นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล และผู้สมัครคู่แข่งอย่าง กาดี ไอเซนคอต ต่างออกมาประกาศในวันพุธ (28 ต.ค.) ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ หลังจากที่ทั้งคู่ต่างได้คะแนนเสียงไม่เด็ดขาดในศึกเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023 โดยกลุ่มฮามาสที่สร้างความบอบช้ำให้กับประเทศ
เมื่อวันอังคาร (27) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งขาวอิสรสเอลออกมาใช้สิทธิกันมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เพื่อตัดสินชะตาการปกครองของ เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของอิสราเอล ผู้ซึ่งผลักดันประเทศไปสู่แนวทางขวาจัด และก่อให้เกิดสงครามหลายระลอกเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาส
ผลสำรวจหลังการลงคะแนนแสดงให้เห็นว่า ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารและนักการเมืองหน้าใหม่ และกลุ่มฝ่ายค้านของเขา มีคะแนนสูสีกับกลุ่มขวาจัดของเนทันยาฮู และทั้งสองกลุ่มยังคงห่างไกลจากเกณฑ์เสียงข้างมากในรัฐสภา
พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือพรรคของชาวอาหรับอิสราเอลซึ่งออกมาลงคะแนนเสียงต่อต้าน เนทันยาฮู เป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ เนทันยาฮู ได้เตือนอย่างไม่หยุดหย่อนว่าคนกลุ่มน้อยนี้กำลังจะทำให้ทิศทางชาตินิยมยิวที่เขาได้นำพาอิสราเอลไปนั้นอ่อนแอลง
เนทันยาฮู กล่าวทักทายผู้สนับสนุนที่ส่งเสียงเชียร์อย่างกึกก้อง ณ ศูนย์การประชุมในนครเยรูซาเลม หลังเวลา 3:00 น. (01:00 GMT) โดยเรียกร้องให้มี "รัฐบาลฝ่ายขวาที่เข้มแข็ง" และกล่าวว่า "เสียงส่วนใหญ่ของชาวยิวและไซออนิสต์ต้องรวมกัน"
นายกรัฐมนตรีวัย 77 ปี กล่าวถ้อยแถลงอย่างกระชับและยังไม่ได้ประกาศชัยชนะโดยตรง แต่อ้างถึงรายชื่อบรรดาผู้นำที่ถูกอิสราเอลปลิดชีพภายใต้คำสั่งของเขา และกล่าวเป็นนัยอีกครั้งว่าตนพร้อมสำหรับการโจมตีทางอากาศครั้งที่ 3 ต่ออิหร่านร่วมกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
"อิสราเอลมีโอกาสที่พิเศษร่วมกับพันธมิตรของเรา ประธานาธิบดี ทรัมป์ ในการกำจัดภัยคุกคามร้ายแรงจากอิหร่านไปตลอดกาล" เนทันยาฮู กล่าว
ด้าน ไอเซนคอต กล่าวปราศรัยต่อผู้สนับสนุนในกรุงเทลอาวีฟ โดยส่งคำเตือนอย่างอ้อมๆ ไปยัง เนทันยาฮู ซึ่งผู้สังเกตการณ์คาดว่าอาจจะใช้สงครามเพื่อผลักดันให้เกิดรัฐบาลเอกภาพ
"เนทันยาฮู อย่าได้ใช้ความมั่นคงของอิสราเอลเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของคุณ" ไอเซนคอต กล่าว
ไอเซนคอตกล่าวถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงของอิสราเอลว่า พวกเขาทำหน้าที่รับใช้รัฐ ไม่ใช่เนทันยาฮู โดยเรียกเขาว่า "นายกรัฐมนตรีรักษาการ ที่ปราศจากอาณัติหรือความไว้วางใจจากประชาชน"
ไอเซนคอต เองมีมุมมองด้านความมั่นคงหลายอย่างที่สอดคล้องกับ เนทันยาฮู และสนับสนุนการโจมตีกาซาหลังวันที่ 7 ต.ค.
อย่างไรก็ตาม ไอเซนคอต ให้คำมั่นว่าจะสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างมากขึ้นภายในอิสราเอล และจะควบคุมกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานหัวรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์ที่โจมตีชาวปาเลสไตน์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
หลังจากการลงคะแนนเสียง ปรากฏว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์เกือบ 78% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1999
ไอเซนคอต ชี้ว่า การจัดการเลือกตั้งรอบ 2 จะเป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด และให้คำมั่นว่าตนเองจะเร่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้
"ประชาชนลงคะแนนเสียงเพื่อการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่คู่ควรจะยอมรับการลงมติไม่ไว้วางใจของประชาชนและประกาศลาออกจากชีวิตทางการเมืองในวันนี้" เขากล่าว
ผลสำรวจหลังปิดหีบเลือกตั้งจากสถานีโทรทัศน์หลัก 3 แห่งของอิสราเอลระบุว่า ทั้งสองกลุ่มการเมืองจะคว้าที่นั่งประมาณ 51 ที่นั่ง ซึ่งต่ำกว่า 61 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล หลังจากที่ในตอนแรกฝ่ายค้านได้เปรียบเล็กน้อย
มีการคาดการณ์ว่า กลุ่มผู้สมัครชาวอาหรับอิสราเอลจะได้รับ 17 ถึง 18 ที่นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยชุมชนชาวอาหรับอิสราเอลบางแห่งรายงานว่า มีคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกือบทุกคน เนื่องจากไม่พอใจต่อถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามที่กลุ่มพันธมิตรขวาจัดของ เนทันยาฮู ใช้
มันซูร์ อับบาส ผู้นำชาวอาหรับคนสำคัญของอิสราเอล กล่าวว่า เขาเชื่อว่าฝ่ายขวา "ประสบความสูญเสียครั้งใหญ่" และพร้อมที่จะร่วมมือกับ ไอเซนคอต
อย่างไรก็ดี ไอเซนคอต เคยกล่าวในระหว่างหาเสียงว่าเขาจะไม่ร่วมรัฐบาลกับสมาชิกรัฐสภาชาวอาหรับของอิสราเอล ส่วน เนทันยาฮู ก็ได้กล่าวอีกครั้งว่า รัฐบาลที่พึ่งพาคะแนนเสียงจากชาวอาหรับจะขาดความชอบธรรม
ทั้งนี้ สมาชิกรัฐสภาชาวอาหรับอาจให้การสนับสนุน ไอเซนคอต ในการลงคะแนนเสียงในรัฐสภาเพื่อรักษารัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยไม่ต้องเข้าร่วมรัฐบาลผสม แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น อิสราเอลอาจต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
อิตามาร์ เบน กวีร์ รัฐมนตรีหัวขวาจัดรุนแรง ซึ่งผลสำรวจหลังการลงคะแนนระบุว่าได้รับคะแนนเสียงไม่มากเท่าที่หลายคนคาดไว้ ออกมาเตือน เนทันยาฮู ว่าอย่าได้เลือกเส้นทางจัดตั้งรัฐบาลผสมกับ ไอเซนคอต
"นั่นจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่" เบน กวีร์ กล่าว
รัฐมนตรีผู้นี้ผู้สนับสนุนการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ และมีแนวโน้มที่จะถูกกีดกันออกจากรัฐบาลผสมใดๆ ก็ตาม
กิเดียน ราฮัต นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮิบรูแห่งเยรูซาเลม กล่าวว่า เบน กวีร์ "ประสบความสำเร็จ" ในการกระตุ้นให้ชาวอาหรับอิสราเอลทนไม่ไหวและออกมาโหวตขับไล่ เนทันยาฮู
กระนั้นก็ตาม เขาย้ำว่า "ถึงแม้ เนทันยาฮู จะแพ้ ก็ไม่ได้หมายความว่า ไอเซนคอต จะชนะ"
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นในเวทีโลกอันเนื่องมาจากสงครามในอิหร่านและปฏิบัติการทางทหารในกาซา การขยายนิคมชาวยิวที่เพิ่มขึ้น และความรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์
เนทันยาฮู เองก็เผชิญกับหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศในข้อหาเกี่ยวกับสงครามในกาซา รวมถึงข้อหาทุจริตภายในประเทศ ซึ่งอาจทำให้เขาต้องติดคุกหากเขาแพ้เลือกตั้ง
ที่มา: รอยเตอร์


