หน่วยงานรัฐบาลหลายประเทศและบริษัททั่วโลกจำนวนมากปิดเว็บไซต์ชั่วคราวในวันพฤหัสฯ (22 ต.ค.) พร้อมเร่งดำเนินมาตรการป้องกันตัวเองจากการโจมตีทางไซเบอร์ ภายหลัง AI ค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงใน PHP ซึ่งเป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง
Wiz หนึ่งในบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ค้นพบช่องโหว่เหล่านั้น ประเมินว่า โค้ด PHP มีส่วนช่วยในการทำงานของเว็บไซต์ทั่วโลกประมาณ 70% ตั้งแต่ร้านค้าออนไลน์ สำนักข่าว ไปจนถึงบริการของหน่วยงานภาครัฐ
Wiz ชี้ว่า ช่องโหว่เหล่านี้เป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยค้นพบใน PHP และอาจเป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ซอฟต์แวร์
โปรแกรมเมอร์ของ PHP ได้เผยแพร่โปรแกรมแก้ไขช่องโหว่เมื่อวันพุธ (21ต.ค.) ขณะที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ (NSA) แจ้งเตือนให้องค์กรต่าง ๆ ติดตั้งแพตช์เพื่ออุดช่องโหว่ในเว็บไซต์ทันที หรือระงับการให้บริการระบบที่ยังมีช่องโหว่ชั่วคราว
เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลในหลายประเทศ ตั้งแต่ออสเตรเลียจนถึงนิวซีแลนด์ เป็นเว็บไซต์ส่วนหนึ่งที่หยุดให้บริการชั่วคราว ขณะที่บริษัทประกันภัย ผู้ให้บริการขนส่ง และสำนักข่าวหลายแห่งเร่งดำเนินการบำรุงรักษาระบบฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม มีเพียงเว็บไซต์ที่ใช้งาน PHP บนเซิร์ฟเวอร์ของตนเองเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่แพลตฟอร์มขนาดใหญ่หลายแห่งสร้างขึ้นด้วยภาษาโปรแกรมอื่น หรือใช้บริการจากผู้ให้บริการระบบที่สามารถติดตั้งแพทช์แก้ไขช่องโหว่ได้อย่างรวดเร็ว จึงยังคงให้บริการได้ตามปกติ
ทั้งนี้ โมเดล AI ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจพบจุดอ่อนในสคริปต์คอมพิวเตอร์ที่มนุษย์ไม่เคยสังเกตเห็นมานานหลายปี และความสามารถดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยจำนวนช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่ค้นพบทั่วโลกในปี 2026 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าของสถิติสูงสุดที่บันทึกไว้เมื่อปีที่แล้ว
ที่มา: เอเอฟพี


