xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อสหรัฐฯบีบคั้น‘เซเลนสกี’ ด้วยการชะลอความเร็ว‘ระบบสตาร์ลิงก์’ในยูเครน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: แอนโทนี คิง


ยูเครนพึ่งพาอาศัยระบบสตาร์ลิงก์ของ อีลอน มัสก์ ไม่นานนักหลังจากรัสเซียเปิดฉากการรุกรานอย่างเต็มพิกัดในเดือนกุมภาพันธ์ 2022  ในภาพนี้ ทหารยูเครนผู้หนึ่งกำลังเก็บชุดรับส่งสัญญาณสตาลิงก์ ที่บริเวณแนวหน้าในแคว้นลูฮันสก์
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/10/risks-could-be-catastrophic-if-us-limits-starlink-use-in-ukraine/)

When the US slows down Starlink in Ukraine
by Anthony King
16/10/2026

อีลอน มัสก์ โบ้ยความรับผิดชอบเรื่องการจำกัดความเร็วระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมดิจิทัลครั้งใหม่นี้ไปให้วอชิงตัน โดยโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “ระบบสตาร์ชีลด์ นั้นเป็นกรรมสิทธิ์และอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐฯ”

โดรนกำลังกลายเป็นอาวุธที่เป็นเอกลักษณ์ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ในแต่ละวันในยูเครน มีโดรนนับหมื่นๆ ลำออกปฏิบัติการไล่ล่าค้นหาเป้าหมายในสนามรบ เป้าหมายที่ว่านี้อาจจะเป็นทหารศัตรูรายบุคคล หรือยานพาหนะข้าศึก หรืออาจจะเป็นเป้าหมายขนาดใหญ่ขึ้นมา เช่น คลังอาวุธ, คลังเสบียง, กองบัญชาการ, สะพาน, หรือโรงไฟฟ้า

ทว่า สงครามโดรน [1] เช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากเทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งแม้จะไม่เป็นที่สังเกตเห็นได้อย่างถนัดชัดเจนเท่า แต่กลับมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือระบบสตาร์ลิงก์ (Starlink) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ที่มีอภิมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของ [2] สตาร์ลิงก์เป็นเครือข่ายการสื่อสารผ่านดาวเทียมดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูง และยูเครนกำลังต้องพึ่งพาอาศัยระบบนี้อย่างเต็มพิกัด

ตอนที่รัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ [3] ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 มิไคโล เฟโดรอฟ (Mykhailo Fedorov) ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (minister of digital transformation) ของยูเครน ได้ออกมาเรียกร้องอย่างเปิดเผยขอให้ มัสก์ จัดดำเนินการเพื่อให้บริการเชื่อมต่อสัญญาณแก่ยูเครน [4]

อีก 2 วันต่อมา อุปกรณ์รับสัญญาณ สตาร์ลิงก์ จำนวน 500 ชุดก็มาถึงยูเครน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 นั้นเอง มัสก์ได้อนุญาตให้รัฐบาลและกองทัพยูเครนใช้งานสตาร์ลิงก์ได้ ซึ่งในช่วงแรกเป็นการให้ใช้ฟรี จนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคม 2022 ทางสตาร์ลิงก์ได้จัดหาอุปกรณ์ให้แก่ยูเครนแล้ว 15,000 ชุด

ฝ่ายยูเครนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขาต้องพึ่งพามัสก์ ดังที่รายงานข่าวเมื่อปี 2022 ชิ้นหนึ่งของสื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) [5] ได้อ้างอิงคำพูดของนายทหารระดับผู้บังคับหมวดของยูเครนนายหนึ่งที่กล่าว ว่า “ถ้าไม่มีสตาร์ลิงก์ เราคงแพ้สงครามไปแล้ว”

สตาร์ลิงก์ช่วยให้รัฐบาลและกองทัพสามารถสื่อสารกันได้อย่างมั่นคงปลอดภัย โดยถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ C4ISR [6] (ศัพท์ทางทหารที่หมายถึง command- การบังคับบัญชา, control-การควบคุม, communications – การสื่อสาร, computers – คอมพิวเตอร์, intelligence – ข่าวกรอง, surveillance – การเฝ้าระวัง, และ reconnaissance - การลาดตระเวน)

หากปราศจากสตาร์ลิงก์ การป้องกันประเทศของยูเครนคงเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง หรืออาจถึงขั้นเป็นไปไม่ได้เลย

อย่างไรก็ดี สิ่งนี้ก็ทำให้สตาร์ลิงก์ต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายจำนวนมหึมา [7] ในช่วงแรกมัสก์ได้มอบอุปกรณ์จำนวน 2,000 ชุดให้ฟรี และอีก 300 ชุดในราคาลดพิเศษ รวมทั้งยังยกเว้นค่าบริการรายเดือนให้กับอุปกรณ์อีกประมาณ 5,500 ชุดด้วย มูลค่ารวมที่สตาร์ลิงก์สนับสนุนความพยายามในการทำสงครามของยูเครนในปี 2022 เพียงปีเดียว คิดเป็นเงินเท่ากับ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มัสก์มอบขีดความสามารถทางทหารที่สำคัญยิ่งยวดนี้ให้ใช้ฟรีๆ ก่อนจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการทำสัญญากัน (ที่มีการให้ส่วนลด) ในเวลาต่อมา

การจับมือเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และเชิงพาณิชย์ระหว่างสตาร์ลิงก์กับยูเครนเช่นนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความพยายามในการทำสงครามตลอดระยะเวลากว่าสี่ปีที่ผ่านมา

วิกฤตคลี่คลาย

แต่การที่ยูเครนได้พึ่งพาสตาร์ลิงก์ (หรือที่เรียกเฉพาะส่วนของการใช้งานทางทหารของระบบนี้ ว่า สตาร์ชีลด์ Starshield) นั้น ก็มาพร้อมกับเงื่อนไขบางประการ

ในเดือนกันยายน 2022 หลังจากสามารถต้านทานผลักดันการโจมตีระยะแรกๆ จากรัสเซียให้ถอยกลับไปได้สำเร็จ กองทัพยูเครนได้วางแผนเปิดฉากโจมตีเมืองท่าเซวาสโตโปล (Sevastopol) ในคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งขณะนั้นเป็นที่ตั้งของกองเรือทะเลดำ (Black Sea fleet) ของรัสเซีย โดยส่วนสำคัญของแผนการคือการใช้เรือไร้คนขับที่บรรทุกระเบิดเข้าไปโจมตีทำลายกองเรือดังกล่าว

นี่เป็นแผนการที่ห้าวหาญมาก ถือเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายยูเครนพยายามโจมตีดินแดนซึ่งฝ่ายรัสเซียยึดครองเอาไว้ตั้งแต่ปี 2014 และถือว่าเป็นดินแดนในอธิปไตยของตน รวมทั้งยังเป็นการโจมตีที่ก่อให้เกิดข้อขัดแย้งถกเถียงกันอย่างมาก เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ อนาโตลี อันโตนอฟ (Anatoly Antonov) ได้เตือน มัสก์ โดยตรงว่า การโจมตีไครเมียถือเป็น "เส้นแดง" (red line) ที่รัสเซียจะไม่ยินยอมให้มีการล่วงละเมิด และอาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์

มัสก์รู้สึกกังวล และเชื่อว่าเรื่องนี้มีศักยภาพทำให้การสู้รบขัดแย้งยิ่งบานปลายยกระดับขึ้นไปอีก เขาจึงให้คำแนะนำแก่ เฟโดรอฟ [8] ว่า "ในทันทีรัสเซียระดมกำลังพลอย่างเต็มที่ พวกเขาจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดทั่วทั้งยูเครน" เขากระตุ้นเตือนให้ยูเครนหลีกเลี่ยงการเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม โดยบอกว่า "หาทางสร้างสันติภาพซะ ขณะที่คุณยังเป็นฝ่ายได้เปรียบ"

เขาปฏิเสธคำขอของยูเครนที่ต้องการให้เปิดใช้งานระบบสตาร์ชีลด์ ในพื้นที่ดังกล่าว โดยโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X [9] ว่า "ถ้าผมตกลงตามคำขอของพวกเขา สเปซเอ็กซ์ก็จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดอย่างโจ่งแจ้งในการกระทำที่เป็นเหตุแห่งสงครามและการขยายตัวยกระดับความขัดแย้ง"

แต่หลังจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง มัสก์ กับทางคณะผู้นำยูเครนก็กลับมามั่นคงขึ้น โดยสตาร์ชีลด์ยังคงแสดงบทบาทสำคัญอย่างชนิดไม่อาจขาดหายไปได้ในยูเครนต่อไป ทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังด้านการสื่อสารดิจิทัลให้กับกองทัพยูเครน และเป็นปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการทั้งหลายทั้งปวงของยูเครนในสงครามครั้งนี้สามารถดำเนินไปได้

จริงๆ แล้ว กระทั่งเมื่อฝ่ายยูเครนแจ้งให้ มัสก์ ทราบในปี 2026 นี้ ว่าฝ่ายรัสเซียได้จัดหาเครื่องรับสัญญาณสตาร์ลิงก์ผ่านตลาดมืด และกำลังประเมินค่าการใช้งานระบบนี้เพื่อช่วยพวกเขาในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารภายในยูเครน มัสก์ก็ดำเนินการตรวจสอบหมายเลขซีเรียลของเครื่องรับสัญญาณเหล่านั้น และปิดไม่ให้สามารถใช้งานได้ [10]

การจำกัดความเร็ว

อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนต้องเผชิญกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจากการพึ่งพาระบบสตาร์ลิงก์อีกครั้งหนึ่ง

กล่าวคือ ในคืนวันที่ 13-14 ตุลาคม โดยที่ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า สเปซเอ็กซ์ได้กำหนดเพดานความเร็ว [11] สำหรับการให้บริการสตาร์ลิงก์บางส่วน เอาไว้ที่ประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหมายความว่านี่คือความเร็วสูงสุดที่โดรนและขีปนาวุธของยูเครนจะสามารถเคลื่อนที่ได้ขณะที่ยังคงเชื่อมต่อกับสตาร์ลิงก์อยู่ ทั้งนี้เครื่องรับสัญญาณรุ่น สตาร์ชีลด์ ที่ติดตั้งอยู่บนโดรน คือส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ ส่งผลให้กองพลน้อยตอบโต้ฉับพลันที่ 7 (7th Rapid Reaction Corps) ของยูเครนจำเป็นต้องยกเลิกภารกิจต่างๆ ไปเป็นจำนวนมาก [12]

เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของโดรนที่มีต่อความพยายามในการทำสงครามของยูเครน การเจอข้อติดขัดในการใช้งานสตาร์ลิงก์เช่นนี้ ต้องถือเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่ง การจำกัดความเร็วดังกล่าวส่งผลกระทบต่อฝูงโดรนของยูเครนที่ปฏิบัติการอยู่เหนือพื้นที่สู้รบ อีกทั้งยังบั่นทอนขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนในการรับมือกับโดรนจากรัสเซียซึ่งกำลังโจมตีเล่นงานเมืองและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อย่างดุดันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นช้าเกินกว่าจะใช้ในการเข้ารสกัดกั้นเป้าหมาย

เนื่องจากการโจมตีทางยุทธศาสตร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน กำลังกลายเป็นวิธีการหลักที่รัสเซียใช้ในการดำเนินสงครามครั้งนี้ [13] และมีแนวโน้มจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว การจำกัดการใช้งานสตาร์ลิงก์ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง แล้วถ้าสถานการณ์นี้ยังคงดำเนินต่อไป ก็อาจกลายเป็นปัญหาหนักหนาสาหัสถึงขั้นวิกฤตได้

ต่างจากเหตุการณ์ในเดือนกันยายน 2022 ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่การตัดสินใจส่วนตัวโดยพลการของบิ๊กบอสสตาร์ลิงก์ แต่ดูเหมือนสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างน่ากังวลในนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อยูเครนทีเดียว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าสามารถบรรลุข้อตกลง [14] กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในการยกเลิกมาตรการแซงก์ชั่นคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลรัสเซีย ซึ่งจะเป็นการเปิดทางให้แดนหมีขาวสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำคัญยิ่งสำหรับการบรรทุกสินค้าชนิดนี้ เข้าสู่ตลาดโลกได้ ทรัมป์อ้างว่าแผนการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง --ถึงแม้ยังไม่มีความชัดเจนว่าปริมาณน้ำมันดีเซลจากรัสเซียซึ่งยังต้องถือว่ามีอยู่ไม่มากนักจะช่วยลดราคาได้จริงเพียงใด โดยที่ปัจจัยหลักซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นนั้น เกี่ยวข้องกับสงครามในอิหร่านที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใดมากกว่า

จากนั้นในวันต่อมา ทรัมป์ได้เรียกร้องให้มีการถอดถอนเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่ยูเครนควรจะมีประธานาธิบดีคนใหม่” [15] ถัดจากนั้นอีกวันหนึ่ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ประกาศให้มีการหยุดยิงด้านพลังงาน (energy ceasefire) โดยมีผลทันที ทรัมป์ระบุว่าสาระสำคัญของการหยุดยิงเช่นนี้คือ ทั้งรัสเซียและยูเครนจะต้องยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอีกฝ่ายหนึ่ง

ยูเครนไม่ได้ใช้สตาร์ลิงก์ ในการโจมตีพวกโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย เนื่องจากสตาร์ลิงก์ ไม่สามารถใช้งานได้ในรัสเซีย [16] การโจมตีเป้าหมายระยะไกลๆ ของยูเครนที่ผ่านมานั้น พึ่งพาอาศัยระบบสื่อสารอื่น ดังนั้น ในทางเทคนิคแล้ว การโจมตีทางยุทธศาสตร์ของยูเครนจึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการจำกัดการใช้งานสตาร์ลิงก์

มัสก์ ได้โบ้ยความรับผิดชอบในเรื่องการชะลอความเร็วของระบบสตาร์ชีลด์ ไปที่รัฐบาลสหรัฐฯ [17] โดยระบุผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “ระบบสตาร์ชีลด์ เป็นกรรมสิทธิ์และอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐฯ การจำกัดความเร็วหรือการใช้งานใดๆ ล้วนเป็นการตัดสินใจของกองทัพสหรัฐฯ และท้ายที่สุดคือประธานาธิบดีสหรัฐฯ”

ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน 2022 มัสก์เคยกระทำสิ่งที่ขัดแย้งกับนโยบายยูเครนของสหรัฐฯมาแล้ว ด้วยการปิดการใช้งานสตาร์ลิงก์ ทั้งๆ ที่สวนทางกับความต้องการของรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในเวลานั้น
มาถึงตอนนี้ มัสก์อ้างว่าเป็นรัฐบาลสหรัฐฯเองที่เป็นผู้จำกัดการใช้งานสตาร์ลิงก์ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างกัน นั่นคือยูเครเป็นฝ่ายที่ตกเป็นเหยื่อได้รับผลกระทบทั้งขึ้นทั้งล่อง

ฤดูหนาวที่กำลังใกล้เข้ามาทุกทีของปีนี้ เดิมทีได้รับคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเต็มไปด้วยความยากลำบากสำหรับยูเครน ถึงตอนนี้มันดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นไปอีก

แอนโทนี คิง เป็นศาสตราจารย์ด้านการสงครามศึกษา (war studies) และผู้อำนวยการของสถาบันยุทธศาสตร์และความมั่นคง (Strategy and Security Institute), มหาวิทยาลัยเอกซีเตอร์ (University of Exeter), สหราชอาณาจักร

ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/is-the-us-limiting-starlink-in-ukraine-the-risks-could-be-catastrophic-294496

เชิงอรรถ
[1] https://theconversation.com/topics/drone-warfare-110176
[2] https://www.theguardian.com/world/2026/oct/15/starshield-starlink-ukraine-restriction-explained
[3] https://theconversation.com/topics/ukraine-invasion-2022-117045
[4] https://www.newsweek.com/ukraine-official-asks-elon-musk-starlink-stations-amid-russian-invasion-1682977
[5] https://www.wsj.com/business/telecom/ukraine-leans-on-elon-musks-starlink-in-fight-against-russia-11657963804
[6] https://www.baesystems.com/en-us/who-we-are/electronic-systems/c4isr
[7] https://www.theguardian.com/world/2022/oct/15/the-hell-with-it-elon-musk-says-spacex-will-fund-starlink-internet-in-ukraine
[8] https://www.almendron.com/tribuna/how-am-i-in-this-war-the-untold-story-of-elon-musks-support-for-ukraine/
[9] https://x.com/elonmusk/status/1699917639043404146
[10] https://www.bbc.co.uk/news/articles/c0q3ndj7052o
[11] https://www.ukrinform.net/rubric-ato/4174208-spacex-imposes-unannounced-speed-limit-on-starlink-terminals-used-by-ukraines-defense-forces.html
[12] https://www.reuters.com/world/europe/spacex-limits-starlink-operations-ukraine-disrupting-military-missions-2026-10-14/
[13] https://theconversation.com/sodcit-after-battlefield-setbacks-russia-returns-to-destroying-ukraines-morale-294292
[14] https://theconversation.com/donald-trump-aligns-with-vladimir-putin-yet-again-leaving-ukraine-and-us-relations-with-europe-under-pressure-294119
[15] https://www.bbc.co.uk/news/articles/cqe8r5l7n92jo
[16] https://www.reuters.com/world/europe/spacex-limits-starlink-operations-ukraine-disrupting-military-missions-2026-10-14/
[17] https://x.com/elonmusk/status/2110445577184133456