MGR Onliine - สื่อมวลชนกัมพูชารายงานว่า ทางการกัมพูชากำลังเตรียมจัดแสดงเครื่องแต่งกายที่เรียกว่า ‘สไบขแมร์’ ในรูปแบบต่างๆ อวดสายตาชาวโลก โดยมุ่งหวังที่จะนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมของกัมพูชา และตอบโต้สิ่งที่เจ้าหน้าที่กัมพูชาระบุว่าเป็น ‘ความพยายามของไทยในการบิดเบือนประวัติศาสตร์’
สำนักข่าวพนมเปญโพสต์รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติกัมพูชา สมาคมนางงามกัมพูชา และภาคส่วนอื่นๆ กำลังเตรียมการแสดงหลากหลายรูปแบบ ทั้งบทเพลงดั้งเดิมและร่วมสมัย การแสดงศิลปะการร่ายรำและศิลปะแขนงต่างๆ โดยจะมุ่งเน้นไปที่สไบขแมร์
รายงานระบุว่าการแสดงดังกล่าวจะจัดขึ้นในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 5 และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่สนามกีฬาโอลิมปิกแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เป็นประธานในพิธี
พนมเปญโพสต์รายงานว่าบรรดาสาวงามและชายหนุ่มเจ้าของตำแหน่งจากการประกวดเวทีต่างๆ กว่า 50 คน พร้อมด้วยศิลปินจำนวนมาก กำลังเตรียมตัวเข้าร่วมการแสดงที่จะมุ่งเน้นไปที่สไบขแมร์รูปแบบต่างๆ
เนียม โมโรกต รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกิจการสตรี และประธานสมาคมนางงานกัมพูชา ระบุว่าสมาคมได้รวบรวมสาวงามจากเวทีประกวดต่างๆ ทั้ง Miss World, Miss Universe, Miss Universal Woman, Miss International และ Miss Supranational ซึ่งต่างเข้าร่วมด้วยความสมัครใจในจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ชาติ โดยที่ อิน เลียกเฮนา มิสเวิลด์กัมพูชา และกอย แอนนา รองประธานสมาคมนางงามกัมพูชา จะร่วมวิ่งคบเพลิงในพิธีเปิด
รายงานระบุว่า การมีส่วนร่วมบุคคลเหล่านี้เป็นการเชื่อมวงการนางงามเข้ากับแวดวงกีฬา และเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติที่จำเป็นต้องปกป้องจากการถูกประเทศเพื่อนบ้านนำไปแอบอ้าง
เนียม โมโรกต กล่าวอ้างว่า สมาคมได้ทุ่มความพยายามอย่างเต็มที่ในการนำตัวแทนจากการประกวดหลายเวทีมาร่วมจัดแสดงเครื่องแต่งกายดังกล่าวท่ามกลางข้อพิพาทระหว่างกัมพูชาและไทยเกี่ยวกับต้นกำเนิดวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชิ้นนี้
“เรากำลังนำสาวงามและผู้ครองตำแหน่งจากเวทีประกวดฝ่ายชายจำนวนมากมาร่วมนำเสนอสไบขแมร์ เพราะไทยกำลังหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น สไบขแมร์กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา ดังนั้นสาวงามและเจ้าของตำแหน่งต่างๆ สามารถมีส่วนช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์และอนุรักษ์สไบทุกรูปแบบในฐานะมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของเรา” เนียม โมโรกต กล่าวอ้าง
อิน เลียกเฮนา กล่าวว่าเธอรู้สึกภาคภูมิใจที่จะได้นำเสนอเครื่องแต่งกายดั้งเดิมของกัมพูชาในพิธีเปิด และปฏิเสธคำกล่าวของไทยที่ระบุว่าเครื่องแต่งกายดังกล่าวเป็นของไทย โดยระบุยืนยันว่าคุณค่าทางวัฒนธรรมของสไบไม่สามารถแยกออกจากกัมพูชาได้
“สไบขแมร์เป็นของเรา ไม่มีใครสามารถตีราคาวัฒนธรรมของเราได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียวในฐานะชาติ เพื่อนำเสนอสไบและวัฒนธรรมเขมรดั้งเดิมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ฉันเชื่อว่านี่เป็นสิ่งจำเป็นในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกันของเรา” อิน ลีเคนา กล่าว
เธอยังย้ำว่าชาวเขมรจำเป็นต้องปกป้องประเพณีทางวัฒนธรรมของตน และสนับสนุนผู้ที่ช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์สิ่งเหล่านี้
“หากมีคนต้องการอ้างสิทธิ เราก็ต้องปกป้องไว้ หากเราไม่ปกป้องก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึงได้ ฉันหวังว่าชาวกัมพูชาจะร่วมมือกันรักษาวัฒนธรรมของเราและสนับสนุนคนที่ทำหน้าที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการสวมสไบขแมร์หรือเครื่องแต่งกายดั้งเดิมอื่นๆ ของเขมรก็ตาม” อิน ลีเคนา กล่าว
บุต จันนา ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดเผยถึงแนวทางการแสดงในพิธีเปิดว่าจะประกอบด้วยการนำเสนอความหลากหลายของศิลปะและการร่ายรำแบบเขมร การจัดแสดงละคอนโขน ที่เป็นนาฏกรรมสวมหน้ากากซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก และการนำเสนอศิลปะการร่ายรำแบบคลาสสิก ที่ถือเป็นต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์ของสไบขแมร์ และแสดงถึงความเป็นเจ้าของทางวัฒนธรรมของกัมพูชาต่อเครื่องแต่งกายนี้ท่ามกลางข้อพิพาทกับไทย
จันนากล่าวอ้างว่า กัมพูชามีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสไบ ซึ่งปรากฎอยู่บนภาพแกะสลักสมัยอังกอร์ แต่ไทยยังคงอ้างสิทธิว่าเครื่องแต่งกายดังกล่าวเป็นของตน
เขากล่าวทิ้งท้ายว่าการมีส่วนร่วมของสมาคมนางงามกัมพูชามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมประชาสัมพันธ์สไบ ขณะที่สมาคมศิลปินกัมพูชาก็สามารถมีส่วนร่วมในการแสดงต่างๆ ได้
“ศิลปะและกีฬาเป็นแหล่งแห่งความหวังสำหรับชาติเขมร” จันนา กล่าว.


