xs
xsm
sm
md
lg

ฮือฮา! “สิงคโปร์” จับมือ “ซาอุฯ” เตรียมเก็บ “น้ำมันดิบ” มหาศาลไว้ที่ "อุโมงค์หินใต้ดินเกาะจูร่ง" ฐานพลังงานใต้ดินเชิงพาณิชย์แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/รอยเตอร์/MGRออนไลน์ – สิงคโปร์และบริษัท Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบีย ตกลงที่จะเก็บน้ำมันดินไว้ที่ฐานเก็บพลังงานใต้ดินเชิงพาณิชย์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งอยู่ในอุโมงค์หินใต้ดินเกาะจูร่งลึกกว่าพื้นทะเลไป 150 เมตรของสิงคโปร์ใช้เวลาก่อสร้างนาน 8 ปีในโปรเจกต์มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดเปิดใช้ได้ในปีหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับภูมิภาคท่ามกลางปัญหาราคาเชื้อเพลิงพุ่งและช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี

.อนาโดลูของตุรกีวันนี้(26 ต.ค)ว่า รัฐมนตรีพลังงาน พาณิชย์ และอุตสาหกรรมสิงคโปร์ ตัน ซี เหลิ่ง (Tan See Leng)แถลงวันจันทร์(26) เกี่ยวกับการจับมือด้านความมั่นคงทางพลังงานระหว่างสิงคโปร์และซาอุดีอาระเบีย

ตันแถลงว่า ความร่วมมือนี้จะเพิ่มความคล่องตัวให้กับห่วงโซ่อานของน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และย้ำว่าโปรเจกต์ความริเริ่มนี้จะช่วยเหลือความมั่นคงทางพลังงานแก่สิงคโปร์เองในระหว่างเกิดปัญหาการฉุกเฉินทางพลังงาน

รอยเตอร์รายงานว่า เป็นการแถลงในสัปดาห์พลังงานซึ่งฐานพลังงานใต้ดินเชิงพาณิชย์แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “อุโมงค์หินใต้ดินเกาะจูร่ง” (Jurong Rock Caverns) จะเริ่มเก็บน้ำมันดิบได้ตั้งแต่ครึ่งหลังของปีหน้าเป็นต้นไป

“วันนี้ซาอุดีอาระเบียและสิงคโปร์ประกาศเจตุจำนงค์ร่วมกันเพื่อสถาปนาการจัดการน้ำมันดิบซาอุฯที่จะถูกเก็บพักไว้ที่ฐานเก็บพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2027 เป็นต้นไป” รัฐมนตรีพลังงานสิงคโปร์แถลง

ทั้งนี้บริษัทพลังงานซาอุดีอาระเบีย Saudi Aramco องค์การตลาดด้านพลังงานซาอุฯ(Energy Market Authority) และ JTC ในวันจันทร์(26)ได้ลงนามใน MOU เพื่ออนุมัติขั้นสุดท้ายข้อตกลงการกักเก็บพลังงาน

JTC ซึ่งเป็นเจ้าของโปรเจกต์ฐานพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งซึ่งตั้งอยู่บนเกาะจูร่งที่เป็นเกาะเทียมนี้อยู่ภายใต้การกำกับกระทรวงพลังงานสิงคโปร์

เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าที่จะทำให้การเจรจาบรรลุภายในไม่กี่เดือนหลังจากนี้

ที่ผ่านมาพลังงานโลกนั้นเผชิญความท้าทายมหาศาลอย่างยิ่งในปีนี้หลังสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อต้นปีและส่งผลทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางการไหลของเชื้อเพลิงจากทั้งซาอุดีอาระเบียและชาติอ่าวอาหรับอื่นๆไปสู่ภูมิภาคอื่นๆของโลก

ตันได้ออกมาย้ำว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ใช่การติดขัดทางพลังงานสุดท้าย

อ้างอิงจากรอยเตอร์พบว่า 2 ใน 3 ของเชื้อเพลิงในภูมิภาคเอเชียมาจากตะวันออกกลาง

ฐานพลังงานใต้ดินแห่งนี้ตั้งลึกต่ำจากพื้นทะเลลงไป 150 เมตรเป็นอุโมงค์ชั้นหินแข็งสามารถเก็บเชื้อเพลิงน้ำมันดิบได้ 1.47 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือราว 9 ล้านบาร์เรล

ปัจจุบันบริษัท Saudi Aramco เก็บน้ำมันดิบไว้ที่ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ที่ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นจะสามารถซื้อเชื้อเพลิงในยามฉุกเฉินได้

CNA ของสิงคโปร์รายงานว่า ความพิเศษของฐานพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งนี้จากการที่เป็นฐานเก็บพลังงานใต้ดินแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พัฒนาโดย JTC ในโปรเจกต์มูลค่า 950 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)ที่ใช้เวลาวางแผนนาน 6 ปีและก่อสร้างอีก 8 ปีและจะเตรียมเปิดใช้ในปีหน้า

ฐานพลังงานใต้ดินเกาะจูร่งนั้นประกอบไปด้วย 5 อุโมงค์มีทั้งหมด 9 ชั้น

พิธีเปิดครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2014 ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลี เซียน ลุง

อ้างอิงจาก AI ของกูเกิลพบว่า ข้อดีของการใช้แหล่งเก็บพลังงานใต้ดินได้แก่ 

ความปลอดภัยสูงและทนทานต่อการโจมตี: การอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นดินและชั้นหินหนาหลายสิบถึงร้อยเมตร ช่วยป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ (เช่น แผ่นดินไหว พายุ) และเพิ่มขีดความสามารถในการอยู่รอดจากการโจมตีทางทหารหรือระเบิดได้อย่างดี

ช่วยลดการใช้พื้นที่ผิวโลก ทำให้สามารถนำที่ดินด้านบนไปพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือทำประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น คลังน้ำมันอุโมงค์ใต้ดินเกาะจูร่ง (Jurong Rock Caverns) ของสิงคโปร์ที่ช่วยคืนพื้นที่บนดินได้ถึง 60 เฮกตาร์ (เทียบเท่าสนามฟุตบอล 84 สนาม)

ประหยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว: โครงสร้างหินใต้ดินไม่จำเป็นต้องทาสีกันสนิมหรือซ่อมบำรุงบ่อยครั้งเหมือนถังเหล็กบนดิน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

ควบคุมอุณหภูมิได้ดี: อุณหภูมิใต้ดินค่อนข้างคงที่ ช่วยลดการระเหยกลายเป็นไอของน้ำมัน

นอกเหนือจากที่สิงคโปร์ที่กำลังจะเปิดใช้แล้วพบว่า แหล่งเก็บพลังงานใต้ดินยังพบที่เป็นต้น “จีน” มีการสร้างคลังน้ำมันใต้ดินขนาดใหญ่ในหลายเมือง เช่น จินโจว หวงเต่า หุ้ยโจว และจ่านเจียง เพื่อสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) โดยสร้างอยู่ใต้ชั้นดินและหินลึกประมาณ 100 เมตร

และ “เกาหลีใต้” มีการก่อสร้างโครงสร้างจัดเก็บน้ำมันดิบใต้ดินในพื้นที่อุลซัน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานเช่นกัน