ราคาน้ำมันขยับลงจากระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนในวันอังคาร(20ต.ค.) ตามหลังการพบปะหารือกันระหว่างประธานาธิบดีอิหร่านกับผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน คนกลางหย่าศึกระหว่างเตหะรานกับสหรัฐฯ ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสานได้แรงหนุนจากกลุ่มดูแลสุขภาพและเทคโนโลยี ขณะที่ทองคำปรับลด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 1.87 ดอลลาร์ ปิดที่ 101.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 76 เซนต์ ปิดที่ 108.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความเคลื่อนไหวของตลาดน้ำมันมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน หารือความพยายามไกล่เกลี่ยและสถานการณ์ในภูมิภาคระหว่างพบปะกับจอมพล อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ในเตหะราน ตามรายงานของสื่อมวลชนท้องถิ่นในวันอังคาร(20ต.ค.)
ก่อนหน้านี้ความพยายามเป็นคนกลางของปากีสถาน ได้ก่อผลลัพธ์ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่ลงนามกันในเดือนมิถุนายน แต่ข้อตกลงพังครืนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการสู้รบรอบใหม่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันอังคาร(20ต.ค.) นักลงทุนจับตาไปที่บรรดาหุ้นที่มีมูลค่าสูงอย่างเช่นกลุ่มดูแลสุขภาพ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง หลังจากที่ฟื้นตัวหนึ่งวันก่อนหน้านี้
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 529.85 จุด (1.02 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 52,495.88 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 21.84 จุด (0.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,712.57 จุด แนสแดค ลดลง 6.07 จุด (0.02 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,424.82 จุด
กลุ่มดูแลสุขภาพเป็นแกนนำการปรับตัวขึ้นในบรรดาดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทั้ง 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 หลังจากดีดตัวขึ้น 2.3% ทั้งนี้หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นรวมถึงหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตยา อย่างเช่นอีไล ลิลลี่ ที่พุ่งขึ้่นเกือบ 4% และโมเดอร์นา ที่ปิดบวกกว่า 5%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขยับขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร(20ต.ค.) หลังจากฟื้นตัวแรงในวันจันทร์(19ต.ค.) หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีแรงเทขายอย่างหนัก ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์
ส่วนราคาทองคำปรับลดในวันอังคาร(20ต.ค.) นักลงทุนทบทวนความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะปรับขึ้นนอกรอบ ณ ที่ประชุมทางนโยบายครั้งถัดไป โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 17.50 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 4,142.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


