xs
xsm
sm
md
lg

พลิกโฉมครั้งใหญ่! Corollaเจนใหม่ปักหมุดผลิตในจีนปี2028 มาครบทั้งอีวี-ไฮบริด-สันดาปใน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โคจิ ซาโตะ ซีอีโอโตโยต้า เปิดตัว Corolla Concept เจนใหม่ในงานเจแปน โมบิลิตี้โชว์เมื่อปีที่แล้ว (ภาพจากโตโยต้า)
สื่อดังญี่ปุ่นเผยโตโยต้าเล็งผลิต Corolla รุ่นใหม่ในจีนในปี 2028 ผ่านบริษัทร่วมทุน FAW Toyota Motor โดยจะมีทั้งเวอร์ชันรถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ไอซ์)

นับจากเปิดตัวสู่ตลาดในปี 1966 Corolla กวาดยอดขายทั่วโลกกว่า 57 ล้านคัน และถือเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของบริษัท

เช่นเดียวกับ Prius คอมแพคคาร์รุ่นนี้ดึงดูดลูกค้าจากราคาที่จับต้องได้และชื่อเสียงในฐานะรถที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ทนทานและเชื่อถือได้

หลังจากเปลี่ยนโฉมมาแล้ว 12 เจเนอเรชัน Corolla รุ่นต่อไปกำลังเตรียมพร้อมพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่สุด

โตโยต้าเผยโฉม Corolla Concept เจนใหม่ครั้งแรกในงานเจแปน โมบิลิตี้โชว์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว โดยนอกเหนือจากเวอร์ชันไฟฟ้าล้วน โคจิ ซาโตะ อดีตประธานที่ปัจจุบันรับตำแหน่งซีอีโอโตโยต้า ประกาศว่า Corolla จะยังคงเป็น “รถยนต์สำหรับทุกคน” ด้วยตัวเลือกขุมพลังหลากหลายที่รวมถึงไฮบริดและรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE)
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า Corolla เจเนอเรชันใหม่จะผลิตโดย FAW Toyota ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในจีนระหว่างโตโยต้ากับ FAW Group และเป็นอีกหนึ่งสัญญาณตอกย้ำการปรับกลยุทธ์ของโตโยต้าในการให้ความสำคัญกับตลาดจีนเป็นอันดับแรก

Corolla รุ่นใหม่มีแนวโน้มเริ่มใช้สถาปัตยกรรม “Multipathway” ตั้งแต่ปี 2028 โดยแพลตฟอร์มนี้สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ ทั้งอีวี ไฮบริด รถเครื่องยนต์เบนซิน และระบบขับเคลื่อนประเภทอื่น ๆ

ตามรายงานของนิกเกอิ โตโยต้ามีแผนขยายการใช้แพลตฟอร์มนี้ไปยังรถรุ่นอื่น ๆ ในอนาคต ที่รวมถึง Lexus โดยมีรายงานว่า แบรนด์รถหรูนี้กำลังวางแผนผลิตเอสยูวีไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ในจีนตั้งแต่ปีหน้า

แพลตฟอร์มยานยนต์แบบใหม่ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แม้ในตลาดอย่างญี่ปุ่นและอเมริกา โตโยต้ายังคงให้ความสำคัญกับรถไฮบริดและรถเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นหลัก แต่สำหรับจีน ค่ายรถอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นแห่งนี้ทุ่มความสนใจกับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) มากขึ้นเรื่อย ๆ

การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ถือเป็นการก้าวออกจากแนวทางดั้งเดิมบางอย่างของโตโยต้าที่มักพัฒนารถสำหรับญี่ปุ่นและอเมริกาก่อน แล้วจึงค่อยนำไปปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมสำหรับตลาดอื่น ๆ

ในส่วนตลาดจีนนั้น โตโยต้าจับมือ FAW Group และ GAC Group พัฒนาอีวีที่ออกแบบมาเพื่อตลาดท้องถิ่นโดยเฉพาะเป็นครั้งแรกคือ bZ3C และ bZ3X

สำหรับ Corolla รุ่นใหม่ การปรับเปลี่ยนสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้านับเป็นก้าวย่างสำคัญอย่างยิ่งสำหรับโตโยต้า เนื่องจากรถรุ่นนี้เป็นรถที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกเมื่อนับรวมทุกเจเนอเรชัน และในปัจจุบัน Corolla ยังมีเพียงตัวเลือกเครื่องยนต์สันดาปทั่วไปและระบบไฮบริดเต็มรูปแบบเท่านั้น

นอกจากนั้นยังคาดว่า การผลิต Corolla รุ่นใหม่ในจีนจะช่วยลดต้นทุน รวมทั้งเร่งกระบวนการพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิตเร็วยิ่งขึ้น

โตโยต้ายังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแบตเตอรี่ รายละเอียดระบบขับเคลื่อน หรือข้อมูลทางเทคนิคอื่น ๆ อย่างไรก็ดี อิเล็กเทรคคาดว่า Corolla เจนใหม่จะมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับรถต้นแบบที่มาพร้อมดีไซน์เพรียวบางและเส้นสายคล้ายรถสปอร์ตอย่างชัดเจน

อิเล็กเทรคยังคาดว่า Corolla EV จะมีให้เลือกทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระยะทางขับขี่อย่างน้อย 402 กม.

สำหรับรุ่นไฮบริดมีรายงานว่า จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร รุ่นใหม่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า วิศวกรของโตโยต้าให้ข้อมูลกับนิตยสารคาร์ แอนด์ ไดรเวอร์เมื่อปลายเดือนก.ย.ว่า ระบบขับเคลื่อนดังกล่าวจะมีพละกำลังราว 134 แรงม้า และคาดว่า จะประหยัดพลังงานมากกว่า Corolla รุ่นปัจจุบันประมาณ 10–20%

ปัจจุบัน โตโยต้ากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญในจีน โดยนิกเกอิรายงานว่า เดือนส.ค. บริษัทมียอดขายรถรวมแค่ 118,449 คัน ลดลง 23% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนชะลอตัว ตลอดจนถึงการที่แบรนด์เจ้าถิ่นมีความแข็งแกร่งและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างให้สัมภาษณ์พิเศษกับเอ็นเอชเคของญี่ปุ่นเมื่อเดือนก.ค. อากิโอะ โตโยดะ ประธานกรรมการโตโยต้า เตือนว่า บริษัทกำลังถูกบีบให้ปรับตัวท่ามกลางการแข่งขันและเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากจีน ไม่เช่นนั้นอาจไม่สามารถอยู่รอดได้

ในระยะสั้นนั้น โตโยต้ากำลังรับมือสถานการณ์นี้ด้วยการเปิดตัว BEV ที่ผลิตในจีนภายใต้แบรนด์ Lexus รวมถึงเพิ่มไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (Range-Extender Electric Vehicle: EREV) ของแบรนด์รถหรูนี้ตั้งแต่ปีหน้า

โตโยต้ายังเร่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถรุ่นต่าง ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บริษัทร่วมทุนทั้งสองแห่งในจีนเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร

ภายใต้บริบทดังกล่าว GAC เข้าซื้อหุ้น 50% ของ FAW ใน FAW Toyota โดยที่ FAW Toyota จะยังคงดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระต่อไปอย่างน้อยในระยะนี้
ที่มา: อิเล็กทรีฟ/อิเล็กเทรค