เอเจนซีส์/เอพี/MGRออนไลน์ – รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอังกฤษ แอนดี เบอร์แนม มีแผนส่งฝูงเครื่องบินรบขับไล่กองทัพอังกฤษ RAF Typhoon มีแผนเพื่อปกป้องซาอุดีอาระเบียจากการโจมตีโดยกบฎฮูตีของเยเมน ตามหลังบรรดาชาติพันธมิตรตะวันตกเริ่มขยับตัวยื่นมือแทรกแซงความขัดแย้งที่กำลังจะขยายวง หลังพบ "ปักกิ่ง" แอบส่งชิ้นส่วนไปให้กบฎเยเมนเพื่อสร้างมิสไซล์ Kheibar Shekan พิสัยกลางโจมตีไกล 1,900 ก.ม ถึงอิสราเอลและชาติอ่าวอาหรับอื่น
เดลีเทเลกราฟของอังกฤษรายงานวานนี้(20 ต.ค)ว่า เป็นการขยับตัวจากชาติมหาอำนาจตะวันตกล่าสุดจากอังกฤษที่มีแผนเตรียมส่งไล่กองทัพอังกฤษ RAF Typhoon ไปซาอุดีอาระเบียเพื่อปกป้องจากการโจมตีของกบฎฮูตีที่มีอิหร่านอยู่เบื้องหลัง
โดยเป็นปฎิบัติการทางการทหารที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่เบอร์แนมขึ้นรับตำแหน่งส่งขึ้นฟ้าบินปกป้องตามเมืองต่างๆในแดนเศรษฐีน้ำมันรวมไปถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆที่จะมีการยิงมิสไซล์และระบบโดรนของฮูตีตก
แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมอังกฤษย้ำว่า บทบาทฝูงเครื่องบินรบอังกฤษที่ไม่เปิดเผยตัวเลขการส่งออกไปนั้นจะมีจำกัด
“เครื่องบินรบเหล่านี้จะปฎิบัติการในบทบาทการป้องกันไม่ใช่ในปฎิบัติการโจมตีต่อกบฎฮูตี” รายงานจากกระทรวงกลาโหมอังกฤษ
ทั้งนี้พบว่าเครื่องบินลำเลียง Atlas A400M ที่มีศักยภาพในการลำเลียงอุปกรณ์หนักและจะมีการมอบความช่วยเหลือที่ปรึกษาทางการทหาร นอกเหนือจากข้อผูกพันเดิมต่อการส่งการเติมเชื้อเพลิงแบบอากาศสู่อากาศสำหรับเครื่องบินรบขับไล่ซาอุฯและเครื่องบินเติมน้ำมันกองทัพอังกฤษ
เมื่อต้นเดือนนี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 13 คนเมื่อมิสไซล์กบฎฮูตีโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดที่กรุงริยาด กลายเป็นเหตุร้ายแรงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามที่คร่าชีวิตไปแล้วร่วม 19 คนในซาอุดีอาระเบีย
อังกฤษเป็นชาติพันธมิตรทางการทหารที่ยาวนานของซาอุดีอาระเบียพร้อมด้วยระบบ BAE สำหรับเครื่องบินรบ Typhoonจำนวน 72 ลำในข้อตกลงมูลค่า 4.4 พันล้านปอนด์
และอีกทั้งริยาดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดซื้ออีก 48 ลำในการเจรจาที่มีความก้าวหน้าล่าช้ามาเป็นเวลาหลายปี
เดลีเทเลกราฟชี้ว่า ถึงแม้อังกฤษจะจำกัดความเกี่ยวข้องในสงครามอิหร่านของสหรัฐฯ-อิสราเอล แต่ทว่าลอนดอนได้ไฟเขียวให้เครื่องบินRAF Typhoon จากฐานกองทัพอังกฤษที่อากรอติรี( Akrotiri) ไซปรัส( Cyprus) และที่กาตาร์ (Qatar) สามารถเข้าเกี่ยวพันในภารกิจการป้องกันในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนยิงมิสไซล์และโดรนของอิหร่านและกลุ่มตัวแทนอิหร่านที่ดาหน้าโจมตีบรรดาเหล่าประเทศอ่าวอาหรับ
การประกาศของอังกฤษนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ เวส สตรีทธิง (Wes Streeting) บินไปเยือนรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีธ เฮกเซธ ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯในกรุงวอชิงตัน ดีซี และในการหารือร่วมกันรวมถึงการรับมือการยกระดับการโจมตีของกลุ่มกบฎฮูตี
มีความวิตกบางส่วนชี้ไปว่าอังกฤษเสียงที่จะถูกมองว่า ตั้งตัวอยู่ในแนวทางเดียวกับสงครามอิหร่านที่สหรัฐฯและอิสราเอลกำลังรบในเวลานี้ แต่ทว่าการเข้าแทรกแซงทางการทหารนี้มีความชอบธรรมบางส่วนเนื่องมาจากความไม่มีเสถียรภาพในตะวันออกกลางส่งผลทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงกระทบต่อค่าครองชีพในครัวเรือนอังกฤษ
รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษแถลงว่า “การโจมตีอย่างต่อเนื่องของกบฎฮูตีต่อพันธมิตรซาอุดีอาระเบียของพวกเรานั้นช่างป่าเถื่อนโดยสิ้นเชิง เป้าหมายการโจมตีสนามบินในกรุงริยาดนั้นแสดงอย่างเจาะจงให้เห็นถึงขอบเขตของกบฎฮูตีกำลังจะยกระดับสถานการณ์ในภูมิภาค”
พร้อมเสริมว่า “นี่เป็นเหตุว่าทำไมในวันนี้ผมจึงได้อนุมัติการสนับสนุนทางการทหารเพิ่ม เครื่องบินรบอังกฤษ. RAF Typhoons ในภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศเพื่อช่วยปกป้องน่านฟ้าซาอุดีอาระเบียจากโดรนและมิสไซล์”
และเสริมว่า “สิ่งนี้มาจากอุปกรณ์และกำลังพลที่พวกเรามีในประเทศเพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศจากกบฎฮูตี”
ทั้งนี้ก่อนหน้ามีรายงานว่า กบฏฮูตียกระดับคตความสามารถในการโจมตีไกลของตัวเอง
ไทม์สออฟอิสราเอลรายงานก่อนหน้าเมื่อวันที่ 14 ต.คว่า ตามการเปิดเผยของวอลสตรีทเจอร์นัลพบว่า กบฏฮูตีได้รับความช่วยเหลือจาก “จีน” ในการเพิ่มความสามารถทางการทหารของตัวเอง
อ้างอิงจากองค์กรวิจัยอาวุธความขัดแย้ง CAR ( Conflict Armament Research) ของอังกฤษ กบฎฮูตีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญจาก "จีน" เพื่อสร้าง Kheibar Shekan มิสไซล์พิสัยกลางอิหร่านของตัวเองขึ้นมาที่หากสำเร็จจะมีพิสัยทำการไกล 1,900 ก.ม สามารถยิงโจมตีไกลไปถึง ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล และประเทศอ่าวอาหรับอื่นๆ
เอพีรายงานว่า เป็นคาร์โกขนส่งจากจีนมีจุดหมายปลายทางที่ท่าโฮเดดาห์ (Hodeidah) ของเยเมน โดยแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิสราเอลชี้ว่า ท่าเรือแห่งนี้ถูกใช้เป็นจุดขนถ่ายอาวุธของ "อิหร่าน" โดยในคาร์โกขนถ่ายดังกล่าวรวม Stabilizing fin core หรือ แกนครีบเพื่อการทรงตัว (หรือสร้างความเสถียร) ของจรวดหรือมิสไซล์


