กระทรวงพาณิชย์ของจีนเรียกร้องในวันศุกร์ (23 ตุลาคม) ให้สหรัฐอเมริกา "เคารพข้อเท็จจริง" และยุติสิ่งที่เรียกว่ามาตรการเลือกปฏิบัติที่มีต่อสถาบันวิจัยของจีนทันที
กระทรวงฯ ยังระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ นั้นสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้กำหนดข้อจำกัดด้านทุนวิจัยของสหรัฐฯ กับมหาวิทยาลัยของจีนหลายแห่ง โดยเมื่อต้นเดือนนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครีพับลิกันรายหนึ่งได้เรียกร้องให้กระทรวงฯ เพิ่มสถาบันการศึกษาของจีนอีก 58 แห่ง และห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีของจีนอีก 62 แห่ง เข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า "บัญชีรายชื่อ 1286"
ตามเอกสารที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ตรวจสอบ พบว่าห้องปฏิบัติการและโรงเรียนของจีนหลายแห่งที่ถูกระบุชื่อโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติรายนี้ เน้นการศึกษาและวิจัยในด้านต่างๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคอมพิวเตอร์ควอนตัม
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า "การกระทำของสหรัฐฯ แท้จริงแล้วเป็นการบีบบังคับให้สถาบันวิจัยของสหรัฐฯ ต้องเลือกข้าง และจงใจทำลายความร่วมมือด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตามปกติระหว่างจีนกับสหรัฐฯ"
"สิ่งนี้จะยิ่งทำให้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เองอ่อนแอลงเท่านั้น"
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกว่ากระทรวงสงคราม ถูกห้ามไม่ให้จัดสรรทุนวิจัยให้กับหน่วยงานใดก็ตามที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยของจีนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว ทางกระทรวงระบุว่าการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในรายชื่อนี้ถือเป็นปัญหาด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งจะทำให้เงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยง
ที่มา รอยเตอร์


