี ที่นั่งตำแหน่งประธานบริษัท มีทรัพย์สินคนละ 15,500 ล้านดอลลาร์ และขึ้นแท่นมหาเศรษฐีโลกอันดับ 176 และ 177 ตามลำดับ

ในเอกสารความยาว 335 หน้า ระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรก Anthropic มีรายได้กว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วถึง 14 เท่า กระนั้น บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังแชตบอต Claude แห่งนี้ยังขาดทุนสุทธิถึง 80,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายครั้งเดียว 72,400 ล้านดอลลาร์ จากการปรับปรุงทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงด้านเงินทุน
แม้ยังขาดทุน แต่มีการประเมินว่า มูลค่าของ Anthropic อาจอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรืออาจสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหากตัวเลขนี้ขึ้นไปถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์จริง จะทำให้ Anthropic กลายเป็นหนึ่งในบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกระดับเดียวกับ Tesla นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่า การทำ IPO ครั้งนี้อาจระดมทุนได้ถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำลายสถิติการทำ IPO ของ SpaceX ที่ 86,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมิ.ย.

ข้อความในเอกสารยังระบุว่า บริษัทอาจนำเงินที่ระดมทุนได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในการซื้อกิจการและเทคโนโลยีของบริษัทอื่น รวมถึงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขยายธุรกิจและแข่งขันกับคู่แข่ง

Anthropic ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยอดีตผู้บริหารของ OpenAI และกำลังต่อสู้เพื่อชิงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม AI กับบริษัทดังกล่าว รวมถึงคู่แข่งอีกหลายแห่ง เช่น Google, SpaceX ที่มีธุรกิจ AI เช่นเดียวกัน ตลอดทั้งสตาร์ทอัพน้องใหม่ทั้งในอเมริกาและจีน

Anthropic, OpenAI และธุรกิจ AI ของ SpaceX ต่างมียอดขาดทุนสูงกว่ารายได้ เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนก้อนใหญ่ในการจัดหาทรัพยากรเพื่อสร้าง AI จุดชนวนความกังวลว่า อุตสาหกรรมนี้อาจกำลังเผชิญภาวะฟองสบู่

ความต้องการเงินทุนและความกดดันที่เพิ่มขึ้นจากความเป็นไปได้ที่การลงทุนในหุ้น AI อาจลดลงหรือถึงขั้นพังทลาย อาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ Anthropic เร่งเข้าตลาดหุ้น แทนที่จะรอถึงปีหน้าแบบ OpenAI

เตือนความเสี่ยงยาวเหยียด

เอกสารฉบับนี้มีข้อกำหนดบางอย่างที่ไม่ค่อยพบเห็นทั่วไป เช่น การให้สิทธิออกเสียงแก่ผู้ก่อตั้งทั้ง 7 คนรวมกันคิดเป็น 50.1% ของสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้น ผ่านหุ้นประเภทพิเศษ

นอกจากนี้ Anthropic ยังแต่งตั้งสมาชิกอิสระที่ไม่มีผลประโยชน์ทางการเงินโดยตรงเข้าร่วม Long-Term Benefit Trust ที่มีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมการบริษัทและมีวัตถุประสงค์ในการทำให้มั่นใจว่า บริษัทจะไม่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางการเงินเหนือความปลอดภัยสาธารณะ

อีกจุดที่ไม่ธรรมดาในเอกสารฉบับนี้คือ รายการ “ปัจจัยความเสี่ยง” ที่ยาวเกือบ 100 หน้า ซึ่งมีตั้งแต่ความเสี่ยงทั่วไป เช่น ความเป็นไปได้ที่บริษัทอาจไม่สามารถรักษาบุคลากรสำคัญไว้ได้ หรือไม่สามารถรับมืออุปสรรคด้านกฎระเบียบ ไปจนถึงความเสี่ยงที่น่าสะพรึงกลัว

ความเสี่ยงในกลุ่มหลังรวมถึงความเป็นไปได้ที่ผู้ไม่หวังดีอาจนำโมเดล AI ไปใช้สร้างอาวุธเคมี ผู้นำเผด็จการอาจใช้เทคโนโลยีนี้ปราบปรามประชาชน และความเป็นไปได้ที่โมเดล AI ของบริษัทอาจหลุดจากการควบคุมจนก่อให้เกิด “ความเสี่ยงร้ายแรงระดับหายนะหรือความเสี่ยงที่อาจคุกคามการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ”

แม้มีศักยภาพที่เป็นประโยชน์มากมาย แต่ AI อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดแรงงานจากการลดความจำเป็นในการใช้แรงงานมนุษย์ เหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์หลายครั้งจากฝีมือ AI Agent ที่ทำงานนอกการควบคุมของมนุษย์ยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ และเมื่อเดือนก.ย. อโมเดอีได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรม AI ชะลอการพัฒนาเพื่อให้มาตรการด้านความปลอดภัยตามทัน

อโมเดอีเตือนว่า หากไม่ทำเช่นนั้น AI อาจมีความสามารถในการปล่อยฝูง Agent ที่สามารถเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตทั้งหมดภายใน 6–12 เดือน

งัดข้อรัฐบาลทรัมป์

Anthropic พยายามสร้างความแตกต่างจากบริษัท AI อื่น ๆ โดยวางตำแหน่งตัวเองเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบ มากกว่าการมุ่งเติบโตโดยไม่สนต้นทุนหรือผลกระทบใด ๆ

ส่วนหนึ่งของแนวคิดนี้มาจากข้อพิพาทกับรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งปะทุขึ้นในเดือนก.พ. เมื่อคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหา Anthropic สร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานและความมั่นคงของชาติ หลังจากบริษัทไม่อนุญาตให้กองทัพนำเทคโนโลยีไปใช้งานโดยไม่มีข้อจำกัด

เดือนต่อมา Anthropic ยื่นฟ้องเพนตากอน โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ผิดกฎหมาย ตอกย้ำข้อถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางการใช้ AI ในการทำสงครามและสอดแนมประชาชน

Anthropic ยังยื่นฟ้องแยกอีกคดีโดยโฟกัสที่กฎอีกข้อที่กระทรวงกลาโหมใช้เพื่อประกาศว่า บริษัทเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน

ผู้พิพากษาในแคลิฟอร์เนียตัดสินให้ Anthropic ชนะในคดีแรก ขณะที่ผู้พิพากษาในวอชิงตัน ดี.ซี. วินิจฉัยเข้าข้างรัฐบาลในคดีที่สอง และทั้งสองฝ่ายต่างยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเหล่านั้น

ที่มา: เอพี