xs
xsm
sm
md
lg

IMF และ OECD เตือน AI อาจทำให้ช่องว่างระหว่างประเทศรวยและจนกว้างขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เจ้าหน้าที่จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจช่วยกระตุ้นการเติบโตทั่วโลก แต่ประเทศยากจน บริษัทขนาดเล็ก และแรงงานรุ่นใหม่อาจเสี่ยงที่จะพลาดโอกาสดังกล่าว เว้นแต่จะมีการเข้าถึงพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และทักษะที่ดีขึ้น

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการลงทุนมหาศาลในชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งช่วยพยุงการเติบโตทั่วโลกและผลักดันให้ตลาดหุ้นพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลว่าบริษัทต่างๆ จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอต่อภาระการใช้จ่ายก้อนโตท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นหรือไม่

เอรา ดาบลา-นอร์ริส รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลังของ IMF กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "สำหรับเศรษฐกิจกำลังพัฒนาหลายแห่ง คำถามสำคัญคือพวกเขาสามารถนำ AI มาใช้และกระจายการใช้งานได้หรือไม่"

IMF ประเมินว่าการนำ AI ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพอาจเพิ่มการเติบโตทั่วโลกต่อปีได้มากถึงร้อยละ 0.5 ในระยะกลาง

"แต่หลักฐานด้านผลผลิตโดยรวมจนถึงขณะนี้นั้นมีน้อยกว่ามาก" ดาบลา-นอร์ริสกล่าว

OECD ประเมินว่า AI อาจเพิ่มการเติบโตของผลผลิตประจำปีร้อยละ 0.4 ถึงร้อยละ 1.2 ในกลุ่มประเทศสมาชิก แต่สเตฟาโน สคาร์เพตตา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ขององค์กร ระบุว่าการใช้งานในที่ทำงานยังล้าหลังกว่าการใช้งานของผู้บริโภค โดยมีการนำไปใช้อย่างจำกัดในฟังก์ชันทางธุรกิจหลัก

"มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างการสัมผัสรับรู้และการใช้งานจริง" สคาร์เพตตากล่าว

IMF ประเมินว่างานราวร้อยละ 40 ทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบจาก AI ในขณะที่รายงานการเลิกจ้างจำนวนมากกำลังทวีความรุนแรงขึ้น

บาร์เคลย์ส (Barclays) ระบุว่าจะลดตำแหน่งงานประมาณ 5,000 ตำแหน่งในปีนี้ เนื่องจากบริษัทมีการใช้เทคโนโลยี รวมถึง AI เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลตอบแทน ด้านอีเบย์ (EBay) มีรายงานว่ากำลังเลิกจ้างพนักงานร้อยละ 9 ของกำลังคนทั้งหมด ขณะที่ควอลคอมม์ (Qualcomm) คาดว่าจะลดตำแหน่งงานทั่วโลก

ดาบลา-นอร์ริส กล่าวว่า แรงงานรุ่นใหม่และพนักงานระดับเริ่มต้นอาจมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ หาก AI เข้ามาแทนที่งาน ซึ่งเป็นช่องทางดั้งเดิมให้พนักงานได้สะสมประสบการณ์

ที่มา รอยเตอร์