(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/10/a-viable-path-to-peace-in-ukraine/)
A viable path to peace in Ukraine
by Jeffrey D. Sachs
21 ตุลาคม 2026
กรอบแนวทางข้อตกลงยุติสงครามยูเครน ที่นำเสนอขึ้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติความขัดแย้งที่อาจลุกลามไปสู่การเผชิญหน้าในวงกว้าง โดยมุ่งจัดการที่ต้นเหตุของสงคราม ไม่ใช่เพียงแค่แก้ไขที่อาการหรือผลกระทบเท่านั้น
สงครามในยูเครน [1] สามารถยุติลงได้อย่างถาวร ภายใต้เงื่อนไขที่ปกป้องความเป็นรัฐของยูเครน, ตอบโจทย์ความกังวลด้านความมั่นคงของรัสเซีย, และวางรากฐานสำหรับระเบียบความมั่นคงในยุโรปที่มีความยั่งยืน
ในขณะที่การเจรจารอบใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศนอร์เวย์ ผมขอเสนอข้อตกลงยุติสงครามในรูปแบบแพ็กเกจเดียว ซึ่งลงนามโดยยูเครนและรัสเซีย และรับรองโดยมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ [2] ภายใต้หมวดที่ 7 (Chapter VII) ของกฎบัตรสหประชาชาติ โดยมีสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงฯ ร่วมกับรัฐอื่นๆ ที่ประสงค์จะเข้าร่วม เป็นผู้ค้ำประกันข้อตกลงดังกล่าว
(หมายเหตุผู้แปล: Chapter VII of the Charter of the United Nations หมวดที่ 7 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ คือ หมวดที่ให้อำนาจแก่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ในการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาระบบหรือฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ เมื่อเกิดภัยคุกคามต่อสันติภาพ การละเมิดสันติภาพ หรือการกระทำอันเป็นการก้าวร้าวรุกราน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Chapter_VII_of_the_United_Nations_Charter)
ข้อเสนอนี้ตั้งอยู่บนหลักการ “ความมั่นคงที่แบ่งแยกไม่ได้” (indivisible security) ซึ่งระบุไว้ในปฏิญญาเฮลซิงกิ (Helsinki Final Act) และกฎบัตรปารีส (Charter of Paris) โดยมีพันธสัญญาหลัก 4 ประการ ดังนี้:
(หมายเหตุผู้แปล: Helsinki Final Act ข้อตกลงเฮลซิงกิขั้นสุดท้าย หรือ ปฏิญญาเฮลซิงกิ เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่ร่วมกันลงนามเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1975 ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดย 35 ประเทศ (ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพโซเวียต และชาติยุโรปส่วนใหญ่) เพื่อลดความตึงเครียดและสร้างความร่วมมือระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกในยุคสงครามเย็น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Helsinki_Accords)
(หมายเหตุผู้แปล: Charter of Paris หรือ บัตรสารปารีสเพื่อยุโรปใหม่ - Charter of Paris for a New Europe คือ เอกสารประวัติศาสตร์สำคัญทางการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1990 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยผู้นำจาก 35 ประเทศสมาชิกของการประชุมว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (CSCE ซึ่งต่อมาคือองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป หรือ OSCE ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Paris_Charter)
ประการแรก คือการกำหนดให้ยูเครนเป็นรัฐที่เป็นกลาง (neutrality) อย่างถาวร โดยตราเอาไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญตามแบบอย่างกฎหมายปี 1955 ของออสเตรีย ซึ่งจะทำให้ยูเครนหวนกลับไปสู่จุดยืนดั้งเดิมตามที่ระบุไว้ในปฏิญญาว่าด้วยอธิปไตยของรัฐ ปี 1990 (Declaration of State Sovereignty of 1990) ยูเครนจะไม่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารใดๆ และจะไม่ยอมให้มีการตั้งฐานทัพหรือกองกำลังต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นขององค์การนาโต [3] (NATO ย่อมาจาก North Atlantic Treaty Organization องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ), สหภาพยุโรป [4], ประเทศสมาชิกกลุ่มดังกล่าว หรือรัสเซีย ทั้งนี้ ความเป็นกลางไม่ได้หมายถึงการปลดอาวุธ โดยยูเครนยังคงสามารถมีกองกำลังทหารไว้เพื่อป้องกันตนเองได้
(หมายเหตุผู้แปล: ปฏิญญาว่าด้วยอธิปไตยของรัฐ ปี 1990 Declaration of State Sovereignty of 1990 ผ่านการอนุมัติของรัฐสภายูเครนในวันที่ 16 กรกฎาคม 1990 สาระสำคัญคือการประกาศสถาปนาให้ ยูเครน --ไม่ใช่ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งยูเครน ซึ่งใช้กันตอนรวมอยู่ในสหภาพโซเวียต-- เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของประเทศนี้ รวมทั้งนิยามอย่างชัดเจนว่า ยูเครนเป็นรัฐชาติที่มีอธิปไตย ซึ่งพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของสิทธิอัตวินิจฉัยของประชาชนชาวยูเครน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Declaration_of_State_Sovereignty_of_Ukraine)
ประการที่สอง คือการที่ยูเครนยังคงเดินหน้าดำเนินการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไปในฐานะรัฐที่เป็นกลางอย่างถาวร โดยมีพิธีสารว่าด้วยความเป็นกลางแนบไว้ในสนธิสัญญาการเข้าเป็นสมาชิก ตามแบบอย่างของประเทศไอร์แลนด์ ขณะเดียวกัน รัสเซียจะต้องยืนยันว่าการที่ยูเครนเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปนั้น ไม่ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัสเซีย
ประการที่สาม คือการกำหนดเส้นหยุดยิงโดยยึดตามแนวปะทะ ณ วันที่มีการลงนาม ทั้งสองฝ่ายจะใช้อำนาจปกครองโดยพฤตินัยในพื้นที่ฝั่งของตน โดยต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของอีกฝ่าย และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่ใช้กำลังทหารในการปรับเปลี่ยนแนวเขตในอนาคต แนวทางนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของทั้งสองประเทศ ซึ่งห้ามหรือจำกัดการสละดินแดนไว้อย่างเคร่งครัด
ประการที่สี่ คือการยุติการขยายอิทธิพลของนาโตไปทางตะวันออก ทั้งนี้ ณ เวลาที่มีการลงนาม สภาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Council) จะประกาศว่า นาโตจะไม่รับยูเครน หรือประเทศอื่น ๆ ในยุโรปตะวันออก หรือภูมิภาคคอเคซัสใต้ เข้าเป็นสมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นการยกเลิกคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในการประชุมนาโตที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เมื่อปี 2008
ข้อตกลงนี้จะมีผลเป็นการยุติการสู้รบอย่างถาวรทันทีที่มีการลงนาม ไม่ใช่เพียงการหยุดยิงชั่วคราว โดยบทบัญญัติต่าง ๆ ของข้อตกลงนี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอนภายใต้การตรวจสอบจากนานาชาติ ทั้งนี้ จะไม่มีการเจรจาประเด็นใดแยกต่างหากจากประเด็นอื่น และจะไม่มีฝ่ายใดถูกร้องขอให้ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขใด ๆ ก่อนที่จะมีการลงนาม
การจัดการเรื่องดินแดนดังที่ระบุข้างต้น กำหนดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลและข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่าย โดยกองกำลังฝ่ายยูเครนจะถอนตัวออกจากพื้นที่ในแคว้นโดเนตสก์ (Donetsk) ส่วนที่ยูเครนยังคงควบคุมอยู่ในปัจจุบัน พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นเขตพิเศษที่ปลอดทหาร (demilitarized special zone) กองกำลังรัสเซียฝ่ายจะไม่เข้าสู่พื้นที่เหล่านี้ ขณะที่ฝ่ายบริหารพลเรือนท้องถิ่นที่มีอยู่เดิมจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนสถานะขั้นสุดท้ายของพื้นที่นี้จะถูกกำหนดผ่านการเจรจาในภายหลัง
รัสเซียจะถอนกำลังออกจากพื้นที่ต่างๆ ซึ่งตนยึดครองอยู่ในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ (Dnipropetrovsk) และจากพื้นที่คินเบิร์นสปิต (Kinburn Spit) นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งเขตความมั่นคงทางตอนเหนือ (Northern Security Zone) ซึ่งเป็นเขตปลอดทหาร ในพื้นที่ทั้งสองฝั่งของพรมแดนรัสเซีย-ยูเครน โดยกองกำลังรัสเซียจะถอนตัวออกจากพื้นที่ที่ยึดครองอยู่ในแคว้นคาร์คิฟ (Kharkiv) และแคว้นซูมี (Sumy) ขณะที่กองกำลังยูเครนก็จะถอนตัวออกจากพื้นที่ในฝั่งของตนเช่นกัน
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ [5] ซาโปริซเซีย [6] (Zaporizhzhia Nuclear Power Plant) จะยังคงอยู่ใต้การควบคุมของฝ่ายรัสเซีย โดยมีทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้ามาดูแลด้านความปลอดภัย และจะมีการจำหน่ายไฟฟ้าในสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ให้แก่ยูเครนในราคาต้นทุน
จะมีการจัดตั้งแนวเขตปลอดทหารขนานไปทั้งสองฝั่งของเส้นหยุดยิง โดยอาวุธหนักและระบบโจมตีระยะไกลจะต้องถูกถอนออกไปอยู่นอกระยะทางตามที่ตกลงกันไว้ พร้อมทั้งมีการร่วมกันกำหนดเพดานจำนวนกองกำลังซึ่งสามารถอยู่ในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองฝ่าย ส่วนในทะเลดำ (Black Sea) และทะเลอาซอฟ (Sea of Azov) การเดินเรือเชิงพาณิชย์ไปยังท่าเรือทั้งหมดของทั้งยูเครนและรัสเซีย จะต้องเป็นไปอย่างเสรี โดยห้ามมิให้มีการโจมตีเรือหรือท่าเรือต่าง ๆ
ข้อตกลงยุติสงครามในยูเครนฉบับนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความมั่นคงของยุโรปโดยรวม นาโตและรัสเซียจะตกลงกันเรื่องการระงับการใช้งานขีปนาวุธพิสัยกลางประเภทที่ยิงจากภาคพื้นดิน (ground-launched intermediate-range missiles) ในยุโรป, งดเว้นการประจำการอาวุธนิวเคลียร์ [7] ในรัฐใดๆ เพิ่มเติม, และฟื้นฟูคณะมนตรีนาโต-รัสเซีย (NATO-Russia Council)
ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตปกติ ฝ่ายต่างๆ จะจัดการประชุมสุดยอดครั้งแรกขององค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe หรือ OSCE) ภายหลังจากปี 2010 เพื่อมอบหมายให้ OSCE ทำหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้, ตรวจสอบพิสูจน์ทราบการปฏิบัติตามข้อจำกัดด้านอาวุธ, และกำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิต่างๆ
ปัญหาด้านภาษา, การศึกษา, วัฒนธรรม, และศาสนา [8] จะได้รับการแก้ไขตามมาตรฐานยุโรป โดยภาษารัสเซียจะได้รับการปฏิบัติในลักษณะเดียวกับภาษาชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ของยูเครน ขณะเดียวกัน รัสเซียจะยอมรับพันธกรณีเดียวกันต่อผู้พูดภาษาอูเครนและชุมชนทางศาสนาต่างๆ ในฝั่งของตน
พันธกรณีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับลัทธิสุดโต่ง [9] และการยุยงปลุกปั่น จะเป็นไปในลักษณะต่างตอบแทนและอยู่ภายใต้การตรวจสอบของ OSCE เชลยศึกจะได้รับการแลกเปลี่ยนแบบทุกคนต่อทุกคน, พลเรือนที่ถูกควบคุมตัวจะได้รับการปล่อยตัว, และเด็ก [10] ที่พลัดพรากจากครอบครัวจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง
มาตรการแซงก์ชั่นคว่ำบาตร [11] จะถูกยกเลิกภายในปี 2027 ทรัพย์สินในอธิปไตยของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้จะได้รับการปล่อยคืน, และทรัพย์สินส่วนตัวที่ถูกยึดหรืออายัดไว้ของทั้งสองฝ่ายจะได้รับการคืนให้
กองทุนฟื้นฟูบูรณพระหว่างประเทศ ที่บริหารโดยธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (European Investment Bank) จะให้เงินทุนในการฟื้นฟูบูรณะทั้งสองฝั่งของเส้นแบ่งเขต โดยทุกฝ่ายต่างมีส่วนร่วม รวมถึงรัสเซีย ในลักษณะของความพยายามร่วมกันมากกว่าจะถือว่าเป็นการชดเชยความเสียหาย
การขนส่งก๊าซผ่านยูเครนสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในที่ซึ่งมีผู้ซื้อที่ยินดีซื้อ โดยสหภาพยุโรปไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ที่จะต้องซื้อก๊าซจากรัสเซีย
รายงานการละเมิดอย่างร้ายแรงโดยคณะผู้สังเกตการณ์ที่ไม่มีอาวุธจากรัฐนอกนาโต ของ OSCE จะกระตุ้นให้บรรดาผู้ค้ำประกันปรึกษาหารือกัน และส่งเรื่องไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ยูเครนจะยกเลิกกฎอัยการศึกและจัดการเลือกตั้งภายใต้การสังเกตการณ์ของ OSCE และรัฐสภาแห่งสหพันธรัฐยูเครน (Verkhovna Rada) ที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ จะให้สัตยาบันข้อตกลงและรับรองกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยความเป็นกลาง ขณะที่สภาแห่งสหพันธรัฐรัสเซียจะให้สัตยาบันในขั้นตอนเดียวกัน
ข้อเสนอการยุติสงครามฉบับนี้ มุ่งที่จะแก้ไขสาเหตุของสงครามมากกว่าเพียงแค่ผลกระทบของสงคราม ทั้งนี้ที่ผ่านมา ยุโรปแทบไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดวางแผนเกี่ยวกับสันติภาพเอาเลย
ด้วยการนำเสนอกรอบการทำงานดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ รัฐบาลต่างๆ ของยุโรปสามารถที่จะเป็นผู้นำในการสร้างความมั่นคงที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ของยุโรป และช่วยยุติสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายแสนคน อีกทั้งยังคงมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างมหาอำนาจนิวเคลียร์
เจฟฟรีย์ ดี. แซคส์ เป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Center for Sustainable Development) แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ทั้งนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันโลก (The Earth Institute) ตั้งแต่ปี 2002 ถึง 2016 นอกจากนั้น เขายังเคยดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายโซลูชันการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Solutions Network) และเป็นกรรมการของคณะกรรมการบรอดแบนด์เพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UN Broadband Commission for Development) เขาเคยเป็นที่ปรึกษาของเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ 3 คน และดำรงตำแหน่งผู้สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG Advocate) ภายใต้ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติคนปัจจุบัน
(ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์
https://www.commondreams.org/opinion/framework-for-peace-in-ukraine?utm_source=Common+Dreams&utm_campaign=b81a747f1d-Top+News+%7C+Mon.+10%2F19%2F26+w%2F+fundraiser_COPY_01&utm_medium=email&utm_term=0_4eec7e0923-d49d6e120c-601609905&mc_cid=b81a747f1d&mc_eid=9d208b9fec\)
เชิงอรรถ
[1] https://www.commondreams.org/tag/ukraine
[2] https://www.commondreams.org/tag/united-nations
[3] https://www.commondreams.org/tag/nato
[4] https://www.commondreams.org/tag/european-union
[5] https://www.commondreams.org/tag/nuclear-power
[6] https://www.commondreams.org/tag/zaporizhzhia
[7] https://www.commondreams.org/tag/nuclear-weapons
[8] https://www.commondreams.org/tag/religion
[9] https://www.commondreams.org/tag/extremism
[10] https://www.commondreams.org/tag/children
[11] https://www.commondreams.org/tag/sanctions


