ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาประจำทำเนียบเครมลิน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (25 ต.ค.) ว่า ยุโรปควรเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน เนื่องจากจุดยืนของยุโรปถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง
อูชาคอฟ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ พาเวล ซารูบิน ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ของรัฐว่า ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ไม่สามารถกดดันเคียฟให้ตกลงทำข้อตกลงสันติภาพได้
“ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่า หลังจากการประชุมที่แองเคอเรจ รัฐบาลสหรัฐฯ อาจสามารถกำหนดทิศทางและบังคับให้เคียฟปฏิบัติตามได้ แต่จนถึงขณะนี้มันยังไม่ได้ผล” อูชาคอฟ กล่าว โดยอ้างอิงถึงการประชุมที่แองเคอเรจในรัฐอะแลสกาเมื่อปี 2025 ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย
“นั่นเป็นเพราะการพูดคุยกับเคียฟเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องพูดคุยกับยุโรปทั้งหมดซึ่งให้การสนับสนุนเคียฟอย่างเต็มที่” เขากล่าว
หลังจากที่ปล่อยให้ ทรัมป์ พยายามไกล่เกลี่ยยุติสงครามในช่วงแรก ล่าสุดสหภาพยุโรปได้ดำเนินแนวทางอย่างระมัดระวังต่อรัสเซีย โดยผู้นำของอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส กล่าวว่า พวกเขาสนับสนุนข้อเสนอให้มีการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน และประธานาธิบดี ปูติน เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และยุโรปจะเข้ามามีบทบาทด้วย
ขณะเดียวกัน รัสเซียยืนยันว่าพร้อมที่จะเจรจา แต่ต้องไม่ใช่การยื่นคำขาด
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25) อูชาคอฟกล่าวว่า รัสเซียพร้อมที่จะกลับมาเจรจาสันติภาพ 3 ฝ่ายกับยูเครนและสหรัฐฯ หลังวันแห่งความสามัคคีแห่งชาติของรัสเซียในวันที่ 4 พ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของเครมลินในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับความเต็มใจของ ปูติน ที่จะกลับมาเจรจากับยูเครนโดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยโดยเร็วที่สุดในเดือนหน้า
เซเลนสกี กล่าวเมื่อวันศุกร์ (23) ว่า ผู้เจรจาสันติภาพจากยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ ตกลงที่จะพบกันในระดับเทคนิคในช่วงครึ่งแรกของเดือน พ.ย. ที่อาบูดาบี และตนคาดหวังว่าจะมีการประชุมระดับผู้นำตามมา
อูชาคอฟ ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุมที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง ปูติน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยกล่าวว่าการเตรียมการได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
การหารือที่เสนอขึ้นนี้มีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (APEC) ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.
อูชาคอฟ กล่าวว่า ยังไม่มีการตกลงกันเกี่ยวกับการประชุมแยกต่างหากระหว่าง ปูติน และ ทรัมป์ ที่นครเซินเจิ้น
ที่มา: รอยเตอร์


